pdf_name
stringlengths 5
8
| bu_categories
stringclasses 18
values | action_non
stringclasses 2
values | result
stringclasses 32
values | pdf_name_path
stringlengths 44
48
| text
stringlengths 517
26.8k
| type
stringclasses 2
values | __index_level_0__
int64 0
1.51k
|
|---|---|---|---|---|---|---|---|
323.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/323.pdf
|
กฎกระทรวง
ก ำหนดลักษณะของวิสำหกิจขนำดกลำงและขนำดย่อม
พ.ศ. 2562
อำศัยอ ำ นำจตำมควำมในมำตรำ ๔ แห่ง พระรำชบัญญัติส่ง เสริมวิสำหกิจขนำดกลำง
และขนำดย่อ ม พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติส่งเสริมวิสำหกิจขนำดกลำง
และขนำดย่อม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ และมำตรำ ๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระรำชบัญญัติ
ส่งเสริมวิสำหกิจขนำดกลำงและขนำดย่อม พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกำศคณะรักษำ
ควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๙๙/๒๕๕๗ เรื่อง กำรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยกำรส่งเสริมวิสำหกิจ
ขนำดกลำงและขนำดย่อม ลงวันที่ ๒๑ กรกฎำคม พุทธศักรำช ๒๕๕๗ นำยกรัฐมนตรี
ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงก ำหนดจ ำนวนกำรจ้ำงงำนและมูลค่ำสินทรัพย์ถำวรของวิสำหกิจ
ขนำดกลำงและขนำดย่อม พ.ศ. ๒๕๔๕
ข้อ ๒ วิสำหกิจขนำดย่อม ได้แก่ กิจกำรที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑) กิจกำรผลิตสินค้ำ ที่มีจ ำ นวนกำรจ้ำง งำนไม่เกินห้ำสิบคนหรือมีรำยได้ต่อปีไม่เกิน
หนึ่งร้อยล้ำนบำท
(๒) กิจกำรให้บ ริกำร กิจกำรค้ำส่ง หรือกิจกำรค้ำปลีก ที่มีจ ำ นวนกำรจ้ำงงำนไม่เ กิน
สำมสิบคนหรือมีรำยได้ต่อปีไม่เกินห้ำสิบล้ำนบำท
ข้อ ๓ วิสำหกิจขนำดกลำง ได้แก่ กิจกำรที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑) กิจกำรผลิตสินค้ำ ที่มีจ ำ นวนกำรจ้ำงงำนเกินกว่ำห้ำสิบคนแต่ไม่เกินสองร้ อยคน
หรือมีรำยได้ต่อปีเกินกว่ำหนึ่งร้อยล้ำนบำทแต่ไม่เกินห้ำร้อยล้ำนบำท
(๒) กิจกำรให้บ ริกำร กิจกำรค้ำส่ง หรือกิจกำรค้ำปลีก ที่มีจ ำนวนกำรจ้ ำงงำนเกินกว่ำ
สำมสิบคนแต่ไม่เกินหนึ่งร้อยคนหรือมีรำยได้ต่อปีเกินกว่ำห้ำสิบล้ำนบำทแต่ไม่เกินสำมร้อยล้ำนบำท
ข้อ ๔ จ ำนวนกำร จ้ำงงำนและรำยได้ ตำมข้อ ๒ และข้อ ๓ ให้พิจำรณำจำกหลักฐำน
ดังต่อไปนี้
้หนา ๑
่เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๓
(๑) จ ำนวนกำรจ้ำงงำนให้พิจำรณำจำกหลักฐำนแสดงจ ำนวนกำรจ้ำง งำนที่ได้จัดท ำขึ้นตำมที่
กฎหมำยก ำหนด
(๒) จ ำนวนรำยได้ให้พิจำรณำจำกรำยได้รวมที่ระบุไว้ในงบกำรเงินที่ได้จัดท ำขึ้นตำมที่
กฎหมำยว่ำด้วยกำรบัญชีก ำหนดหรือเอกสำรบัญชีแสดงรำยได้
ข้อ ๕ ในกรณีที่กิจกำรมีจ ำ นวนกำรจ้ำงงำนที่เข้ำลักษณะของวิสำหกิจประเภทหนึ่ง
แต่มีรำยได้ที่เข้ำลักษณะของวิสำหกิจอีกประเภทหนึ่ง ให้ถือรำยได้เป็นเกณฑ์ในกำรพิจำรณำ
ให้ไว้ ณ วันที่ 20 ธันวำคม พ.ศ. ๒๕๖2
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชำ
นำยกรัฐมนตรี
้หนา ๒
่เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๓
หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่กำรก ำหนดจ ำนวนกำรจ้ำงงำนและ
มูลค่ำสินทรัพย์ถำวรของวิสำหกิจตำมกฎกระทรวงก ำหนดจ ำนวนกำรจ้ำงงำนและมูลค่ำสินทรัพย์ถำวร
ของวิสำหกิจขนำดกลำงและขนำดย่อม พ.ศ. ๒๕๔๕ ไม่สอดคล้องกับลักษณะของวิสำหกิจในสภำพกำรค้ำปัจจุบัน
ประกอบกับมำตรำ ๔ แห่งพระรำชบัญญัติส่งเสริมวิสำหกิจขนำดกลำงและขนำดย่อม พ.ศ. ๒๕๔๓
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติส่งเสริมวิสำหกิจขนำดกลำงและขนำดย่อม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑
ก ำหนดเพิ่มเติมให้น ำรำยได้มำใช้เป็นเกณฑ์ในกำรก ำหนดลักษณะของวิสำหกิจ สมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์
เกี่ยวกับจ ำนวนกำรจ้ำงงำนและรำยได้ที่ใช้ในกำรก ำหนดลักษณะของวิสำหกิจ จึงจ ำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
้หนา ๓
่เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๓
|
test
| 391
|
1069.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1069.pdf
|
กฎกระทรวง
ก ำหนดมำตรฐำนในกำรบริหำร จัดกำร และด ำเนินกำรด้ำนควำมปลอดภัย
อำชีวอนำมัย และสภำพแวดล้อมในกำรท ำงำนเกี่ยวกับกำรป้องกันและระงับอัคคีภัย (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๖๑
อำศัยอ ำนำจตำมควำมในมำตรำ ๕ วรรคหนึ่ง และมำตรำ ๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระรำชบัญญัติ
ควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย และสภำพแวดล้อมในกำรท ำงำน พ.ศ. ๒๕๕๔ รัฐมนตรีว่ำกำร
กระทรวงแรงงำนจึงออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกควำมใน (๑) ของข้อ ๑๑ แห่งกฎกระทรวงก ำหนดมำตรฐำนในกำรบริหำร จัดกำร
และด ำเนินกำรด้ำนควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย และสภ ำพแวดล้อมในกำรท ำงำนเกี่ยวกับกำรป้องกัน
และระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๕๕๕ และให้ใช้ควำมต่อไปนี้แทน
“(๑) ตัวอักษรต้องมีขนำดไม่เล็กกว่ำสิบเซนติเมตร และมองเห็นได้อย่ำงชัดเจน”
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกควำมในข้อ ๒๑ แห่งกฎกระทรวงก ำหนดมำตรฐำนในกำรบริหำร จัดกำร
และด ำเนินกำรด้ำนควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย และสภำพแวดล้อมในกำรท ำงำนเกี่ยวกับกำรป้องกัน
และระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๕๕๕ และให้ใช้ควำมต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๒๑ กำรป้องกันอันตรำยจำกถ่ำนหินที่กองเก็บในที่โล่งแจ้ง ให้นำยจ้ำงปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) ต้องพรมน้ ำเพื่อลดกำรฟุ้งกระจำยของฝุ่นถ่ำนหิน
(๒) ต้องอัดทับให้มีโพรงอำกำศในกองถ่ำนหินน้อยที่สุด เพื่อป้องกันกำรลุกไหม้ที่เกิดได้เอง
(๓) ในบริเวณที่มีฝุ่นถ่ำนหินฟุ้งกระจำยและมีควำมเสี่ยงต่อกำรเกิดระเบิดฝุ่นต้องจัดให้มี
มำตรกำรป้องกันและลดควำมรุนแรงของผลกระทบจำกกำรเกิดระเบิดฝุ่น
(๔) กำรกองเก็บถ่ำนหินสูงเกินสำมเมตร ต้องติดตำมตรวจวัดอุณหภูมิของกองถ่ำนหินอย่ำงน้อย
สัปดำห์ละหนึ่งครั้ง และจัดเก็บรำยงำนผลกำรบันทึกไว้ที่สถำนประกอบกิจกำรอย่ำงน้อยหนึ่งปี
(๕) ในกรณีที่มีกำรตรวจวัดอุณหภูมิของกองถ่ำนหินตำม (๔) หำกกองถ่ำนหินมีอุณหภูมิ
ตั้งแต่หกสิบห้ำองศำเซลเซียสขึ้นไป ต้องคัดแยกถ่ำนหินออกจำกกองหรือใช้มำตรกำรอื่นเพื่อป้องกันกำรลุกไหม้
ที่เกิดได้เอง”
้หนา ๑
่เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๖๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๑
ข้อ ๓ ให้เพิ่มควำมต่อไปนี้เป็นข้อ ๒๑/๑ แห่งกฎกระทรวงก ำหนดมำตรฐำนในกำรบริหำร
จัดกำร และด ำเนินกำรด้ำนควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย และสภำพแวดล้อมในกำรท ำงำนเกี่ยวกับ
กำรป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๕๕๕
“ข้อ ๒๑/๑ กำรป้องกันอันตรำยจำกกำรเก็บถ่ำนหิน ผงแร่ที่ลุกไหม้ได้ง่ำย เซลลูลอยด์
หรือของแข็งที่ติดไฟได้ง่ำยที่เก็บในไซโล ถัง หรือภำชนะ ให้นำยจ้ำงปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) กำรเก็บถ่ำนหินหรือผงแร่ที่ลุกไหม้ได้ง่ำย ไซโล ถัง หรือภำชนะที่เก็บนั้น ต้องสร้ำง
ด้วยวัสดุทนไฟที่มีฝำปิดมิดชิด และเก็บไว้ให้ห่ำงไกลจำกแหล่งควำมร้อน
(๒) กำรเก็บเซลลูลอยด์หรือของแข็งที่ติดไฟได้ง่ำย ต้องจัดให้มีมำตรกำรป้องกันกำรลุกไหม้
จำกแหล่งควำมร้อนหรือกำรผสมกับอำกำศที่จะก่อให้เกิดกำรลุกไหม้ได้
ในกำรเก็บถ่ำนหิน ผงแร่ที่ลุกไหม้ได้ง่ำย เซลลูลอยด์ หรือของแข็งที่ติดไฟได้ง่ำยตำม (๑)
และ (๒) หำกมีควำมเสี่ยงต่อกำรเกิดระเบิดฝุ่น ต้องจัดให้มีมำตรกำรป้องกันและลดควำมรุนแรง
ของผลกระทบจำกกำรเกิดระเบิดฝุ่นด้วย”
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ สิงหำคม พ.ศ. ๒๕๖๑
พลต ำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว
รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงแรงงำน
้หนา ๒
่เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๖๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๑
หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจำกกฎกระทรวงก ำหนดมำตรฐำน
ในกำรบริหำร จัดกำร และด ำเนินกำรด้ำนควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย แ ละสภำพแวดล้อมในกำรท ำงำน
เกี่ยวกับกำรป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๕๕๕ ในส่วนที่เกี่ยวกับกำรก ำหนดขนำดของตัวอักษรของ
ป้ำยบอกทำงหนีไฟและมำตรกำรป้องกันอันตรำยจำกถ่ำนหิน ผงแร่ที่ลุกไหม้ได้ง่ำย เซลลูลอยด์ หรือของแข็ง
ที่ติดไฟได้ง่ำย ยังไม่มีควำมเหมำะสม สมควรแก้ไขปรับปรุงหลักเกณฑ์ในเรื่องดังกล่ำว เพื่อให้นำยจ้ำงสำมำรถ
บริหำร จัดกำร และด ำเนินกำรด้ำนควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย และสภำพแวดล้อมในกำรท ำงำนเกี่ยวกับ
กำรป้องกันและระงับอัคคีภัยได้อย่ำงมีประสิทธิภำพยิ่งขึ้น จึงจ ำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
้หนา ๓
่เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๖๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๑
|
test
| 392
|
2345.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/2345.pdf
|
#0#2$1?2
11#2!ค/2!Q')#0!/%#112#
/N2"O/"2#"N/O'#112# ((1(%?P egc)
.0. `cdf
#0(2%2!N"O#0)#N!'%##2!2&>("?0#?2>'%#!/2/>#2%#!
#0/>#N%O2NO21"CN/1/
Q/OR/O ! /1'%?P 20 มีนาคม .0. `cd8
N)O')?%?P 10 Q'#12%)ัB(1'
#0(2%2!N"O#0)#N!'%##2!2& >("?0#?2>'%#!/2/>#2%#! #0/>#N%O2NO21"CN/1/
!?#0(#!#2P12#P)#"N%O2/ Q/O)#020/N2
P""%?PN)O'2#2!ค/#"N/O' 21?N>'R"O 21?!C%คN2N>P! 21?&B#>N20 O%012#O2#!)์
Q'(2#!?
1201"1O2'2#2!ค/2!Q'!2##2 _ec 1#1&##!'CO/N#212!21#R%" O%0!2##2 a (_)
O/N)#0!/%#112# @POORN>P!N#>!P""#0#2(11#>OORN>P!N#>!)#0!/%#112# ((1(%?P _^)
.0. `bgd @%##0#B!2P)#"N%O2/ Q/O##2#0#2$1?2@Q'R/O "1#N1R)'?Q
!2##2 _ #0#2$1 ?2'?QN#?"/N2 #0#2$1 ?211#2!ค/2!Q')#0!/%
#112# /N2"O/"2#"N/O'#112# ((1(%?P egc) .0. `cdf
!2##2 ` #0#2$1?2'?QQ/OQO(1ค1(#1QO#N/1'$1"2/1')#020Q'#2>2'BN(12
N)O'#O'R)
!2##2 a Q'#0#2$1?2'?Q
หนา ๕๗
เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๘
!C%'>&> /!2"ค/2!/N2
(_) !C%'>&>2'(2#!?
(`) !C%'>&>ค!0O%"022##์ B02%#!์
(a) !C%'>&>B02 #!์
(b) !C%'>&>1"1 '2
(c) !C%'>&>N%คP'P%"?22#2'N%0#2!#0#2"O2#>2!N"O#0N%#1#'#22B"2/ 2"2!(#!#2B!2#?
(d) !C%'>&>#2!2&>("? Q'#0#2C)$1! ์ 2!N"O#0N%#1#'#22B"2/ 2"2!(#!#2B!2#?
(e) !C%'>&>P#ค!0N#O P#"2(2%0>#>#2
(f) !C%'>&>P#"2(2%N"O
(g) !C%'>&>P#"2(2%#O2#/ Q'#0(#!#2>'C)$1! ์
(_^) !C%'>&>P#"2(2%#01!N%O2NO2คB!%/2# Q'#021#2C)$1! ์
(__) !C%'>&>P#"2(2%#0! BN%O2 Q'#0#2 C)$1! ์2!N"O#0N%# 1#'#22B"2/
2"2!(#!#2B!2#?
(_`) !C%'>&>P#"2(2% C!>%1"B%"N"
(_a) !C%'>&>P#"2(2%#2/>$?
(_b) !C%'>&>P#"2(2%N%>"2>' Q'#01B)$1! ์2!N"O#0NO2?P'2N&1 NO2้21%"2!>/1 '2
#!/%/'#2&>/22#2'ค#>'%#์
(_c) !C%'>&>P#"2(2%N/022## ์N##O1' Q'#01 B)$1! ์2!N"O#0N O2?P'2N&1
NO2้21%"2!>/1 '2 #!/%/'#2&>/22#2'ค#>'%#์
(_d) !C%'>&>P#"2(2%2%2'ค#>'%#์
(_e) !C%'>&>P#"2(2%2์
(_f) !C%'>&>P#"2(2%2!N"O#0'2NO22>#>>#>N 1%1N#A1 Q'#0(#!#2>'C)$1! ์
(_g) !C%'>&>P#"2(2%2/'"1 ค!0O%"022##์ !/2/>%"2%1"N?"Q/!N
(`^) !C%'>&>P#"2(2%/2"Q/N
(`_) !C%'>&>0#?2/2ค/1 ' Q'#01B)$1! ์2!N"ONO2้2/ #!#00#?2/2ค/1 '/#1##>"#2'2#?
(``) !C%'>&>2$2(1'!0N#OO/N2#>
(`a) !C%'>&>2$2(1'2>#>'&#NAP12#ืQ'C2!##$ 2%22#O%"์O/N2#>
หนา ๕๘
เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๘
(`b) !C%'>&>2'1(2'B'2$2(1')#022%/>%"2
(`c) !C%'>&>2!N"O#0)>P'N%O2
(`d) 0>#>#2!C%'>&>
#0(((#>2ค1>N%O%#1'>2์ /!2"ค/2!/N2 #0((%?PQO2#O2O%0NO(#112O1!C%2#(#>2ค
Q'#C)1O1!C%1>N%O%#1'>2์ NAP1QON)O'/%12')#01(2#Q O2>%&>)#0P"' ์%2 21?12#
#2!)#0!/%#112#
!2##2 b Q/O"N/O' 21?N>'R"O#2!2N/' ` O%02N/' a /!/" a Q'%11!0 `
O/N)#0!/%#112# 2O2/#1(2#(#>2ค*N2'#0(((#>2ค1>N%O%#1'>2์Q/OON2 222"R%"/#A1!C%'>&>
%?PR"O#0%O2#1QO#N/1'%?P _ !#2ค! .0. `cdf $@/1'%?P a_ &1'/2ค! .0. `ce^ "1#N1R)'?Q
(_) 2O2/#1((Bคค%&##!"2 Q/O"N/O'2O2/#1(N>'R"O@)#0N! >'/%12/1คN2QON2"
O%0/1%"/"N1'#2!!2##2 be (_) (`) (a) (b) (c) /#A1 (d) O/N)#0!/%#112# N)O'O2'/'
21N%N21O2'/'N>'%?P(#>2ค
(`) 2O2/#1((#>11%/#A1/O2/BO'2N/''>#>(Bคค% Q/O"N/O'2O2/#1(N>'R"ON)O'O2'/'21N% N2
1#2"N2"%?P(#>2ค R!N/N20R"ON2"N)O'N>'/#A1%#1"์2>'
!2##2 c 2#"N/O' 21?N>'R"O#2!!2##2 b (_) Q/ON)O'R)#2!/%1N!์O%0NAP1'R
"1#N1R)'?Q
(_) #O1'O2N>'R"O%?PR"O#1("N/O' 21?N>'R"O#2!!2##2 b (_) !2#/!คO2'/!1(N>'R"O%?PR"O!?
#0#2$1 ?2%?P11#2!ค/2!Q')#0!/%# 112#O2/'"Q/O!?2#"N/O' 21?N>'R"ON)O'O2'/'
21N%N21N>'%?PR"ON2"#2!#! ?%?PO2/'"R/OO%0R!NN>'#O1"%02>(1N>'R"O@)#0N!>'/%12
/1คN2QON2"O%0/1%"/"N1'#2!!2##2 be (_) (`) (a) (b) (c) /#A1 (d) O/N)#0!/%#112#
(`) N!AP1#/!คO2'/!N>'R"O#2! (_) O%O/ #O1R!NN>'#O1"%02>(1N>'R"O@)#0N!>'/%12
/1คN2QON2"O%0/1%"/"N1'#2!!2##2 be (_) (`) (a) (b) (c) /#A1 (d) O/N)#0!/%#112#
(a) /%1N!์O%0NAP1'R1AP'#2!%?P1&>("?)#020O2/'"
!2##2 d 2#"N/O' 21?N>'R"O#2!!2##2 b (`) Q/ON)O'R)#2!/%1N!์O%0NAP1'R
"1#N1R)'?Q
(_) #O1'O2N>'R"O%?PR"O#1("N/O' 21?N>'R"O#2!!2##2 b (`) !2#/!คO2'/!1(#2"N2"
%?PR"O!?#0#2$1?2%?P11#2!ค/2!Q')#0!/%#112#O2/'"Q/O!?2#"N/O' 21?N>'R"ON)O'O2'/'
21N%N21#2" N2"O%0R! NN>'#O1"%02>(1O2R#2B%&>N1'/1#2"N2"NAP12#B0%22&2#!0
หนา ๕๙
เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๘
/#A1NAP12#22&2#!)#0P"'์ O%0#2"N2"NAP12#0@12/#A1NAP12#?02#2!!2##2 dc ##? (a) ()
O/N)#0!/%#112#
(`) N!AP1#/!คO2'/!#2"N2"#2! (_) O%O/ #O1R!NN>'#O1"%02>(1O2R#2B%&>N1'/1#2"N2"
NAP12#B0%22&2#!0/# A1NAP12#22&2#!)#0P"' ์ O%0#2"N2"NAP12#0@12/#A1NAP12#?02
#2!!2##2 dc ##? (a) () O/N)#0!/%#112#
(a) /%1N!์O%0NAP1'R1AP'#2!%?P1&>("?)#020O2/'"
!2##2 e Q/O"N/O' 21?N>'R"O#2!2N/' ` O%02N/' a /!/" a 21?!C%คN2N>P!
#2!/!/" b 21?&B#>N20#2!/!/" c O%012#O2#!) ์#2!/!/" d Q'%11!0 `
O/N)#0!/%#112# Q/OON(Bคค%&##!"2/#A1(#>11%/#A1/O2/BO'2N/''>#>(Bคค% 2O2/#1(N>'R"O%?PR"O#1(2
2#P1'%# 1"์2>' /#A12#2"2 >'คO2 /#A12O2/#1(2##0% O2##222#1 1'N'AP1!222#(# >2ค
Q/OON2 222"R%"/#A1!C%'>&> P""*COP1'0#O1R!N'O2#O'%B'1%#1"์2>'/#A12>'คO2 @PR"O#1("N/O'
21?"1%N2/!2/1N)O'คN2QON2"Q'2#คO2'/! 21?N>'R"O1(Bคค%&##!"2/#A1(#>11%/#A1/O2/BO'2N/'
'>#>(Bคค% %1Q'?Q 2O2/#1(2#(#>2ค%?PR"O#0%O2#1QO#N/1'%?P _ !#2ค! .0. `cdf $@/1'%?P
a_ &1'/2ค! .0. `ce^ O%0Q/ON)O'R)#2!/%1N!์O%0NAP1'R%?P1&>("?)#020O2/'"
!2##2 f (Bคค%&##!"2/#A1(#>11%/#A1/O2/BO'2N/''>#>(Bคค%%?PR"OQO2>%&>"N/O' 21?N>'R"O
#2!#0#2$1 ?2'?Q #O1R!N'O2N>'(#>2ค%?PR"OQO2>%&>"N/O' 21?N>'R"O"1%N2/R)/1%"/"N1'
N)O'N>'(#>2ค#2!!2##2 be (e) ( ) O/N)#0!/%#112# /#A1#O1R!N'O2N>'/#A1%#1"์2>'
%?PR"OQO2>%&>"N/O' 21?N>'R"O"1%N2/R)/1N)O'#2"N2"#2!!2##2 dc ##? (a) () O/N)#0!/%#112#
O%O/O#N#!? 1?
!2##2 g Q/O#1!'##?/N22##0%#/2#ค%1#1122##2!#0#2$1?2'?Q
*CO#1(2'1#0(#!#2P12#
O%1&2# >'/1##
'2"#1!'##?
หนา ๖๐
เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๘
/!2"N/#B :- N/#B*%Q'2#)#020QO#0#2$1?2(1('?Q คA1 P""%?PN)O'2#2!ค/#"N/O' 21?N>'R"O
21?!C%คN2N>P! 21?&B#>N20 O%012#O2#!)์ Q/OON(Bคค%&##!"2O%0(#>11%/#A1/O2/BO'2N/''>#>(Bคค%
2O2/#1(2#(#>2คN>'/#A1%#1"์2>'Q/OON2 222"R%"/# A1!C%'>&>"O2'2#O%" ์O%02#22&2#!2 B
NAP1N)O'2#CQQ/O!?2#(#>2คN>'/#A1%#1"์2>'NAP12'1(2'B'2#"O2N'>'2'"O2'2#O%"์O%02#22&2#!2B
12 222"R%"/#A1!C%'>&>"1%N2/ @O2N)O'#O1##2#0#2$1?2'?Q
หนา ๖๑
เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๘
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 393
|
658.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/658.pdf
|
ข้อบังคับสภาวิศวกร
ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองความรู้ความช านาญในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
พ.ศ. ๒๕๖๔
โดยที่เป็นการสมควรส่งเสริม สนับสนุน และจัดให้มีการรับรองความรู้ความช านาญเฉพาะด้าน
ในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม เพื่อประโยชน์ต่อการให้บริการวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
ภายในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงที่สภาวิศวกรมีพันธะผูกพันข้อตกลงยอมรับร่วมกันของนานาชาติ
ตลอดจนข้อตกลงระหว่างประเทศอื่นที่เกี่ยวกับการบริการวิศวกรรมข้ามแดน
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๘ (๔) (๖) (ง) และ (๗) ประกอบมาตรา ๗ (๘)
แห่งพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. ๒๕๔๒ และกฎกระทรวงก าหนดการด าเนินการอื่นอันเป็นวัตถุประสงค์
ของสภาวิศวกร พ.ศ. ๒๕๖๐ สภาวิศวกรโดยมติที่ประชุมใหญ่สามัญสภาวิศวกร เมื่อวันที่ ๑๑
มิถุนายน ๒๕๖๓ และโดยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษแห่งสภาวิศวกรออกข้อบังคับไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภาวิศวกร ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองความรู้
ความช านาญในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม พ.ศ. ๒๕๖๔”
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
“หนังสือรับรอง” หมายความว่า หนังสือรับรองความรู้ความช านาญในการประกอบวิชาชีพ
วิศวกรรมควบคุม ที่สภาวิศวกรออกให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมซึ่งผ่านการทดสอบความรู้
ความช านาญเฉพาะด้าน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับนี้
ข้อ ๔ ความรู้ความช านาญเฉพาะด้านที่สภาวิศวกรจะออกหนังสือรับรองให้เป็นไปตามที่
คณะกรรมการสภาวิศวกรก าหนด
ข้อ ๕ ผู้ขอหนังสือรับรองต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตั้งแต่ระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป
และใบอนุญาตยังไม่หมดอายุ
(๒) ไม่อยู่ระหว่างถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
(๓) ไมเคยถูกเพิกถอนหนังสือรับรองด้วยเหตุตามข้อ ๑๒
(๔) มีผลงานและประสบการณ์ในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตรงตามสาขาเฉพาะด้าน
ที่ขอหนังสือรับรองไม่น้อยกว่าสามปี
(๕) คุณสมบัติอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการสภาวิศวกรก าหนด
้หนา ๔๔
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔
ข้อ ๖ ให้ผู้ประสงค์ขอหนังสือรับรองยื่นค าขอต ามแบบค าขอพร้อมทั้งบัญชีแสดงผลงาน
และปริมาณงานตรงตามความรู้ความช านาญเฉพาะด้านที่ขอหนังสือรับรอง และหลักฐานที่คณะกรรมการ
สภาวิศวกรก าหนดต่อส านักงานสภาวิศวกร
ข้อ ๗ ผู้ขอหนังสือรับรองที่ผ่านการตรวจรับรองบัญชีแสดงผลงานและปริมาณงานแล้ว
จึงจะมีสิทธิเข้ารับการทดสอบความรู้ความช านาญ
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการทดสอบความรู้ความช านาญให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ
สภาวิศวกรก าหนด
ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการสภาวิศวกรพิจารณาออกหนังสือรับรองในนามของสภาวิศวกร
เมื่อผู้ยื่นค าขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ าม รวมถึงได้ผ่านการทดสอบความรู้ความช านาญ
ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่ก าหนดไว้ครบถ้วนแล้ว
ข้อ ๙ เมื่อคณะกรรมการสภาวิศวกรมีมติเห็นสมควรออกหนังสือรับรอง หรือในกรณีที่มีมติ
ไม่ออกหนังสือรับรอง ให้ส านักงานสภาวิศวกรมีหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นค าขอนั้น ๆ ทราบ ภายในหกสิบวัน
นับแต่วันที่คณะกรรมการสภาวิศวกรมีมติ
หนังสือแจ้งตามวรรคหนึ่งอาจท าในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ผู้ยื่นค าขอแจ้งความประสงค์
ไว้ก็ได้
ให้ผู้ยื่นค าขอที่คณะกรรมการสภาวิศวกรมีมติเห็นสมควรออกหนังสือรับรองช าระค่าธรรมเนียม
หนังสือรับรองภายในหกสิ บวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองจากส านักงาน
สภาวิศวกร กรณีผู้ยื่นค าขอไม่ช าระค่าธรรมเนียมภายในก าหนดเวลา ให้ถือว่าผู้ยื่นค าขอไม่ประสงค์
จะขอหนังสือรับรอง
เมื่อผู้ยื่นค าขอได้ช าระค่าธรรมเนียมหนังสือรับรองแล้ว ให้ส านักงานสภาวิศวกร ด าเนินการ
ออกหนังสือรับรองให้แก่ผู้นั้น
ข้อ ๑๐ หนังสือรับรองให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการสภาวิศวกรก าหนด
ข้อ ๑๑ ให้คณะอนุกรรมการทดสอบความรู้ความช านาญการประกอบวิชาชีพวิศวกรรม
ควบคุมแต่ละสาขา เป็นผู้ตรวจสอบคุณสมบัติ พิจารณาผลงานและปริมาณงาน พร้อมทั้งทดสอบ
ความรู้ความช านาญและด าเนินการอื่น ๆ เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้
ข้อ ๑๒ หนังสือรับรองสิ้นสุดลง เมื่อคณะกรรมการสภาวิศวกรมีมติเพิกถอนหนังสือรับรอง
กรณีผู้ได้รับหนังสือรับรองแสดงข้อ ความหรือหลักฐานอันเป็นเท็จในค าขอหนังสือรับรองในส่วนที่เป็น
สาระส าคัญ
ในกรณีที่ปรากฏเรื่องอันเข้าข่ายการเพิกถอนหนังสือรับรองตามวรรคหนึ่งให้เลขาธิการสภาวิศวกร
เสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการสภาวิศวกรโดยไม่ชักช้า
ประกาศ ณ วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. ๒๕64
สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
นายกสภาวิศวกร
้หนา ๔๕
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔
|
test
| 394
|
499.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/499.pdf
|
ระเบียบกรมการขนส่งทางบก
ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ
ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจ าตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ 6)
พ.ศ. 2563
ตามที่ได้มีระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรม
และทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจ าตัวคนขับรถ
ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2554 ลงวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554 ไว้แล้ว นั้น
โดยที่กรมการขนส่งทางบกได้ประกาศงดการด าเนินการด้านใบอนุญาตขับรถตามกฎหมาย
ว่าด้วยรถยนต์ และใบอนุญาตเป็นผู้ประจ ารถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก งดการเรียนการสอน
ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติของโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรองจากกรมกา รขนส่งทางบก
และงดการให้บริการหน่วยเคลื่อนที่ ในช่วงเวลาที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อป้องกันและควบคุม
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวท าให้ประชาชน
ไม่สามารถมาด าเนินการด้านใบอนุญาตขับรถและผู้ประจ ารถได้ ดังนั้น เพื่อเป็นการเยียวยาผลกระทบ
ที่เกิดจากการงดการด าเนินการดังกล่าว อธิบดีกรมการขนส่งทางบกจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ
และผู้ขอรับบัตรประจ าตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2563”
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้เพิ่มบทเฉพาะกาล ข้อ 37 ของระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ
และผู้ขอรับบัตรประจ าตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2554
“บทเฉพาะกาล
ข้อ 37 ให้ยกเว้นการทดสอบข้อเขียนหรือทดสอบขับรถ ส าหรับกรณีการเปลี่ยนประเภท
ใบอนุญาตขับรถชนิดส่วนบุคคลชั่วคราวเป็นใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล และการต่ออายุใบอนุญาต
ขับรถยนต์ส่วนบุคคล รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล รถยนต์สาธารณะ
รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถจักรยานยนต์สาธารณะ รถบดถนน รถแทรกเตอร์ และรถใช้งาน
เกษตรกรรม ดังนี้
้หนา ๒
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๕๔ งราชกิจจานุเบกษา ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓
(1) ใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุเกิน 1 ปี ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2563 ถึงวันที่
30 กันยายน 2563 ให้ได้รับยกเว้นการทดสอบข้อเขียน
(2) ใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุเกิน 3 ปี ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2563 ถึงวันที่
30 กันยายน 2563 ให้ได้รับยกเว้นการทดสอบขับรถ”
ประกาศ ณ วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕63
จิรุตม์ วิศาลจิตร
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก
้หนา ๓
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๕๔ งราชกิจจานุเบกษา ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓
|
test
| 395
|
2291.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/2291.pdf
|
##>@0#>#/อB!2@ห##!
N#ANอ @ห! !@!#@!$ล>! ?์อB!2@ห##! ิ/2์O# ?!R้@!N @ NลN! 6 คBล?1>?N!Oอ@#N>N!N!>!
2 @ห#?"!?/ิ/2์?NQO#้อ?!อ#>""ล?@!Nลล์O2อ@>!"์
.0. 2567
P 0ท?่N!็@12/ค/1!1? !1B/@!1@"ล>!.?์อB!2@ห11/ ิ/2์O# ?!R้@!N @ NลN! 6
คBล?1>N>N!N!>!2 @ห#?"!?/ิ/2์?NQO#้อ?!#>""ล?@!อO# ?!ล? O2อ@>!"์ /@!1@Nลท?่
/อ. 2109 NลN/ 6 - 2559
อ@0?"อ @!@!@!ค/@!Q!!@!#@ 15 OหN#>#@"?ญญ?!>!@!#@!$ล>! ?์อB!2@ห##!
.0. 2511 @NOORN>N!N!>!P "#>#@"?ญญ?!>!@!# @!$ล>! ?์อB!2@ห##! ("?"?N 7)
.0. 2558 #?!!!#?/N@@##>#/อB!2@ห##! @ออ##>@0!@!Oอ N2!ออค>##!@#
!@!#@!$ล>! ?์อB!2@ห##!R/O ?!?O
Oอ 1 ##>@0!?ON#?"/N@ <##>@0#>#/อB!2@ห##! N#ANอ @ห! !@!#@!$ล>! ?์
อB!2@ห##! ิ/2์O# ?!R้@!N @ NลN! 6 คBล?1>?N!Oอ@#N>N!N!>!2 @ห#?"!?/ิ/2์?NQO#้อ?!อ
#>""ล?@!Nลล์O2อ@>!"์ .0. 2567=
Oอ 2 ##>@0!?OQหO!?$ลN/A่อพO @ห ห@่1Oอ00?่2> /?? O!N/?!1>@0Q1@ช>@BN 1@
N!็!OR!
Oอ 3 QหO"Nล>##>@0#>#/อB!2@ห##! "?"?N 4898 (.0. 2559) ออ!@!
ค/@!Q!#>#@"?ญญ?!>!@!#@!$ล>! ?์อB!2@ห##! .0. 2511 N#ANอ @ห! !@!#@!$ล>! ?์
อB!2@ห##! ิ/2์O# ?!R้@!N @ NลN! 6 คBล?1>N>N!N!>!2 @ห#?"!?/ิ/2์?NQO#้อ?!#>""ล?@!
อO# ?!ล?O2อ@>!"์ ล/?!?N 4 !Bล@ค! .0. 2559
Oอ 4 QหO @ห! !@!#@!$ล>! ?์อB!2@ห##! ิ/2์O# ?!R้@!N @ NลN! 6 คBล?1>
?N!Oอ@#N>N!N!>!2 @ห#?"!?/ิ/2์?NQO#้อ?!อ# >""ล?@!Nลล์O2อ@>!"์ !@!#@!Nล?N
!อ. 60269 NลN/ 6 - 2567 @O!Qห!N ?!?#@"ล>Nอ?" O@"##>@0!?O
##>@0 /?!?N 2๗ ?!/@ค! .0. 2567
Nอ!? #Oอ!?! B์
#?!!!#?/N@@##>#/อB!2@ห##!
หนา ๒๗
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๘๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
ขอมูลมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
แนบทายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
ชื่อมาตรฐาน : ฟวสแรงดันไฟฟาต่ํา เลม 6 คุณลักษณะที่ตองการเพิ่มเติมสํา หรับตัวฟวส
ที่ใชปองกันของระบบพลังงานเซลลแสงอาทิตย
LOW-VOLTAGE FUSES – PART 6: SUPPLEMENTARY REQUIREMENTS
FOR FUSE-LINKS FOR THE PROTECTION OF SOLAR
PHOTOVOLTAIC ENERGY SYSTEMS
มาตรฐานเลขที่ : มอก. 60269 เลม 6-2567
ผูจัดทํา : สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
กรรมการวิชาการ : คณะกรรมการวิชาการรายสาขา คณะที่ 14 ไฟฟากําลังและสายไฟฟา
ขอบขาย : มาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมนี้
- ใหใช มอก. 2109 เลม 1 (IEC 60269-1) กับคุณลักษณะที่ตองการเพิ่มเติม
ดังนี้
- ตัวฟวสสําหรับปองกันของระบบพลังงานแสงอาทิตยหากมิไดกําหนดไวเปน
อยางอื่นในที่นี้ ตองเปนไปตามคุณลักษณะทั้งหมดของ
มอก 2109 เลม 1 (IEC 60269-1) และคุณลักษณะที่ตองการเพิ่มเติม
ดังขางลางนี้
หมายเหตุ ใหใชตัวยอวา “PV” (photovoltaic) แทนเซลลแสงอาทิตยในมาตรฐานนี้
- ครอบคลุมเฉพาะตัวฟวสสําหรับปองกันแถวอนุกรม PV (PV string) และ
PV อะเรย (PV array) ในอุปกรณที่มีวงจรแรงดันไฟฟาที่ระบุไมเกิน
1 500 V DC และสําหรับวงจรที่มีแรงดันไฟฟาที่ระบุสูงกวา เทาที่สามารถ
ใชได
หมายเหตุ 1 ปกติแลวตัวฟวสจะหมายถึง “ตัวฟวส PV”
หมายเหตุ 2 สวนมากแลว สวนของอุปกรณที่อยูรวมกันจะทําหนาที่เสมือนฐานฟวส
เนื่องจากความหลากหลายของอุปกรณมีมาก จึงไมมีเกณฑใด ๆ ที่จะแสดง
ได ดังนั้นความเหมาะสมของอุปกรณที่อยูรวมกันที่ทําหนาที่เสมือนฐานฟวส
ควรเปนที่ตกลงระหวางผูผลิตและผูใช อยางไรก็ตาม ถาใชฐานฟวสหรือ
ตัวยึดฟวสแยกจากกัน ควรเปนไปตามคุณลักษณะที่เหมาะสมตามอนุกรม
มอก. นี้ (IEC 60269 series)
หมายเหตุ 3 ตัวฟวส PV จะปองกันสวนประกอบของอินเวอรเตอรปลายทาง เชน ตัวเก็บ
ประจุ หรือการปลอยประจุของตัวเก็บประจุกลับไปที่ PV อะเรย หรือ
การเดินสายของ PV อะเรยจนถึงวิสัยสามารถการตัดวงจรที่กําหนด
- วัตถุประสงคของมาตรฐานนี้เพื่อกําหนดคุณลักษณะของตัวฟวส PV
ใหสามารถใชตัวฟวสอื่น ๆ ที่มีคุณลักษณะและมีมิติเหมือนกันทุกประการ
แทนได ซึ่งมีรายละเอียดดังตอไปนี้
ก) คุณลักษณะเฉพาะของฟวส
1) คาตาง ๆ ที่กําหนด
2) ประเภทการใชประโยชน
3) อุณหภูมิเพิ่มในการใชงานปกติ
4) การสูญเสียกําลังทางความรอน
5) คุณลักษณะเฉพาะเวลา-กระแส
6) วิสัยสามารถการตัดวงจร
7) มิติหรือขนาด (ถาใชงาน)
ข) การทดสอบเฉพาะแบบเพื่อทวนสอบคุณลักษณะเฉพาะของฟวส
ค) การแสดงเครื่องหมายที่ฟวส
เนื้อหาประกอบดวย : บททั่วไป ขอบขาย เอกสารอางอิง ภาวะสําหรับการทํางานในการใชงาน
การจําแนกประเภท คุณลักษณะเฉพาะของฟวส การทําเครื่องหมาย
ภาวะมาตรฐานสําหรับการสราง การทดสอบ และภาคผนวก
จํานวนหนา : 33 หนา
ISBN (e-book) : 978-616-617-363-5
ICS : 29.120.50
สถานที่จัดเก็บ : หองสมุดสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร 10400 โทรศัพท 02 430 6834
ตอ 02 440-2441
สถานที่จําหนาย : สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร 10400
https://www.tisi.go.th
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 396
|
2393.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/2393.pdf
|
1>@0ค>11/@12NN21>/@1?@ี/AอO1@
N1APอ />?@12อ/@1@ี/AอO1@OหN@> Oล>@1ออห?2Aอ1?1อ/N@N็CON@@12อ
/@1@ี/AอO1@OหN@> 2@@อ@?1>อ?P/?>Oล>หBN0์
2@@N@ํ@1B1?1@หBN0์อB2@ห11/ 1>? _
อ@0?0อํ@@@/ค/@/Q/@1@ `` /11ค2@/ OหN1>1@ ?ญญ?>2NN21>/@1 ?@
ี/AอO1@ .0. `cbc Oล>/@1@ ag (a) OหN1>1@?ญญ?>2NN21>/@1?@ี/AอO1@
.0. `cbc @POORN>P/N>/P01>1@?ญญ?>2NN21>/@1?@ี/AอO1@ (??P `) .0. `cce
ค>11/@12 NN21>/@1?@ี/AอO1@ ํ@ห/>?@12อ/@1@ ี/AอO1@Oห N@>
Oล>@1ออห ?2Aอ1?1อ/ N@N็CON@@12อ/@1@ ี/AอO1@Oห N@> 2@@อ@ ?
1>อ?P/?>Oล>หBN0์ 2@@N@ํ@1B1?1@หBN0์อB2@ห11/ 1>? _ R/O ??Q
Oอ _ />?@12อ/@1@ี/AอO1@OหN@> 2@@อ@?1>อ?P/?>Oล>หBN0์
2@@N@ํ@1B1?1@หBN0์อB2@ห11/ 1>? _ QหON็?NอR?Q
(_) @12อค/@/1CO
N็@12อค/@/1 CO?Pํ@N็>Oอํ@/@QOQ@1>?>@ROอ0N@COอ@/หล?
/>@@1 ล?1>Oอ2อN็O1?0> b ?/NลAอ ํ@/ d^ Oอ QON/ล@Q@12อ
_ ?P/P/ ค>ONO/ a^ ค>O ค>N็1Oอ0ล>2@/2>อค>O?Qห/ P0CONO@1?@12อ
Oอ2อROค>OR/NOอ0/N@1Oอ0ล>O2>อค>O.@คค/@/1 CO @>/?2>>NO@1?@12อ
.@คค/@/2@/@1
(`) @12อค/@/2@/@1
N็@12อค/@/2@/@1@PN>@@12?P2/1>2@1์N>ค/@/ํ@@ญN?0อ
?P>>?>@ROอ0N@/?คB.@@/ Oอํ@ห C?Qอ Oล>N21O@/N/ล@ ?Pํ@ห ล?1>
O2อN ็@12อ >?>@ํ@1B1?1@หBN0์อB2@ห11/ P0@1N1 ?0/@1 Nอ
ํ@1B1?1@หBN0์ 1/2อห BN0์Nอํ@1B1?1@ ํ@1B1?1@หBN0์ ํ@1B1?1@COคอP1ล
2อ1> Oล>?NOหล?>?>@ QON/ล@Q@12อ f^ @? ค>ONO/ e^ ค>O
ค>N็1Oอ0ล>NO2>อค>O?Qห/ P0CONO@1?@12อOอ2อN@N์Bห?/Oอ
(a) 1@0ล>Nอ?0/>?@12อQหON็R@/?Pค>11/@1ํ@ห
Oอ ` @1ออห ?2Aอ1?1อ/ N@N็CON@@12อ/@1@ ี/AอO1@Oห N@>
2@@อ@ ?1>อ ?P/ ?>Oล>ห BN0 ์ 2@@ N@ํ@1B1?1@ห BN0 ์อB2@ห11/ 1>? _
>ออQหOONCON@@12อ P0CONO@1?@12อOอ2อ?Q.@คค/@/1CO Oล>.@คค/@/2@/@1
Oล>Oอ2อROค>OR/NOอ0/N@1Oอ0ล>NO2>อค>O?Qห/ @Aอ/N@N@@12อ/@1@
ี/AอO1@OหN@> 2@@อ@?1>อ?P/?>Oล>หBN0์ 2@@N@ํ@1B1?1@หBN0์อB2@ห11/
1>? _
หนา ๑๓๓
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๑๘๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ เมษายน ๒๕๖๘
Oอ a QหOห?2Aอ1?1อ/N@N็CON@@12อ/@1@ี/AอO1@OหN@> 2@@อ@?
1>อ?P/?>Oล>หBN0์ 2@@N@ํ@1B1?1@หBN0์อB2@ห11/ 1>? _ /?อ@0B2@/ี??QON
/??Pออห?2Aอ1?1อ
1>@0 /??P `c /?@ค/ .0. `cdf
Bญ2ค์ ??00B์
ล?1>1/O1@
1>@11/@12NN21>/@1?@ี/AอO1@
หนา ๑๓๔
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๑๘๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ เมษายน ๒๕๖๘
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 397
|
2280.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/2280.pdf
|
'#>@02 @@#2@$@#2BB!%
N#APอ Nอ#@อ>NลO##อ%>2์2ํ@ห#?&!> !Nอ2 @@#2@$@#2BB!%
.0. `cdf
P "#?PN'็%@#2!ค/#'#?&'#B'#>@02 @@#2@$@#2BB!% N#APอ Nอ#@อ>NลO##อ%>2์
2ํ@ห#?&!> !Nอ2 @@#2@$@#2BB!% QหO!?N%AQอห@ค#อ&คลB!!@!#@ c OหN#>#@&?ญญ?!>@#'>&?!>#@@#
#@อ>NลO##อ%>2์ .0. `cdc อ#'?&2 @R ON#>P!?%@#>&&&#>@#&%Oล!อ#์! >>#?ลล@
NAPออํ@%/"ค/@!2> /ON2!@>Oล>(CO!@!> !Nอ2 @@#2@$@#2BB!% @2!ค/#ํ@ห% Nอ#@
อ>NลO##อ%>2์QหONห!@>2!">P@Q%
อ@0?"อํ@%@!@!ค/@!Q%!@!#@ `^ /##คห%@P OหN#>#@&?ญญ?!>@#'>&?!>#@@#
#@อ>NลO##อ%>2์ .0. `cdc %@"2 @@#2@$@#2BB!% P "ค/@!NหO%อ&อค>##!@#
2 @@#2@$@#2 BB!% Q%ค#@/'#> B!ค#?Q#?P _/`cdf N!APอ/?%#?P e !#@ค! `cdf
@ออ'#>@0 ?!NอR'%?Q
Oอ _ QหO"Nล>'#>@02 @@#2@$@#2BB!% N#APอ Nอ#@อ>NลO##อ%>2์2ํ@ห#?&!> !Nอ
2 @@#2@$@#2BB!% .0. `cde
Oอ ` QหONอ#@อ >NลO##อ%>2์!NอR'%?Q N'็%Nอ#@2 ํ@ห#?&2!@>Oล>(CO!@!> !Nอ
2 @@#2@$@#2BB!%"AP%คํ@อห#Aอ!> !Nอ2 @@#2@$@#2BB!% P "/>$?@##@อ>NลO##อ%>2์
(_) #?Pอ"CNR'#1?"์อ>NลO##อ%>2์ (E-mail) [email protected]
(`) N/O'R!์2 @@#2@$@#2BB!% www.ccph.or.th
Q%#?#?P(CO"AP%คํ@อห#Aอ!> !Nอ#@Nอ#@!@!/##คห%@P QหO"Aอ/N@2 @@#2@$@#2BB!%
R O#?&!@!/?%Oล>N/ล@#?P"AP%คํ@อห#Aอ@#!> !Nอ%?Q% N/O%O!N/?%Oล>N/ล@%?Q%N'็%/?%ห#AอN/ล@%อ#ํ@@#
อ2 @@#2@$@#2BB!% QหO"Aอ/N@2 @@#2@$@#2BB!%R O#?&Q%/?%Oล>N/ล@#ํ@@#"? R'
Oอ a N!APอ2 @@#2@$@#2 BB!%R O#?&คํ@อห#Aอ@#!> !Nอ#@Nอ#@!@! Oอ `
@(COอห#Aอ(CO!@!> !NอOลO/ 2 @@#2@$@#2 BB!%>!> !Nอห#AอออNอ2@#หล ?@%Q N
N?P"/Oอ?&@#อ%Bญ@!ห#AอN#APอ#?P!> !Nอ#?POลO/N2#O#Oอ!Nอ2@# ("O@!?) (N@%Nอ#@อ>NลO##อ%>2์
N/O%O!N (CO"AP%คํ@อห#Aอ(CO!@!> !Nอ%?Q%>R O#>&BR/O/N@'#>2ค ์>#?&Nอ2@#N' ็%ล@"ล?1์อ?1#
ห#AอN'็%ห%?2Aอห#AอN'็%'#>@#อAP%
Oอ b Q%#?#?P(CO"AP%คํ@อห#Aอ(CO!@!> !Nอ#@Nอ#@!@! Oอ ` '#>2ค์>2อ&"@!
ห#Aออ#?&@#"A%"?%@NO@ห%O@#?P QหO2อ&"@!Q%/?%N/ล@#@@##?Pห!@"NลP##0?##์ ^` ^cc dcfc
หนา ๑๘
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๖๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
Oอ c (CO"AP%คํ@อห#Aอ(CO!@!> !Nออ@QO/>$?@#&?%#@ @@ห% O@อคอ!>/N!อ#์ห#Aอ
อB'#์อ>NลOค##อ%>2์NAPอN'็%หล?@%N&AQอ!O%/N@R O#ํ@@#"AP%อห#Aอ!> !Nอ#@Nอ#@!@!Oอ `
Oอ d '#>@0%?QQหOQO&?ค?&!?QO!N/?%"? @/?%'#>@0Q%#@>@%BN&1@N'็%!O%R'
'#>@0 /?%#?P c B! @?%$์ .0. `cdf
#อ0@2!#@@#"์/#%์ #ห!2?!"#!
%@"2 @@#2@$@#2BB!%
หนา ๑๙
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๖๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 398
|
619.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/619.pdf
|
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง การขยายก าหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการ
และช าระภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (ฉบับที่ 3)
เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีหรือน าส่งภาษียื่นแบบแสดงรายการภาษี
ตามประมวลรัษฎากรผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นและสอดคล้องกับนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0”
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว จึงอาศัยอ านาจตามมาตรา 3 อัฏฐ วรรคสอง
แห่งประมวลรัษฎากร อนุมัติให้ขยายก าหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษี การช าระภาษี และ
การน าส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ
ภาษีธุรกิจเฉพาะ บัญชีงบดุล บัญชีท าการ และบัญชีก าไรขาดทุน บัญชีรายรับ รายจ่าย หรือบัญชี
รายรับก่อนหักรายจ่ายที่มีบุคคลตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ตรวจสอบและรับรอง
ในรอบระยะเวลาบัญชี แล้วแต่กรณี และแบบรายงานข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
ที่มีความสัมพันธ์กันและมูลค่ารวมของธุรกรรมระหว่า งกันในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี ตามประมวล
รัษฎากร ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ออกไปอีก 8 วัน นับแต่วันพ้นก าหนดเวลาตามที่กฎหมาย
ก าหนด ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ขยายก าหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษี บัญชีงบดุล บัญชีท าการ และ
บัญชีก าไรขาดทุน บัญชีรายรับ รายจ่าย หรือบัญชีรายรับก่อนหักรายจ่ายที่มีบุคคลตามมาตรา 3 สัตต
แห่งประมวลรัษฎากร ตรวจสอบและรับรองในรอบระยะเวลาบัญชี แล้วแต่กรณี และแบบรายงาน
ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันและมูลค่ารวมของธุรกรรมระหว่างกัน
ในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี ตามประมวลรัษฎากร ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่บทบัญญัติ
แห่งประมวลรัษฎากรก าหนดให้ยื่นรายการในระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 31 มกราคม
พ.ศ. 2567 ดังนี้
1.1 แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้แก่
(1) ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.91 และ ภ.ง.ด.95 ซึ่งต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี
ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป ให้ขยายก าหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็นภายในวันที่ 8 เมษายนของปีถัดไป
(2) ภ.ง.ด.94 ซึ่งต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายในเดือนกันยายนของทุกปี
ให้ขยายก าหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็นภายในวันที่ 8 ตุลาคมของทุกปี
1.2 แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล ได้แก่
(1) ภ.ง.ด.50 ภ.ง.ด.52 และ ภ.ง.ด.55 และบัญชีงบดุล บัญชีท าการ
และบัญชีก าไรขาดทุน บัญชีรายรับ รายจ่าย หรือบัญชีรายรับก่อนหักรายจ่ายที่มีบุคคลตามมาตรา 3 สัตต
แห่งประมวลรัษฎากร ตรวจสอบและรับรองในรอบระยะเวลาบัญชี แล้วแต่กรณี ซึ่งต้องยื่นภายใน
้หนา ๑
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๔
150 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ให้ขยายก าหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็นภายใน
158 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี
(2) ภ.ง.ด.51 ซึ่งต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายใน 2 เดือน นับแต่
วันสุดท้ายของรอบระยะเวลา 6 เดือน นับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี ให้ขยายก าหนดเวลา
ดังกล่าวเป็นภายใน 2 เดือน 8 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลา 6 เดือน นับแต่วันแรกของ
รอบระยะเวลาบัญชี
(3) ภ.ง.ด.54 ซึ่งต้องยื่นรายการและน าส่งภาษีภายใน 7 วัน นับแต่
วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมิน หรือจ าหน่ายเงินก าไรออกไปจากประเทศไทย ให้ขยาย
ก าหนดเวลาออกไปเป็นภายใน 15 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมิน
หรือจ าหน่ายเงินก าไรออกไปจากประเทศไทย
1.3 แบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ได้แก่ ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.2 ภ.ง.ด.3
และ ภ.ง.ด.53 ซึ่งต้องยื่นรายการและน าส่งภาษีภายใน 7 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงิน
ได้พึงประเมิน ให้ขยายก าหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็นภายใน 15 วัน นับแต่วันสิ้นเดือน
ของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมิน
1.4 แบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ได้แก่ ภ.ง.ด.1 ก ซึ่งต้องยื่น
รายการและน าส่งภาษีภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป ให้ขยายก าหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็น
ภายในวันที่ 8 มีนาคมของปีถัดไป
1.5 แบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ได้แก่ ภ.ง.ด.2 ก ภ.ง.ด.3 ก
ซึ่งต้องยื่นรายการและน าส่งภาษีภายในเดือนมกราคมของปีถัดไป ให้ขยายก าหนดเวลาดังกล่าว
ออกไปเป็นภายในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ของปีถัดไป
1.6 แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้แก่
(1) ภ.พ.30 ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายในวันที่
15 ของเดือนถัดไป ให้ขยายก าหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็นภายในวันที่ 23 ของเดือนถัดไป
(2) ภ.พ.36 ซึ่งจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายใน 7 วัน นับแต่
วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ (กรณีผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร
ซึ่งได้เข้ามาประก อบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และไม่ได้
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นการชั่วคราว หรือผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการในต่างประเทศและ
ได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร) ของเดือนที่ขายทอดตลาด (กรณีผู้ทอดตลาดซึ่งขายทรัพย์สิน
ของผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) หรือของเดือนที่ครบก าหนด 30 วัน ที่ความรับผิด
ในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น (กรณีผู้รับโอนสินค้าหรือผู้รับโอนสิทธิในบริการตามมาตรา 83/7
แห่งประมวลรัษฎากร) ให้ขยายก าหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็นภายใน 15 วัน นับแต่วันสิ้นเดือน
้หนา ๒
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๔
ของเดือนที่จ่ายเงินค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการของเดือนที่ขายทอดตลาด หรือของเดือนที่ครบก าหนด
30 วัน ที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น แล้วแต่กรณี
1.7 แบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ ได้แก่ ภ.ธ.40 ซึ่งจะต้องยื่นแบบแสดง
รายการภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ให้ขยายก าหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็นภายในวันที่ 23
ของเดือนถัดไป
1.8 แบบรายงานข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน
และมูลค่ารวมของธุรกรรมระหว่างกันในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี ซึ่งต้องยื่นภายใน 150 วัน นับแต่
วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีให้ขยายก าหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็นภายใน 158 วัน นับแต่
วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี
ข้อ 2 ผู้มีหน้าที่เสียภาษีหรือน าส่งภาษีที่จะได้รับสิทธิขยายก าหนดเวลาตามข้อ 1
จะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีฉบับปกติและฉบั บเพิ่มเติมผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเท่านั้น
หากเป็นการยื่นแบบแสดงรายการภาษีฉบับปกติในรูปแบบของกระดาษ แม้ต่อมาจะได้ยื่นแบบ
แสดงรายการภาษีอีกครั้งผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จะไม่ได้รับสิทธิให้ขยายก าหนดเวลายื่นแบบ
แสดงรายการภาษี หรือหากเป็นการยื่นแบบแสดงรายการภาษีฉบับปกติผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ต่อมาได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีอีกครั้งในรูปแบบของกระดาษ จะไม่ได้รับสิทธิให้ขยายก าหนดเวลา
ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเช่นกัน และผู้มีหน้าที่เสียภาษีหรือน าส่งภาษีจะต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและ
เงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร
ข้อ 3 กรณีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
และได้รับสิทธิผ่อนช าระ 3 งวด ตามมาตรา 64 (1) แห่งประมวลรัษฎากร จะต้องผ่อนช าระ
ภายในก าหนดเวลา ดังนี้
- งวดที่หนึ่ง ต้องช าระพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษี ภายในก าหนดเวลา
ที่ได้รับอนุมัติให้ขยายออกไป
- งวดที่สอง ต้องช าระภายในหนึ่งเดือน นับแต่วันสุดท้ายที่ต้องช าระงวดที่หนึ่ง
- งวดที่สาม ต้องช าระภายในหนึ่งเดือน นับแต่วันสุดท้ายที่ต้องช าระงวดที่สอง
หากไม่ช าระงวดใดงวดหนึ่งภายในเวลาที่ก าหนดไว้ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีหรือน าส่งภาษี
หมดสิทธิที่จะช าระภาษีเป็นรายงวดต่อไป และต้องเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร
ส าหรับงวดที่ไม่ช าระและงวดต่อ ๆ ไป โดยค านวณเงินเพิ่มตั้งแต่พ้นก าหนดเวลาการยื่นแบบ
แสดงรายการภาษีที่ได้รับอนุมัติให้ขยายออกไปนั้นจนถึงวันช าระ
ประกาศ ณ วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖3
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
้หนา ๓
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๔
|
test
| 399
|
1539.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1539.pdf
|
ประกาศส านักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เรื่อง ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ส าหรับติดต่อส านักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
พ.ศ. 2566
โดยที่มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์
พ.ศ. ๒๕๖๕ บัญญัติให้บรรดาค าขออนุญาตหรือการติดต่อใด ๆ ที่ประชาชนส่งหรือมีถึงหน่วยงานของรัฐ
หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่หน่วยงานของรัฐประกาศก าหนด ให้ถือว่า
หน่วยงานของ รัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นได้รับตามวันและเวลาที่ค าขออนุญาตหรือการติดต่อนั้น
เข้าสู่ระบบ สมควรก าหนดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ส าหรับประชาชนใช้ในการยื่นค าขอหรือติดต่อ
ส านักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอ านวยความสะดวก
และลดภาระแก่ประชาชน รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการ
ทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๕ ส านักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ดังต่อไปนี้ เป็นช่องทางส าหรับประชาชนยื่นค าขอหรือติดต่อ
ส านักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
(๑) ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) [email protected]
(๒) เว็บไซต์ ส านักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ https://pkn.dlt.go.th
ข้อ ๒ ในกรณีที่ผู้ยื่นค าขอหรือติดต่อมาทางช่องทางตามข้อ ๑ ประสงค์จะสอบถาม
หรือขอรับค ายืนยันจากส านักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ว่าได้รับค าขอหรือการติดต่อแล้ว
ให้สอบถามในวันและเวลาราชการได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ ดังต่อไปนี้
0 3260 2034
ข้อ ๓ ประชาชนอาจใช้วิธีการบันทึกภาพจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
เพื่อเป็นหลักฐานเบื้องต้นว่าได้มีการยื่นค าขอหรือติดต่อส านักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ทางช่องทางตามข้อ ๑ แล้ว ก็ได้
ประกาศ ณ วันที่ 10 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖6
กันต์คุณัชญ์ เทียมน้อย
ขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
้หนา ๑๐
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๓๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มิถุนายน ๒๕๖๖
|
test
| 400
|
2126.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/2126.pdf
|
พ101221?2
ํ2ห% 1000N/32N1>P/ ํ2N%>%21
1 NO&N>%202/O30N>%2/#&อ#B%2Nค120ห์3CO2
พ.0. `cde
พ10&2#2/N Oพ10'1N/%#112/2$>& ?01?2>%#1/ห2/>1231
พ10/>1N3O2NO2อ0CNห1/
QหOR/O /1%#?P _b พ20>20% พ.0. `cde
N'็%'ี#?P g Q%1123'ัB&1%
พ10&2#2/N Oพ10'1N/%#112/2$ >& ?01?2>%#1/ห2/>1231 พ10/>1N3O2NO2อ0CNห1/
/?พ10&1/12Pอ21P'1 N3O2/ QหO'1020/N2
P 0#?PN'็%212/ค/1 ํ2ห% 1000N/32N1 >P/ ํ2N%>%211 NO&N>%202/O30N >%2/#&
NพAPอN'็%#B%2Nค120ห์3CO2
อ2010อํ2%2!2/ค/2/Q%/2!12 _ec อ1 1ฐ$11/% COหN12อ22 11R#0
O30/2!12 _da OหNพ1012&11!>คBO/ค1อO12% พ.0. `cb_ @#1พ101B2P'1 N3O2/
QหO!12พ101221?2@Q%R/O 1!NอR'%?Q
/2!12 _ พ101221?2%?QN1?0/N2 พ101221?2ํ2ห% 1000N/32N1>P/ ํ2N%>%21
1 NO&N>%202/O30N>%2/#&อ#B%2Nค120ห์3CO2 พ.0. `cde
/2!12 ` พ101221?2%?QQหOQO&1ค1&!1QO!N/1%"1 2/1%'1020Q%12>2%BN&12
N'็%!O%R'
หนา ๒๖
เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
/2!12 a QหO ํ2N%>%211 NO&N>%202/O30N>%2/#&อ#B%2Nค120ห์3CO2!1QO!N/1%#?P
_ !B32ค/ พ.0. `cdf N'็%!O%R'
/2!12 b QหO11ฐ/%!1?/N22110#1/O12%111221!2/พ101221?2%?Q
(CO11&2%อพ10&1/12Pอ21
Oพ#อ$21 >%/1!1
%2011ฐ/%!1?
หนา ๒๗
เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ห/20Nห!B :- Nห!B(3Q%21'1020QOพ101221?2&1&%?Q คAอ P 0#?P/2!12 _da OหNพ1012&11!>
คBO/ค1อO12% พ.0. `cb_ &11!>/N2 211 NO&N>%202/O30N>%2/#&NพAPอN'็%#B%2Nค120ห์3CO2
!2/&#&11!>/N2 O/0อ#B%2Nค120ห์3CO2Q%ห// _a 0N1>P/ ํ2N%>%21N/APอQ QหO!12N'็%พ101221?2
@ํ2N'็%!Oอ!12พ101221?2%?Q
หนา ๒๘
เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 401
|
820.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/820.pdf
|
กฎกระทรวง
ยกเว้นค่าธรรมเนียมส าหรับผู้ประกอบการตรวจสอบและรับรอง
พ.ศ. 256๔
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการมาตรฐานแห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕๕๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นก าหนดสิบห้าวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมส าหรับผู้ประกอบการตรวจสอบและรับรองตามกฎกระทรวง
ก าหนดค่าธรรมเนียมส าหรับผู้ประ กอบการตรวจสอบและรับรอง พ.ศ. ๒๕๕๒ ถึงวันที่ ๓๐ เมษายน
พ.ศ. ๒๕๖๕
ให้ไว้ ณ วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖4
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
้หนา ๓๒
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ สิงหาคม ๒๕๖๔
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ในประเทศไทย ซึ่งยังคงส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและส่งผลต่อภาวะ
ทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เพื่อเป็นการลดภาระและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ผู้ประกอบการ
ตรวจสอบและรับรอง และโดยที่มาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการมาตรฐานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑
บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมีอ านาจออกกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียม สมควรที่จะได้
ยกเว้นค่าธรรมเนียมส าหรับผู้ประกอบการตรวจสอบและรับรองเพื่อเป็นการช่วยเหลือและลดผลกระทบ
แก่ผู้ประกอบการ จึงจ าเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
้หนา ๓๓
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ สิงหาคม ๒๕๖๔
|
test
| 402
|
1499.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1499.pdf
|
ค ำสั่งส ำนักงำนทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลำง
ที่ 1/2566
เรื่อง ก ำหนดหลักเกณฑ์และเอกสำรประกอบค ำขอจดทะเบียนจัดตั้ง จดทะเบียนเพิ่มทุน
ของห้ำงหุ้นส่วนและบริษัทจ ำกัด และจดทะเบียนควบรวมบริษัทจ ำกัดที่มีกำรเพิ่มทุน
เพื่อให้กำรจดทะเบียนจัดตั้ง กำรจดทะเบียนเพิ่มทุนของห้ำงหุ้นส่วนและบริษัทจ ำกัดและ
กำรจดทะเบียนควบรวมบริษัทจ ำกัดที่มีกำรเพิ่มทุน ซึ่งได้มีกำรช ำระเงินลงหุ้นหรือช ำระเงินค่ำหุ้น
เป็นไปด้วยควำมถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียน
อำศัยอ ำนำจตำมควำมในข้อ ๓ วรรคสำม แห่งกฎกระทรวงจัดตั้งส ำนักงำนทะเบียนหุ้นส่วน
บริษัทแต่งตั้งนำยทะเบียน และก ำหนดหลักเกณฑ์และวิธีกำรในกำรจดทะเบียนห้ำงหุ้นส่วนและบริษัทจ ำกัด
พ.ศ. ๒๕๔๙ ออกตำมควำมในประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ นำยทะ เบียนกลำงจึงมีค ำสั่ง
ดังต่อไปนี้
๑. ให้ยกเลิกค ำสั่งส ำนักงำนทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลำง ที่ ๖๖/๒๕๕๘ เรื่อง ก ำหนดหลักเกณฑ์
และเอกสำรประกอบค ำขอจดทะเบียนจัดตั้งและเพิ่มทุนจดทะเบียนห้ำงหุ้นส่วนและบริษัทจ ำกัด ลงวันที่
๒๔ มีนำคม ๒๕๕๘
2. กำรจดทะเบียนจัดตั้งห้ำงหุ้นส่วนและบริษัทจ ำกัด ซึ่งมีทุนที่ขอจดทะเบียนเกินกว่ำห้ำล้ำนบำท
ให้จัดส่งเอกสำรประกอบค ำขอจดทะเบียนตำมระเบียบส ำนักงำนทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลำงว่ำด้วย
กำรจดทะเบียนห้ำงหุ้นส่วนและบริษัทจ ำกัด พ.ศ. ๒๕๖๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้ง จัดส่งเอกสำร
เพิ่มเติม ดังนี้
(๑) กรณีช ำระด้วยเงิน ให้จัดส่งเอกสำรหลักฐำนที่ธนำคำรออกให้เพื่อรับรองหรือแสดงว่ำ
หุ้นส่วนผู้จัดกำรหรือกรรมกำรที่มีอ ำนำจลงนำมคนใดคนหนึ่งได้รับช ำระเงินลงหุ้นหรือเงินค่ำหุ้น
ตำมจ ำนวนที่ช ำระไว้แล้ว พร้อมค ำขอจดทะเบียนจัดตั้ง
เมื่อนำยทะเบียนมีค ำสั่งรับจดทะเบียนแล้ว ให้จัดส่งเอกสำรหลักฐำนที่ธนำคำร
ออกให้เพื่อรับรองหรือแสดงว่ำห้ำงหุ้นส่วนและบริษัทจ ำกัดได้รับเงินลงหุ้นหรือเงินค่ำหุ้นที่หุ้นส่วน
ผู้จัดกำรหรือกรรมกำรเก็บรวบรวมไว้แล้ว ภำยใน ๑๕ วันนับแต่วันที่นำยทะเบียนมีค ำสั่งรับจดทะเบียน
(๒) กรณีช ำระด้วยทรัพย์สิน ให้จัดส่งหนังสือยืนยันของผู้เป็นเจ้ำของทรัพย์สินว่ำจะโอน
กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้แก่ห้ำงหุ้นส่วนหรือบริษัทจ ำกัด หรือหนังสือยืนยันว่ำจะให้ห้ำงหุ้นส่วน
ใช้ทรัพย์สินพร้อมค ำขอจดทะเบียนจัดตั้ง
เมื่อนำยทะเบียนมีค ำสั่งรั บจดทะเบียนแล้ว ให้จัดส่งเอกสำรหลักฐำน ดังต่อไปนี้
ภำยใน ๙๐ วันนับแต่วันที่นำยทะเบียนมีค ำสั่งรับจดทะเบียน
(ก) ทรัพย์สินประเภทอสังหำริมทรัพย์หรือทรัพย์สินที่มีทะเบียน ให้ส่งส ำเนำหลักฐำน
ซึ่งแสดงว่ำห้ำงหุ้นส่วนหรือบริษัทจ ำกัดเป็นเจ้ำของกรรมสิทธิ์
้หนา ๔๖
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๘๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ เมษายน ๒๕๖๖
(ข) ทรัพย์สินประเภทอื่น ให้ส่งส ำเนำบัญชีแสดงรำยละเอียดและมูลค่ำทรัพย์สิน
ที่น ำมำลงทุน
(ค) ทรัพย์สินซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนน ำมำให้ห้ำงหุ้นส่วนใช้แทนกำรลงหุ้น ให้จัดส่งสัญญำ
ให้ใช้ทรัพย์สิน
3. กำรจดทะเบียนเพิ่มทุนของห้ำงหุ้นส่วนและบริษัทจ ำกัด ที่มีทุนจดท ะเบียนเดิมรวมกับ
ทุนจดทะเบียนที่เพิ่มใหม่เกินกว่ำห้ำล้ำนบำท ให้จัดส่งเอกสำรประกอบค ำขอจดทะเบียนตำมระเบียบ
ส ำนักงำนทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลำงว่ำด้วยกำรจดทะเบียนห้ำงหุ้นส่วนและบริษัทจ ำกัด พ.ศ. ๒๕๖๑
และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งจัดส่งเอกสำรเพิ่มเติม ดังนี้
(๑) กรณีช ำระด้วยเงิน ให้จัดส่งเอกสำรหลักฐำนที่ธนำคำรออกให้ เพื่อรับรองหรือ
แสดงว่ำห้ำงหุ้นส่วนหรือบริษัทจ ำกัดได้รับช ำระเงินลงหุ้นหรือเงินค่ำหุ้นเฉพำะส่วนที่เพิ่มตำมที่เรียกช ำระ
ไว้แล้ว พร้อมกับค ำขอจดทะเบียน
(๒) กรณีช ำระด้วยทรัพย์สิน ให้จัดส่งหนังสือชี้แจงยืนยันกำรรับช ำระค่ำลงหุ้นหรือค่ำหุ้น
ด้วยทรัพย์สินของห้ำงหุ้นส่วนหรือบริษัทจ ำกัด และเอกสำรหลักฐำนดังต่อไปนี้ พร้อมกับค ำขอจดทะเบียน
(ก) ทรัพย์สินประเภทอสังหำริมทรัพย์หรือทรัพย์สินที่มีทะเบียน ให้ส่งส ำเนำหลักฐำน
ซึ่งแสดงว่ำห้ำงหุ้นส่วนหรือบริษัทจ ำกัดเป็นเจ้ำของกรรมสิทธิ์
(ข) ทรัพย์สินประเภทอื่น ให้ส่งส ำเนำบัญชีแสดงรำยละเอียดและมูลค่ำทรัพย์สิน
ที่น ำมำลงทุน
(ค) ทรัพย์สินซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนน ำมำให้ห้ำงหุ้นส่วนใช้แทนกำรลงหุ้น ให้จัดส่งสัญญำ
ให้ใช้ทรัพย์สิน
4. กำรจดทะเบียนควบรวมบริษัทจ ำกัดพร้อมเพิ่มทุนในครำวเดียวกันและได้เรียกช ำระค่ำหุ้น
ด้วยแล้ว โดยมีทุนที่ขอจดทะเบียนเกินกว่ำห้ำล้ำนบำท ให้จัดส่งเอกสำรประกอบค ำขอจดทะเบียน
ตำมระเบียบส ำนักงำนทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลำงว่ำด้วยกำรจดทะเบียนห้ำงหุ้นส่วนและบริษัทจ ำ กัด
พ.ศ. ๒๕๖๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งจัดส่งเอกสำรเพิ่มเติม ดังนี้
(1) ควบรวมกันโดยเป็นบริษัทขึ้นใหม่
(1.1) กรณีช ำระด้วยเงิน ให้จัดส่งเอกสำรหลักฐำนที่ธนำคำรออกให้เพื่อรับรองหรือ
แสดงว่ำกรรมกำรที่มีอ ำนำจลงนำมคนใดคนหนึ่งได้รับเงินค่ำหุ้นเฉพำะส่วนที่เพิ่มตำมจ ำนวนที่ช ำระไว้แล้ว
พร้อมค ำขอจดทะเบียน
เมื่อนำยทะเบียนมีค ำสั่งรับจดทะเบียนควบรวมแล้ว ให้จัดส่งเอกสำรหลักฐำน
ที่ธนำคำรออกให้เพื่อรับรองหรือแสดงว่ำบริษัทได้รับเงินค่ำหุ้นที่กรรมกำรเก็บรวบรวมไว้แล้ว
ภำยใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่นำยทะเบียนมีค ำสั่งรับจดทะเบียน
(๑.๒) กรณีช ำระด้วยทรัพย์สิน ให้จัดส่งหนังสือยืนยันของผู้เป็นเจ้ำของทรัพย์สิน
ว่ำจะโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้แก่บริษัทจ ำกัด พร้อมค ำขอจดทะเบียน
้หนา ๔๗
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๘๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ เมษายน ๒๕๖๖
เมื่อนำยทะเบียนมีค ำสั่งรับจดทะเบียนควบรวมแล้ว ให้จัดส่งเอกสำรหลักฐำน
ดังต่อไปนี้ภำยใน ๙๐ วันนับแต่วันที่นำยทะเบียนมีค ำสั่งรับจดทะเบียน
(ก) ทรัพย์สินประเภทอสังหำริมทรัพย์หรือทรัพย์สินที่มีทะเบียน ให้ส่งส ำเนำ
หลักฐำนซึ่งแสดงว่ำบริษัทจ ำกัดเป็นเจ้ำของกรรมสิทธิ์
(ข) ทรัพย์สินประเภทอื่น ให้ส่ง ส ำเนำบัญชีแสดงรำยละเอียดและมูลค่ำ
ทรัพย์สินที่น ำมำลงทุน
(2) ควบรวมกันโดยบริษัทหนึ่งบริษัทใดยังคงมีสภำพเป็นนิติบุคคล
(๒.๑) กรณีช ำระด้วยเงิน ให้จัดส่งเอกสำรหลักฐำนที่ธนำคำรออกให้ เพื่อรับรอง
หรือแสดงว่ำบริษัทที่ยังคงมีสภำพเป็นนิติบุคคลได้รับช ำระเงินค่ ำหุ้นเฉพำะส่วนที่เพิ่มตำมจ ำนวน
ที่ช ำระไว้แล้ว พร้อมกับค ำขอจดทะเบียน
(๒.๒) กรณีช ำระด้วยทรัพย์สิน ให้จัดส่งหนังสือชี้แจงยืนยันกำรรับช ำระค่ำหุ้นด้วย
ทรัพย์สินของบริษัทจ ำกัดที่ยังคงมีสภำพเป็นนิติบุคคล และเอกสำรหลักฐำนพร้อมกับค ำขอจดทะเบียน
ดังต่อไปนี้
(ก) ทรัพย์สินประเภทอสังหำริมทรัพย์หรือทรัพย์สินที่มีทะเบียน
ให้ส่งส ำเนำหลักฐำนซึ่งแสดงว่ำบริษัทจ ำกัดที่ยังคงมีสภำพเป็นนิติบุคคลเป็นเจ้ำของกรรมสิทธิ์
(ข) ทรัพย์สินประเภทอื่น ให้ส่งส ำเนำบัญชีแสดงรำยละเอียดและมูลค่ำทรัพย์สิน
ที่น ำมำลงทุน
5. กรณีที่ห้ำงหุ้นส่วนหรือบริษัทจ ำกัดไม่จัดส่งเอกสำรหลักฐำนเพิ่มเติมต่อนำยทะเบียนภำยใน
ระยะเวลำที่ก ำหนดตำม ๒ และ 4 (1) อำจเป็นเหตุให้นำยทะเบียนพิจำรณำเพิกถอนรำยกำร
จดทะเบียนเกี่ยวกับทุนได้
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๗ กุมภำพันธ์ ๒๕๖๖ เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ 3 กุมภำพันธ์ พ.ศ. ๒๕66
ทศพล ทังสุบุตร
อธิบดีกรมพัฒนำธุรกิจกำรค้ำ
นำยทะเบียนกลำง
้หนา ๔๘
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๘๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ เมษายน ๒๕๖๖
|
test
| 403
|
545.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/545.pdf
|
กฎกระทรวง
ยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและใบแทนใบอนุญาตเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
พ.ศ. 2563
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์
อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นก าหนดสิบห้าวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและใบแทนใบอนุญาตเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์
อุตสาหกรรมตามกฎกระทรวงก าหนดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและใบแทนใบอนุญาตเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์
อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๔๘ ถึงวันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔
ให้ไว้ ณ วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖3
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
้หนา ๑
่เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๗๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ กันยายน ๒๕๖๓
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ในประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและส่งผลต่อภาวะทางเศรษฐกิจ
โดยรวมของประเทศ เพื่อเป็นการลดภาระและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์
อุตสาหกรรม และโดยที่มาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
พ.ศ. ๒๕๑๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๘
บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมีอ านาจออกกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียม สมควรที่จะได้
ยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและใบแทนใบอนุญาตเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเพื่อเป็นการช่วยเหลือ
และลดผลกระทบแก่ผู้ประกอบการ จึงจ าเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
้หนา ๒
่เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๗๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ กันยายน ๒๕๖๓
|
test
| 404
|
1360.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1360.pdf
|
ระเบียบกรมการค้าภายใน
ว่าด้วยการจัดการกับเครื่องชั่งตวงวัด สินค้าหีบห่อและสินค้าที่หีบห่อถูกท าลาย
ที่ตกหรือจะตกเป็นของกรมการค้าภายใน
พ.ศ. 2565
ตามที่กรมการค้าภายใน ได้ออกระเบียบกรมการค้าภายใน ว่าด้วยการจัดการกับเครื่องชั่งตวงวัด
สินค้าหีบห่อและสินค้าที่หีบห่อถูกท าลายที่ตกหรือจะตกเป็นของกรมการค้าภายใน พ.ศ. 2547
ลงวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมการค้าภายในว่าด้วย
การจัดการกับเครื่องชั่งตวงวัด สินค้าหีบห่อและสินค้าที่หีบห่อถูกท าลายที่ตกหรือจะตกเป็นของกรมการค้า
ภายใน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 ลงวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559 และระเบียบกรมการค้าภายใน
ว่าด้วยการจัดการกับเครื่องชั่งตวงวัด สินค้าหีบห่อและสินค้าที่หีบ ห่อถูกท าลายที่ตกหรือจะตกเป็นของ
กรมการค้าภายใน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2564 เพื่อจัดการกับ
เครื่องชั่งตวงวัด สินค้าหีบห่อและสินค้าที่หีบห่อถูกท าลาย ซึ่งได้ยึด อายัด หรือไม่ปรากฏเจ้าของหรือ
ผู้ครอบครอง ที่ตกหรือจะตกเป็นของกรมการค้าภายใน ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีระบบ
ไปแล้ว นั้น
เพื่อให้สอดคล้องกับการก าหนดหน่วยงานภายในและหน้าที่ความรับผิดชอบของกรมการค้าภายใน
ในปัจจุบัน อาศัยอ านาจตามความในมาตรา 6 (5) มาตรา 53 วรรคสอง มาตรา 54 วรรคสอง
มาตรา 55 มาตรา 56 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542 และมาตรา 57
วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ
มาตราชั่งตวงวัด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2557 อธิบดีกรมการค้าภายใน จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมการค้าภายใน ว่าด้วยการจัดการกับเครื่องชั่งตวงวัด
สินค้าหีบห่อและสินค้าที่หีบห่อถูกท าลายที่ตกหรือจะตกเป็นของกรมการค้าภายใน พ.ศ. 2565”
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิก
(1) ระเบียบกรมการค้าภายใน ว่าด้วยการจัดการกับเครื่องชั่งตวงวัด สินค้าหีบห่อและ
สินค้าที่หีบห่อถูกท าลายที่ตกหรือจะตกเป็นของกรมการค้าภายใน พ.ศ. 2547 ลงวันที่ 18 พฤษภาคม
พ.ศ. 2547
(2) ระเบียบกรมการค้าภายในว่าด้วยการจัดการกับเครื่องชั่งตวงวัด สินค้าหีบห่อและสินค้า
ที่หีบห่อถูกท าลายที่ตกหรือจะตกเป็นของกรมการค้าภายใน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 ลงวันที่
14 มีนาคม พ.ศ. 2559
้หนา ๑
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๒๕๕ งราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๕
(3) ระเบียบกรมการค้าภายในว่าด้วยก ารจัดการกับเครื่องชั่งตวงวัด สินค้าหีบห่อและสินค้า
ที่หีบห่อถูกท าลายที่ตกหรือจะตกเป็นของกรมการค้าภายใน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ลงวันที่
1 มิถุนายน พ.ศ. 2564
ข้อ 4 ให้มีคณะกรรมการดูแลรักษาเครื่องชั่งตวงวัดและสินค้าหีบห่อ ดังต่อไปนี้
(1) ในเขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ประกอบด้วย
ผู้อ านวยการกองชั่งตวงวัด เป็นประธานกรรมการ ผู้อ านวยการกลุ่มเครื่องตวงเครื่องวัด ผู้อ านวยการ
กลุ่มสินค้าหีบห่อ ผู้อ านวยการกลุ่มการประกอบธุรกิจด้านชั่งตวงวัด ผู้แทนกองกฎหมาย และผู้แทน
ส านักงานเลขานุการกรม เป็นกรรมการ และผู้อ านวยการกลุ่มเครื่องชั่งขนาดเล็ก เป็นกรรมการ
และเลขานุการ
(2) ในเขตจังหวัดอื่นนอกจาก (1)
(2.1) ศูนย์ชั่งตวงวัด ประกอบด้วย ผู้อ านวยการศูนย์ชั่งตวงวัด เป็นประธานกรรมการ
นายตรวจชั่งตวงวัดประจ าศูนย์ชั่งตวงวัด ต าแหน่งประเภทวิชาการ ระดับช านาญการ ผู้แทนส านักงาน
พาณิชย์จังหวัดในจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของศูนย์ชั่งตวงวัดซึ่งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ต าแหน่งประเภท
วิชาการ ระดับปฏิบัติการขึ้นไป เป็นกรรมการ และนายตรวจชั่งตวงวัดประจ าศูนย์ชั่งตวงวัด
เป็นกรรมการและเลขานุการ
(2.2) ส านักงานสาขาชั่งตวงวัด ประกอบด้วย หัวหน้าส านักงานสาขาชั่งตวงวัด
เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนส านักงานพาณิชย์จังหวัดในจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของส านักงานสาขาชั่งตวงวัด
ซึ่งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ต าแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการขึ้นไป เป็นกรรมการ
และนายตรวจชั่งตวงวัดประจ าส านักงานชั่งตวงวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ
ข้อ 5 ให้คณะกรรมการตามข้อ 4 มีอ านาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) ดูแลรักษาและจัดการเครื่องชั่งตวงวัด สินค้าหีบห่อและสินค้าที่หีบห่อถูกท าลาย
ที่นายตรวจชั่งตวงวัดได้ยึด อายัดหรือไม่ปรากฏเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ตกหรือจะตกเป็นของ
กรมการค้าภายใน ตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(2) จัดท าบัญชีหรือทะเบียนเพื่อควบคุมเครื่องชั่งตวงวัด สินค้าหีบห่อและสินค้าที่หีบห่อ
ถูกท าลาย ซึ่งได้ยึด อายัดไว้หรือไม่ปรากฏเจ้าของหรือผู้ครอบครอง รวมทั้งจัดท าบัญชีควบคุมเงิน
ที่ได้จากการขายสินค้าหีบห่อตามข้อ 8 และเก็บรักษาให้เป็นระเบียบเรียบร้อยปลอดภัยและ
ให้ครบถ้วนถูกต้องตามบัญชีหรือทะเบียน รวมทั้งตรวจสอบรายงานและจัดท าบัญชีหรือทะเบียนทุกครั้ง
ที่มีการรับ การจ าหน่ายหรือท าลาย
(3) พิจารณาเสนอความเห็นต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย เพื่ออนุมัติให้จัดการจ าหน่าย
หรือท าลายเครื่องชั่งตวงวัด สินค้าหีบห่อหรือสินค้าที่หีบห่อถูกท าลายให้เป็นไปตามระเบียบนี้
ข้อ 6 ให้จ าหน่ายหรือท าลายเครื่องชั่งตวงวัด สินค้าหีบห่อหรือ สินค้าที่หีบห่อถูกท าลาย
ที่ตกเป็นของกรมการค้าภายใน โดยวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
้หนา ๒
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๒๕๕ งราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๕
(1) ขาย ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ และประกาศ
ระเบียบ ค าสั่ง มติคณะรัฐมนตรี และหนังสือเวียน ที่เกี่ยวข้อง
(2) โอนให้แก่สถานศึกษาของทางราชการ องค์กรสาธารณกุศล หรือส่วนราชการ โดยให้มี
หลักฐานการส่งมอบไว้ต่อกันด้วย
(3) ท าลายให้สิ้นสภาพ หรือท าการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อมิให้เครื่องชั่งตวงวัดนั้นใช้ได้ต่อไป
แล้วด าเนินการขายเครื่องชั่งตวงวัดที่สิ้นสภาพนั้นตาม (1) หรือขายโดยวิธีการอื่นตามที่เห็นสมควรหรือ
จ าหน่ายเป็นสูญตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ และประกาศ ระเบียบ
ค าสั่ง มติคณะรัฐมนตรี และหนังสือเวียน ที่เกี่ยวข้อง
(4) ท าลายให้สิ้นสภาพ ส าหรับสินค้าหีบห่อหรือสินค้าที่หีบห่อถูกท าลาย แล้วขายสินค้า
ที่สิ้นสภาพแล้วตาม (1) หรือขายโดยวิธีการอื่นตามที่เห็นสมควร หรือจ าหน่ายเป็นสูญตามกฎหมาย
ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ และประกาศ ระเบียบ ค าสั่ง มติคณะรัฐมนตรี
และหนังสือเวียน ที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 7 ในกรณีที่เครื่องชั่งตวงวัดที่ยึด หรือไม่ปรากฏเจ้าของหรือผู้ครอบครองไม่สามารถ
แก้ไขให้ถูกต้องได้หรือมีสภาพไม่สมควรจะใช้เป็นเครื่องชั่งตวงวัดต่อไป ให้ด าเนินการตามข้อ 6 (3)
ข้อ 8 กรณีสินค้าหีบห่อที่ยึดไว้อยู่ระหว่างการรอผู้มาแสดงตนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครอ ง
ตามระยะเวลาที่กฎหมายก าหนดไว้ ก่อนจะตกเป็นของกรมการค้าภายใน ถ้าสินค้าหีบห่อนั้นเป็น
ของเสียง่ายหรือถ้าเก็บรักษาไว้จะเป็นการเสี่ยงต่อความเสียหายหรือจะเสียค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา
เกินสมควร ให้ขายทอดตลาด ขายตามข้อ 6 (1) หรือขายโดยวิธีการอื่นตามที่เห็นสมควร
การขายสินค้าหีบห่อตามวรรคหนึ่ง ได้เงินจ านวนสุทธิเท่าใดให้ยึดไว้แทนสินค้าจนกว่าจะถึง
ระยะเวลาที่กฎหมายก าหนดให้ตกเป็นของกรมการค้าภายใน
เงินที่ยึดไว้แทนสินค้าตามวรรคสอง ให้น าฝากที่บัญชีเงินฝากที่เปิดไว้กับกระทรวงการคลัง
หรือคลังจังหวัด กรณีที่เป็นศูนย์ชั่งตวงวัดหรือส านักงานสาขาชั่งตวงวัด
ให้น าเงินตามวรรคสองและดอกผลที่เกิดจากเงินฝากดังกล่าวน าส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
เมื่อครบระยะเวลาที่กฎหมายก าหนดให้ตกเป็นของกรมการค้าภายใน
ข้อ 9 เงินที่ได้จากการด าเนินงานตามข้อ 6 ให้น าส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
ข้อ 10 วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการรับเงิน การเบิกเงิน การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงิน
หรือวิธีปฏิบัติอื่นใดที่ไม่ได้ก าหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการนั้น
ข้อ 11 ให้อธิบดีกรมการค้าภายในเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้
ประกาศ ณ วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖5
วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม
อธิบดีกรมการค้าภายใน
้หนา ๓
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๒๕๕ งราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๕
|
test
| 405
|
150.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/150.pdf
|
ประกาศส านักงานประกันสังคม
เรื่อง ก าหนดหลักเกณฑ์ในกรณีทุพพลภาพ (ฉบับที่ 2)
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขปรับปรุงการก าหนดหลักเกณฑ์ในกรณีทุพพลภาพ
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
โดยพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ เลขาธิการส านักงานประกันสังคม
โดยค าแนะน าของคณะกรรมการการแพทย์จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ข้อ 2 ให้ยกเลิกความใน (1) และ (2) (ก) ของข้อ 3 แห่งประกาศส านักงานประกันสังคม
เรื่อง ก าหนดหลักเกณฑ์ในกรณีทุพพลภาพ ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2560 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(๑) ทุพพลภาพมีระดับความสูญเสียไม่รุนแรง ได้แก่ การสูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพ
ของอวัยวะหรือของร่างกายหรือสูญเสียสภาวะปกติของจิตใจ จนท าให้ความสามารถในการท างานลดลง
ถึงขนาดไม่อาจประกอบการงานตามปกติได้ เมื่อประเมินการสูญเสียสมรรถภาพตั้งแต่ร้อยละสามสิบห้าขึ้นไป
แต่ไม่ถึงร้อยละห้าสิบของทั้งร่างกาย
(๒) ทุพพลภาพมีระดับความสูญเสียรุนแรง ได้แก่
(ก) การสูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะหรือของร่างกาย หรือสูญเสีย
สภาวะปกติของจิตใจ จนท าให้ความสามารถในการท างานลดลงถึงขนาดไม่อาจประกอบการงานตามปกติได้
เมื่อประเมินการสูญเสียสมรรถภาพตั้งแต่ร้อยละห้าสิบขึ้นไปของทั้งร่างกาย”
ข้อ 3 ให้ยกเลิกความใน (1) และ (2) ของข้อ 4 แห่งประกาศส านักงานประกันสังคม
เรื่อง ก าหนดหลักเกณฑ์ในกรณีทุพพลภาพ ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2560 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(1) กรณีผลการประเมินการสูญเสียตั้งแต่ร้อยละสามสิบห้าขึ้นไปแต่ไม่ถึงร้อยละห้าสิบ
ของทั้งร่างกาย ในส่วนกลางให้คณะอนุกรรมการพิจารณาประโยชน์ทดแทนในคณะกรรมการการแพทย์
เป็นผู้มีอ านาจวินิจฉัย ในส่วนภูมิภาคให้คณะอนุกรรมการประกันสังคมจังหวัดในคณะกรรมการ
ประกันสังคมเป็นผู้มีอ านาจพิจารณาวินิจฉัย และรายงานผลให้คณะกรรมการการแพทย์ทราบ
(2) กรณีผลการประเมินการสูญเสียตั้งแต่ร้อยละห้าสิบขึ้นไปของทั้งร่างกาย ในส่วนกลาง
ให้คณะอนุกรรมการพิจารณาประโยชน์ทดแทนในคณะกรรมการการแพทย์เป็นผู้มีอ านาจพิจารณาวินิจฉัย
ในส่วนภูมิภาคให้คณะอนุกรรมการประกันสังคมจังหวัดในคณะกรรมการประกันสังคมเป็นผู้มีอ านาจ
พิจารณาวินิจฉัย และรายงานผลให้คณะกรรมการการแพทย์ทราบ เว้นแต่ กรณีทุพพลภาพตามข้อ 3 (2) (ข)
้หนา ๔๑
่เลม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๙๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ เมษายน ๒๕๖๒
การพิจารณาวินิจฉัยให้เป็นอ านาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ของส านักงาน ทั้งนี้ โดยให้มี
ใบรับรองของแพทย์ผู้รักษาและผ่านการประเมินความสูญเสียสมรรถภาพของร่างกายของแพทย์
ที่ขึ้นทะเบียนกับส านักงานประกันสังคม”
ประกาศ ณ วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖2
อนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ
เลขาธิการส านักงานประกันสังคม
้หนา ๔๒
่เลม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๙๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ เมษายน ๒๕๖๒
|
test
| 406
|
1222.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1222.pdf
|
ระเบียบคณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการท างาน
ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้เงินช่วยเหลือและเงินอุดหนุน
การขอเงินช่วยเหลือและเงินอุดหนุน การอนุมัติเงินทดรองจ่าย การขอเงินทดรองจ่าย
การให้กู้ยืมเงิน และการช าระเงินคืนแก่กองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการท างาน (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๖๕
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบคณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัย
อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างานว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้เงินช่วยเหลือ
และเงินอุดหนุน การขอเงินช่วยเหลือและเงินอุดหนุน การอนุมัติเงินทดรองจ่าย การขอเงินทดรองจ่าย
การให้กู้ยืมเงิน และการช าระเงินคืนแก่กองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวด ล้อม
ในการท างาน พ.ศ. ๒๕๕๙ เกี่ยวกับการยื่นขอรับเงินกองทุน เพื่อให้สอดคล้องกับกฎกระทรวง
แบ่งส่วนราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน พ.ศ. ๒๕๕๙ และให้การบริหารกองทุน
เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๕๐ (๔) แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการท างาน พ.ศ. ๒๕๕๔ คณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการท างาน จึงวางระเบียบไว้ ดังนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๑ แห่งระเบียบคณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัย
อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างานว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้เงินช่วยเหลือ
และเงินอุดหนุน การขอเงินช่วยเหลือและเงินอุดหนุน การอนุมัติเงินทดรองจ่าย การขอเงินทดรองจ่าย
การให้กู้ยืมเงิน และการช าระเงินคืนแก่กองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม
ในการท างาน พ.ศ. ๒๕๕๙ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๑๑ การยื่นค าขอรับเงินกองทุนตามข้อ ๙ และ ๑๐ ให้ยื่น ณ กองความปลอดภัยแรงงาน
ส านักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด หรือศูนย์ความปลอดภัยในการท างานเขต”
ประกาศ ณ วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖5
นิยม สองแก้ว
อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ประธานกรรมการบริหาร
กองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างาน
้หนา ๓
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๔๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๕
|
test
| 407
|
2144.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/2144.pdf
|
1>N&?0&ค>11/@1%P0&@0'่@B/%
/N@ O/0@1QO'1>P0%์@R/OQ%'่@B/%NพAPอ&11N#@ค/@/N Aอ 1Oอ%N2?0ห@0อ?%N%APอ/@@
'1>2&Nห!B.?0พ>&?!>2@$@1>ห1Aอ/?Nห!Bํ@N'็%NพAPอN/0Nห3Aอ1@11N'็%1?พ>N01
พ.0. 2567
P 0#?PN'็%@12/ค/1ํ@ห% ห3?N์ />$?@1 O3>NAPอ%R@1ออ%B@!O3>@1อ%B@!
QหOค>11/@1 ? @1'่@B/%ห1Aอ2/@>'่@B/%QO'1>P0% ์@R/O#?PN> @Q%!@/$11/@! >
Q%'่@B/%NพAPอ&11N#@ค/@/N Aอ 1Oอ%N2?0ห@0อ?%N%APอ/@@'1>2&Nห!B.?0พ>&?!>2@$@1>ห1Aอ/?Nห!Bํ@N'็%
NพAPอN/0Nห3Aอ1@11N'็%1?พ>N01
อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ _d (b) O3>/@!1@ c` /11ค2อ OหNพ1>1@&??!>
'่@B/% พ.0. `cd` O3>/!>#?P'1>B/ค>11/@1%P0&@0'่@B/% ค1?Q#?P 1/2567 N/APอ/?%#?P
17 !B3@ค/ 2567 ค>11/@1%P0&@0'่@B/% ออ1>N&?0&R/O ?!NอR'%?Q
Oอ _ 1>N&?0&%?QN1?0/N@ 1>N&?0&ค>11/@1%P0&@0'่@B/% /N@ O/0@1QO'1>P0%์
@R/OQ%'่@B/%NพAPอ&11N#@ค/@/N Aอ 1Oอ%N2?0ห@0อ?%N%APอ/@@'1>2&Nห!B.?0พ>&?!>2@$@1>ห1Aอ
/?Nห!Bํ@N'็%NพAPอN/0Nห3Aอ1@11N'็%1?พ>N01 พ.0. 2567
Oอ ` 1>N&?0&%?QQหOQO&?ค?&!?QO!N/?%"? @/?%'1>@0Q%1@>@%BN&1@N'็%!O%R'
Oอ a Q%1>N&?0&%?Q
R/O ห/@0ค/@//N@ R/O#?PN> @Q%!@/$11/@!>Q%'่@B/%
QO'1>P0% ์@R/O ห/@0ค/@// N@ @1QO'1>P0% ์@R/O#?PN> @Q%!@/$11/@! >
Q%'่@B/%R'QO&11N#@ค/@/N Aอ 1Oอ%N2?0ห@0อ?%N%APอ/@@'1>2&Nห! B.?0พ>&?!>2@$@1>ห1 Aอ
/?Nห!Bํ@N'็%NพAPอN/0Nห3Aอ1@11N'็%1?พ>N01
R/O#1คBคN@ ห/@0ค/@//N@ R/Oห/หO@/!@/ห/@0/ N@ O/0'่@R/O O3>QหOห/@0ค/@/
1//"@R/OอAP%Q #?Pค/1คN@ON@1อ%B1?1์QหOคอ0CN!NอR'!@/3?1>ห1Aอ%> #?Pํ@ห% Q%1>#1/
.?0พ>&?!>2@$@1> ห/@0ค/@// N@ อ?คค?.?0 /@!.?0 อB#.?0 !3อ %. ?0อAP% N
อ?%/?(31>#&! Nอ2@$@1% R/N/N@N> @$11/@! > /?(CO#ํ@QหON> @Q% อB&?!>Nห!B ห1AอNห!BอAP%Q
@PNอQหON> อ?%!1@0ON?/>!ห1Aอ1N@@0อ'1>@% ห1Aอค/@/N2?0ห@0ON#1?พ0์2>%อ'1>@%
ห1Aออ1?
คํ@ออ%B@! ห/@0ค/@//N@ คํ@ออ%B@!QO'1>P0%์@R/O
หนา ๑
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๓๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ห%?2Aออ%B@! ห/@0ค/@//N@ ห%?2Aออ%B@!QหOQO'1>P0%์@R/O
2/@> ห/@0ค/@//N@ 2/@>'่@B/%
ค>11/@1 ห/@0ค/@//N@ ค>11/@1? @1'่@B/%
(CO1?&อ%B@! ห/@0ค/@// N@ 2/@>ห1Aอค>11/@1 @PR O1?&ห%?2Aออ%B@!
QหOQO'1>P0%์@R/O
NO@ห%O@#?P'่@B/% ห/@0ค/@//N@ NO@ห%O@#?P2?? 1/'่@R/O#?Pค>11/@1' ่@B/%
'1>ํ@?ห/? O!N!?QQหON'็%NO@ห%O@#?P'่@B/%!@/ห/@0/N@ O/0'่@B/%
NO@ห%O@#?P(CO1?&คํ@อ ห/@0ค/@//N@ NO@ห%O@#?Pอ2ํ@%?? @1#1?พ0@1'่@R/Oห1Aอ0C%0์'่@R/O
O3O/O!N1?
Oอ b ค>11/@1ห1 Aอ2/@>'1>2ค ์>QO'1>P0% ์@R/OQ%พAQ%#?P'่@B/%#?P!%
N'็%ค>11/@1ห1Aอ2/@>.@0Q%N!?ห/? N ?0/?%?&พAQ%#?P#?P'่@B/%%?Q%!?Qอ0CN QหO0AP%คํ@ออ%B@!
!Nอค>11/@1'่@B/%'1>ํ@?ห/? R OQ%1?Q 1?ห%@P ?!NอR'%?Q
(_) ค>11/@1P 0/!>N2?0O@/@0AP%คํ@ออ%B@!!Nอค>11/@1'่@B/%'1>ํ@?ห/?
OหN#Oอ#?P#?P'่@B/%%?Q%!?Qอ0CNพ1Oอ/ O/0Nอ2@1ห1Aอห3?@%!@/#?P1>&BR/OQ%O&&คํ@อ ห1Aอ
(`) 2/@>OOค/@/'1>2ค์N'็%ห%?2AอR'0?ค>11/@1NพAPอพ>@1@QหOค/@/NหO%อ&
Q%1?#?Pค>11/@1P 0/!>N2?0O@/@NหO%อ&QหO/?@1QO'1>P0%์@R/OR O QหOค>11/@1
0AP%คํ@ออ%B@!!Nอค>11/@1' ่@B/%'1>ํ@?ห/? OหN#Oอ#?P#?P'่@B/%%?Q%!?Qอ0CNพ1Oอ/ O/0
Nอ2@1ห1Aอห3?@%!@/#?P1>&BR/OQ%O&&คํ@อ
QหOค>11/@1พ >@1@O3>/ ?/!>!@//11คห% @P.@0Q%N O /?%%?&O!N/?%#?PR O1?&ห%?2Aอ
OOค/@/'1>2ค์@2/@>
Oอ c คํ@ออ%B@!!@/Oอ b !Oอ1>&B1@03>Nอ?0 ?!NอR'%?Q
(_) /?!"B'1>2ค์Q%@1QO'1>P0%์@R/O
(`) 2"@%#?P#?P>/?@1QO'1>P0%์@R/O#?Pออ%B@!
(a) 1>0>N/3@QO'1>P0%์@R/O#?Pออ%B@!
(b) ํ@%/% %> O3>%@ อR/O#?P>QO'1>P0%์
(c) O(%#?P2?N'ห1Aอ.@พ"N@0O2 &1>N/พAQ%#?P'่@B/%#?Pออ%B@!QO'1>P0%์@R/O
(d) O(%@1'3CR/O# O#%.@0ห3?@@1QO'1>P0%์@R/O#?PR O1?&อ%B@! P 0%> พ?%$B์R/O
#?P%ํ@/@'3C# O#%QหOพ>@1@%> พ?%$B์R/O#?PNห/@>2/?&1>&&%>N/0O3>2.@พพAQ%#?P#?P%ํ@R''3C O/0
หนา ๒
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๓๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
Oอ d @10AP%คํ@ออ%B@!!@/Oอ b QหO0AP% 2"@%#?Pห1Aอ/>$?@1 ?!NอR'%?Q
(_) 2ํ@%?? @1#1?พ0@1'่@R/OOหN#Oอ#?P#?P1?&(> อ&
(2) 0C%0์'่@R/OOหN#Oอ#?P#?P1?&(> อ&
(3) 2"@%#?PอAP%ห1AอP 0/>$?@1อAP%!@/#?Pอ$>& ?'1>@0ํ@ห%
Oอ e N/APอR O1?&คํ@ออ%B@!!@/Oอ b O3O/ QหONO@ห%O@#?P(CO1?&คํ@อออQ&1 ?&คํ@อ
QหOON(CO0AP%คํ@ออ%B@!R/ON'็%ห3?@%
QหONO@ห%O@#?P(CO1?&คํ@อ!1/2อ&คํ@อO3>Nอ2@1ห3 ?@%!@/Oอ b ห@NหO%/N@Nอ2@1
ห3?@%R/Nค1&"O/%O3>"C!Oอ QหOOON'็%ห%?2Aอ!Nอ(CO0AP%คํ@ออ%B@!NพAPอQหO2NNอ2@1ห3?@%
Nพ>P/N!>/QหOค1&"O/%O3>"C!Oอ.@0Q%N/3@#?PNO@ห%O@#?P(CO1?&คํ@อํ@ห% O!N!OอR/N%Oอ0/N@2>&/?%%?&O!N
/?%#?PR O1?&OO ห@(CO0AP%คํ@ออ%B@!R/N2NNอ2@1ห3?@%.@0Q%N/3@# ?Pํ@ห% QหO"Aอ/N@คํ@อ%?Q%
N'็%อ?%0N3>%?&O!N/?%#?PพO%ํ@ห% 1>0>N/3@ ?3N@/ O3>QหONO@ห%O@#?P(CO1?&คํ@อOON'็%ห%?2Aอ
QหO(CO0AP%คํ@ออ%B@!#1@&
1?#?PNO@ห%O@#?P(CO1?&คํ@อ!1/2อ&O3 O/NหO%/N@Nอ2@1ห3?@%ค1&"O/%O3>"C!OอQหO2N
2ํ@N%@คํ@ออ%B@!พ1Oอ/Nอ2@1# ?PN?P0/OอQหON3@%B@1ค>11/@1' ่@B/%'1> ํ@?ห/?
NพAPอ/อ&ห/@0NO@ห%O@#?P'่@B/%ออR'#ํ@@1!1/2.@พ'่@Q%พAQ%#?P'่@B/%!@/#?P1>&BR/OQ%คํ@ออ%B@!
.@0Q%หO@/?%%?&O!N/?%#?PN3@%B@1ค>11/@1'่@B/%'1>ํ@?ห/? R O1?&คํ@อO3>Nอ2@1ห3?@%
ค1&"O/%O3>"C!Oอ
Oอ f Q%@1!1/2.@พ'่@ QหONO@ห%O@#?P'่@B/%N'็%(CO%? /?%O3>N/3@#?P>!1/2.@พ'่@
พ1Oอ/#?QOON'็%ห%?2AอQหO(CO0AP%คํ@ออ%B@!#1@& O3>QหO(CO0AP%คํ@ออ%B@!%ํ@NO@ห%O@#?PNO@!1/
2.@พ'่@!@//?%O3>N/3@#?Pํ@ห% ห@R/N%ํ@NO@ห%O@#?PNO@!1/2.@พ' ่@!@/ํ@ห% N/3@ ?3N@/
QหONO@ห%O@#?P'่@B/%ํ@ห% /?%O3>N/3@Q%@1!1/2.@พ'่@Qห/NP 0OON'็%ห%?2AอQหO(CO0AP%คํ@ออ%B@!
#1@&อ?ค1?Q ห@(CO0AP%คํ@ออ%B@!R/N%ํ@NO@ห%O@#?PNO@!1/2.@พ' ่@!@/ํ@ห% N/3@ ?3N@/อ?
QหO"Aอ/N@คํ@อ%?Q%N'็%อ?%2>Q%(3O3>QหONO@ห%O@#?P'่@B/%OON'็%ห%?2AอQหO(CO0AP%คํ@ออ%B@!#1@&
Oอ g QหONO@ห%O@#?P'่@B/%!1/2.@พ'่@QหOO3O/N21O.@0Q%2>&หO@/?%%?&O!N/?%#?PNO@!1/
2.@พ'่@!@/Oอ f N/O%O!N/?Nห!Bํ@N'็%R/Nอ@!1/2.@พ' ่@QหOO3O/N21O.@0Q%1>0>N/3@ ?3N@/
QหO0@01>0>N/3@ออR'R OR/NN>%2>&หO@/?% P 0QหOOONห!B(3O3>ค/@/ํ@N'็%Q%@10@01>0>N/3@
N'็%ห%?2AอQหON3@%B@1ค>11/@1'่@B/%'1>ํ@?ห/? #1@&
หนา ๓
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๓๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
N/APอR O!1/2.@พ'่@!@//11คห%@PN21OO3O/ QหON3@%B@1ค>11/@1'่@B/%'1>ํ@?ห/?
1@0@%(3@1!1/2.@พ' ่@ O3>? #ํ@ค/@/Nห O%N2%อค>11/@1' ่@B/%'1> ํ@?ห/?
.@0Q%2>&หO@/?%%?&O!N/?%#?P!1/2.@พ'่@O3O/N21O
Oอ _^ @1พ>@1@อ%B@!QหOQO'1>P0%์@R/OQหON'็%R'!@/ห3 ?N์O3>NAPอ%R
?!NอR'%?Q
(_) @1อ%B@!>!OอN'็%R'NพAPอ&11N#@ค/@/N Aอ 1Oอ%N2?0ห@0อ?%N%APอ/@@'1>2&Nห!B
.?0พ>&?!> 2@$@1>ห1 Aอ/?Nห!Bํ@N'็%NพAPอN/0Nห3 Aอ1@11N' ็%1 ?พ>N01 P 0@1พ >@1@
QหOค/@/N/0Nห3Aอ1@11N'็%1?พ>N01อQหOคํ@%@"@@1/?2N/%1N//Q%@1 CO31?1@'่@B/%อ(COR O1?&
ค/@/N/0Nห3Aอ O/0
(2) @1QO'1>P0%์@R/O!OอN'็%R/O#?P@Q%อ0CNQ%&1>N/NพAPอ@1QO'1>P0%์
(3) QหOพ>@1@อ% B@!QหOQO'1>P0% ์@R/O!@/$11/@! >@PR/NQNR/O#1คBคN@Nอ%
ห@ํ@%/%R/ O!@/$11/@! >@P/>QNR/O#1คBคN@0?R/NNพ?0พอ ห1AอR/O%?Q%/?%@ R/ NNห/@>2/
#?P>%ํ@R'QO'1>P0% ์R O @>อ%B@!QหOQO'1>P0% ์@R/O#1คBคN@#?P/?%@ ค/@/P!R/ NN>%
2อ1Oอ0N%!>N/!1R O P 0/? 1อ&3ํ@!O%!1#?P1> ?&ค/@/2Cห%@P1Oอ02@/2>&N%!>N/!1@พAQ% >%
N/O%O!N!O%R/O#?P3ํ@!O%/?3?1>(> '!> QหO/? P 01อ&3 ํ@!O%!1#?P"? @#?P/?3?1>(> '!>@Q%R'
Q3O> #?P2B
(4) 2"@%#?P#?P>/?@1QO'1>P0%์@R/O!Oออ0CN.@0Q%N!?ห/? N ?0/?&พAQ%#?P#?P'่@B/%
#?P/?@1ออ%B@!QO'1>P0%์@R/O!?Qอ0CN
ค/@/Q% (3) R/NQO&?ค?&ONR/O#1คBคN@#?P3O/!@/$11/@!>
Oอ __ QหOค>11/@1'่@B/%'1>ํ@?ห/? พ>@1@คํ@ออ%B@!QหOO3O/N21OP 0N1O/
@P!OอR/NN>%2@/2>&/?%%?&O!N/?%#?PR O1?&1@0@%(3@1!1/2.@พ'่@!@/Oอ g /11ค2อ
Oอ _` Q%@1พ>@1@อ% B@!!@/ Oอ _^ QหOค>11/@1' ่@B/%'1> ํ@?ห/?
พ>@1@อ%B@!R O!@/ค/@/ํ@N'็%O3>Nห/@>2/ON1?!@/#?Pออ%B@! O3>QหOคํ@%@"@(31>#&
#?P>N> @Q%?&1>&&%>N/0Q%&1>N/#?PR/O%?Q%@Q%อ0CNN/APอ/?@1%ํ@R/OR'QO'1>P0%์ 1//#?QO(%@1'3CR/O# O#%
.@0ห3?@#?P/?@1QO'1>P0%์@R/O!@/#?PR O1?&ห%?2Aออ%B@!'1>อ& O/0
หนา ๔
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๓๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
Oอ 13 QหO(CO1?&อ%B@!#ํ@@13 O/R/OR O.@0Q! O@1ํ@?& CO3อN O@ห%O@#?P'่@B/%
O3>11/@1 ? @1'่@B/%อ0N@%Oอ02อค% #?Q%?Q อ@อค/@/ N/0Nห3Aอ@(CO#?P/?#? 1>
ห1Aอ'1>2&@1 ์N'็%(CO1>#ํ@@13O/!O%R/O%?Q%QหOO#%OR O P 0QหO"N@0.@พ!O%R/ONอ%#?P>3O/R/O
@13O/R/O%?Q% !อR/O R/O#?P3O/O3O/ O3>R/O#?P!? N'็%#Nอ% O3>? #ํ@&?%#@@13O/R/OR/ON'็%ห3?@%
Oอ _4 N/APอ(CO1?&อ%B@!R OQO'1>P0%์@R/O!@/#?PR O1?&ห%?2Aออ%B@!N21O2>Q%O3O/QหOOO
N'็%ห%?2Aอพ1Oอ/O%&2ํ@N%@&?%#@@13O/R/O!Nอ'1>$@%11/@1'่@B/%'1>ํ@?ห/? #1@&.@0Q%
NO /?%%?&O!N/?%#?P ํ@N%>%@1N21 O2>Q% O3>Qห ON1>P/!O% ํ@N%>%@1!@/O(%@1'3 CR/O# O#%
!@/1@03>Nอ?0 #?PR O0AP%R/Oพ1Oอ/คํ@ออ%B@!
Oอ _5 Q%1?#?Pห%?2Aออ%B@!ํ@1B 2Cห@0 ห1Aอ"C#ํ@3@0 QหO(CO1?&ห%?2Aออ%B@!
0AP%คํ@อ1?&Q&O#%ห% ?2Aออ%B@!!Nอ'1>$@%11/@1' ่@B/%'1>ํ@?ห/? P 02NคA%ห%?2Aอ
อ%B@!N >/#?Pํ@1B ห1Aอ0AP%ห3?@%OOค/@/1?2Cห@0ห1Aอ"C#ํ@3@0 NพAPอQหO'1>$@%11/@1
'่@B/%'1>ํ@?ห/? พ>@1@ออQ&O#%ห%?2Aออ%B@!!NอR'
@1ออQ&O#%ห% ?2Aออ%B@!!@//11คห% @P QหOQOO&&ห%?2Aออ%B@!N >/ P 0N?0%
ห1Aอ'1>#?&!1@คํ@/N@ Q&O#% O/0ห/@2?O O@%&% O3>QหO1>&B/?% N Aอ% 'ี #?PออQ&O#%
ห%?2Aออ%B@!พ1Oอ/#?Q33@0/AอAPอ(COออQ&O#%ห%?2Aออ%B@!R/O O/0
Oอ _6 QหO'1>$@%11/@1' ่@B/%'1>ํ@?ห/? พ>@1@ออQ&O#%ห% ?2Aออ%B@!
&?&N >/ #?Pํ@1B 2Cห@0 ห1Aอ"C#ํ@3@0.@0Q%2>&หO@/?%%?&O!N/?%#?PR O1?&คํ@อ
Oอ 17 คํ@ออ%B@! Q&1?&คํ@ออ%B@! ห%?2Aออ%B@! 1@0@%(3@1!1/2.@พ' ่@
O3>&?%#@@13O/R/O QหON'็%R'!@/O&&#?Pอ$>& ?ํ@ห% P 0'1>@0Q%1@>@%BN&1@
Oอ _8 QหO'1>$@%11/@1%P0&@0' ่@B/%1?1@@1!@/1>N& ?0&%?Q O3>QหO/?อํ@%@
ออ'1>@0ห1Aอคํ@2?PNพAPอ'1>P0%์Q%@1'>&?!>!@/1>N&?0&%?Q
Q%1?#?P/?'ัห@N?P0/?&@1'>&?!>!@/1>N& ?0&%?Q QหOค>11/@1%P0&@0' ่@B/%
N'็%(CO/>%>?0?Q@ คํ@/>%>?0%?Q%QหON'็%#?P2B
'1>@0 /?%#?P 15 พ20>@0% พ.0. `cde
'1>N21> ?%#11/#อ
1อ%@01?/%!1?
'1>$@%11/@1%P0&@0'่@B/%
หนา ๕
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๓๑๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 408
|
1084.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1084.pdf
|
ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เรื่อง ก าหนดให้ผู้รับอนุญาตท าไม้หรือเก็บหาของป่า หรือผู้รับอนุญาตท าประโยชน์ในเขตป่า
ออกค่าใช้จ่ายเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ท าการบ ารุงป่าหรือปลูกสร้างสวนป่าให้แทน และก าหนดอัตรา
ค่าใช้จ่ายในการบ ารุงป่าหรือปลูกสร้างสวนป่า พ.ศ. ๒๕๖๔
โดยที่เป็นการสมควรก าหนดให้ผู้รับอนุญาตท าไม้หรือเก็บหาของป่า หรือผู้รับอนุญาต
ท าประโยชน์ในเขตป่า ออกค่าใช้จ่ายเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ท าการบ ารุงป่าหรือปลูกสร้างสวนป่า
ให้แทน พร้อมทั้งก าหนดอัตราค่าใช้จ่ายในการบ ารุงป่าหรือปลูกสร้างสวนป่า เพื่อถือปฏิบัติต่อไป
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๕๘ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔
ซึ่งแก้ไขเพิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เรื่อง ก าหนดให้ผู้รับอนุญาตท าไม้หรือเก็บหาของป่ า หรือผู้รับอนุญาตท าประโยชน์ในเขตป่า
ออกค่าใช้จ่ายเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ท าการบ ารุงป่าหรือปลูกสร้างสวนป่าให้แทน และก าหนด
อัตราค่าใช้จ่ายในการบ ารุงป่าหรือปลูกสร้างสวนป่า พ.ศ. 2564”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิก
(๑) ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง ก าหนดอัตราค่าใช้จ่ายในการบ ารุงป่า
หรือปลูกสร้างสวนป่า ส าหรับผู้รับใบอนุญาตแผ้วถางป่า เพื่อท าเหมืองแร่หรือระเบิดย่อยหิน ลงวันที่
๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๖
(๒) ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง ก าหนดให้ผู้รับสัมปทานหรือผู้รับอนุญาต
ท าการบ ารุงป่าหรือปลูกสร้างสวนป่า หรือออกค่าใช้จ่ายเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ท าการบ ารุงป่า
หรือปลูกสร้างสวนป่าให้แทน และก าหนดอัตราค่าใช้จ่ายในการบ ารุงป่าหรือปลูกสร้างสวนป่า ลงวันที่
๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๙
ข้อ ๔ ในประกาศฉบับนี้
“กรม ” หมายความว่า กรมป่าไม้ หรือ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเฉพาะพื้นที่
ที่อยู่ในอ านาจหน้าที่ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
“ส านักแห่งท้องที่” หมายความว่า ส านักจัดการทรัพยากรป่าไม้ หรือ ส านักงานทรัพยากร
ทางทะเลและชายฝั่ง แล้วแต่กรณี
ข้อ ๕ การอนุญาตท าไม้หวงห้าม หรือเก็บหาของป่าหวงห้ามเพื่อการค้าในเขตป่าสงวน
แห่งชาติ หรือป่าที่ได้เตรียมการก าหนดเป็นป่าสงวนแห่งชาติ หรือป่าที่ได้ก าหนดโครงการท าไม้หรือ
เก็บหาของป่าไว้แล้ว หรือการอนุญาตตามมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๕๔ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้
้หนา ๒๒
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๔๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕
พุทธศักราช ๒๔๘๔ ให้ผู้รับอนุญาตออกค่าใช้จ่ายเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ท าการบ ารุงป่าหรือ
ปลูกสร้างสวนป่าให้แทน เงินค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้ค านวณโดยถือเกณฑ์ค่าภาคหลวงไม้หรือของป่า
ที่ท าออก หรือถือเกณฑ์วัตถุประสงค์แห่งการท าประโยชน์ในพื้นที่ป่าที่ได้รับอนุญาตในอัตราดังต่อไปนี้
(๑) ไม้สักชั้น ก. หกเท่าของค่าภาคหลวง
(๒) ไม้สักชั้น ข. หรือ ค. สี่เท่าของค่าภาคหลวง
(๓) ไม้สักชั้น ง. สองเท่าของค่าภาคหลวง
(๔) ไม้กระยาเลยที่เรียกเก็บค่าภาคหลวงลูกบาศก์เมตรละหนึ่งร้อยบาทถึงหนึ่งร้อยยี่สิบบาท
สี่เท่าของค่าภาคหลวง
(๕) ไม้กระยาเลยที่เรียกเก็บค่าภาคหลวงลูกบาศก์เมตรละหกสิบบาทถึงแปดสิบบาท
สามเท่าของค่าภาคหลวง
(๖) ไม้กระยาเลยที่เรียกเก็บค่าภาคหลวงลูกบาศก์เมตรละสามสิบบาทถึงสี่สิบบาท
สองเท่าของค่าภาคหลวง
(๗) ไม้ฟืนหรือไม้เผาถ่านที่ท าออกจากป่าชายเลนที่เรียกเก็บค่าภาคหลวงลูกบาศก์เมตรละ
ยี่สิบบาทหรือต่ ากว่าหรือเก็บค่าภาคหลวงโดยวิธีอื่น สามเท่าของค่าภาคหลวง
(๘) ไม้กระยาเลยที่เรียกเก็บค่าภาคหลวงลูกบาศก์เมตรละยี่สิบบาทหรือต่ ากว่า หรือ
เก็บค่าภาคหลวงโดยวิธีอื่น หนึ่งเท่าของค่าภาคหลวง
(๙) ของป่าหวงห้ามที่อนุญาตเพื่อการค้า สองเท่าของค่าภาคหลวง
(๑๐) ไม้ที่ท าออกตามมาตรา ๑๓ เพื่อการค้า หรือมาตรา ๑๘ เพื่อการค้า หนึ่งเท่าของ
ค่าภาคหลวง
(๑๑) การอนุญาตท าประโยชน์ในเขตป่า ตามมาตรา ๕๔ กรณี
(ก) เพื่อการท าเ หมืองแร่ การขุดหาแร่รายย่อยและการร่อนแร่ การสร้างทางขนแร่
ออกจากพื้นที่ประทานบัตร หรือกิจการอันเกี่ยวเนื่องกับการเหมืองแร่ตามกฎหมายว่าด้วยแร่
ไร่ละ ๑,๒๐๐ บาท
(ข) เพื่อการผลิตปิโตรเลียม การเก็บรักษาการขนส่ง หรือกิจการอันเกี่ยวเนื่องกับ
ปิโตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม ไร่ละ ๑,๒๐๐ บาท
(ค) เพื่อการศึกษาหรือวิจัยทางวิชาการ การส ารวจแร่ การส ารวจปิโตรเลียม
และกิจการอันเกี่ยวเนื่องกับการส ารวจ ไร่ละ ๑๐๐ บาท
(ง) เพื่อการขุด เก็บ ซึ่งทราย ลูกรัง ห รือดิน และกิจการอันเกี่ยวเนื่องที่มิใช่
การท าเหมืองแร่หรือการขุดหาแร่รายย่อย และการร่อนแร่ ตามกฎหมายว่าด้วยแร่ ไร่ละ ๑,๒๐๐ บาท
(จ) เพื่อจัดเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ไร่ละ ๑,๒๐๐ บาท
(ฉ) เพื่อการสร้างศาสนสถาน ไร่ละ ๒๐๐ บาท
(ช) เพื่อการปลูกป่าหรือการท าสวนป่า ไร่ละ ๒๐๐ บาท
้หนา ๒๓
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๔๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕
(ซ) เพื่อการอยู่อาศัยหรือประกอบอาชีพเกษตรกรรม ไร่ละ ๕๐๐ บาท
(ฌ) เพื่อการเพาะเลี้ยงหรือขยายพันธุ์สัตว์ป่า ไร่ละ ๒๐๐ บาท
และ (ญ) เพื่อประโยชน์ในทางราชการ ไร่ละ ๒๐๐ บาท
ส าหรับการอนุญาตท าไม้หวงห้ามที่ปลูกขึ้น ได้รับยกเว้นไม่ต้องช าระค่าใช้จ่ายเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่
ท าการบ ารุงป่าหรือปลูกสร้างสวนป่าให้แทนตาม (๑) - (๑๐)
ข้อ ๖ ให้ผู้รับอนุญาตช าระค่าใช้จ่ายในการบ ารุงป่าหรือปลูกสร้างสวนป่าตาม ข้อ ๕
(๑) - (๑๐) พร้อมค่าภาคหลวงไม้หรือของป่า หรือกรณีการอนุญาตตามข้อ ๕ (๑๑) (ก) - (ญ)
ให้ช าระพร้อมค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ณ ส านักแห่งท้องที่แล้วให้ส านักแห่งท้องที่น าเงินเข้าบัญชี
ที่กรมก าหนด
ส าหรับเงินค่าใช้จ่ายในการบ ารุงป่าหรือปลูกสร้างสวนป่าตามวรรคหนึ่ง ให้ กรมน าไปใช้จ่าย
ในการบ ารุงป่าหรือปลูกสร้างสวนป่าตามหลักวิชาการและแผนงานที่ก าหนด
ข้อ ๗ บรรดาไม้หวงห้ามหรือของป่าหวงห้ามที่ยังมิได้ตรวจวัดเพื่อเก็บค่าภาคหลวงในวันที่
ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฉบับนี้ใช้บังคับ ให้ปฏิบัติตามประกาศกระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฉบับนี้ทั้งสิ้น
ประกาศ ณ วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. ๒๕64
วราวุธ ศิลปอาชา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
้หนา ๒๔
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๔๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕
|
test
| 409
|
1081.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1081.pdf
|
ประกาศกรมควบคุมโรค
เรื่อง ยกเลิกการเรียกส าเนาบัตรประจ าตัวประชาชนและส าเนาทะเบียนบ้าน
ตามข้อ 17 ของค าสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 21/2560 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติม
กฎหมายเพื่ออ านวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ลงวันที่ 4 เมษายน 2560 ประกอบกับมติ
ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบาย Thailand 4.0
ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2561 ซึ่งที่ประชุมได้มีมติให้ยกเลิกการใ ช้ส าเนา
บัตรประจ าตัวประชาชนและส าเนาทะเบียนบ้าน เพื่อรองรับการเป็นรัฐบาลดิจิทัล และมติคณะรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 ที่มีมติเห็นชอบมาตรการอ านวยความสะดวกและลดภาระแก่ประชาชน
(การไม่เรียกส าเนาเอกสารที่ทางราชการออกให้จากประชาชน) นั้น
เพื่อให้การปฏิบัติราชการตามกฎหมายที่อยู่ในอ านาจของกรมควบคุมโรคเป็นไปตามค าสั่ง
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประกอบกับมติคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อรองรับ
การปรับเปลี่ยนตามนโยบาย Thailand 4.0 และมติคณะรัฐมนตรี อันเป็นการอ านวยความสะดวก
และลดภาระแก่ ประชาชน ฉะนั้น อาศัยอ านาจตามความในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติ
ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร
ราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ อธิบดีกรมควบคุมโรค จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิกการเรียกส าเนาบัตรประจ าตัวประชาชนและส าเนาทะเบียนบ้าน จากผู้ยื่น
ค าขออนุมัติ อนุญาต จดทะเบียน จดแจ้ง แจ้ง หรือการด าเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ
ค าสั่ง ข้อบังคับ หรือประกาศ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมควบคุมโรค
ข้อ 2 กรณีจ าเป็นและต้องใช้ส าเนาบัตรประจ าตัวประชาชนหรือส าเนาทะเบียนบ้าน
เพื่อประกอบการพิจารณาด าเนินการ ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับค าขอเป็นผู้จัดท าส าเนาเอกสารดังกล่าวขึ้นเอง
โดยห้ามมิให้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากการจัดท าส าเนาเอกสารดังกล่าว
ข้อ 3 กรณีมอบอ านาจให้บุคคลอื่นด าเนินการแทน ให้ผู้รับมอบอ านาจยื่นส าเนาบัตร
ประจ าตัวประชาชนของผู้มอบอ านาจที่ลงนามรับรองส าเนาถูกต้องเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖4
โอภาส การย์กวินพงศ์
อธิบดีกรมควบคุมโรค
้หนา ๒๐
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๓๙ งราชกิจจานุเบกษา ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕
|
test
| 410
|
1117.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1117.pdf
|
ประกาศ
เรื่อง การให้ข้อก าหนด ประกาศ และค าสั่งที่นายกรัฐมนตรีก าหนด
ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับ
ตามที่ได้มีประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่
ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ ๑๗) ลงวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ นั้น
เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติการป้องกัน แก้ไข ระงับยับยั้ง ฟื้นฟู หรือช่วยเหลือ
ประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาศัยอ านาจตา มความในมาตรา ๗ มาตรา ๘ และมาตรา ๙
แห่งพระราชก าหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ นายกรัฐมนตรีจึงให้
บรรดาข้อก าหนด ประกาศ และค าสั่งที่นายกรัฐมนตรีก าหนดขึ้นตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
ในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และ
ตามประกาศขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่า
นายกรัฐมนตรีจะก าหนดเป็นอย่างอื่น
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖5
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
้หนา ๕๖
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๖๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๕
|
test
| 411
|
1099.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1099.pdf
|
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
เกี่ยวกับภาษีเงินได (ฉบับที่ ๔๑๔)
เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเวนภาษีเงินได สําหรับเงินไดเทาที่ไดจาย
เปนคาซื้อหนวยลงทุนและการถือหนวยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ
อาศัยอํานาจตามความในขอ ๒ (๕๕) แหงกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒๖ (พ.ศ. ๒๕๐๙)
ออกตามความในประมวลรัษฎากร วาดวยการยกเวนรัษฎากร ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๓๕๗ (พ.ศ. ๒๕๖๓) ออกตามความในประมวลรัษฎากร วาดวยการยกเวนรัษฎากร
อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเวนภาษีเงินได สําหรับเงินได
เทาที่ไดจายเปนคาซื้อหนวยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ และการถือหนวยลงทุนในกองทุนรวม
เพื่อการเลี้ยงชีพ ดังตอไปนี้
ขอ ๑ ใหยกเลิกความในขอ ๘ ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได
(ฉบับที่ ๔๐๑) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเวนภาษีเงินได สําหรับเงินได
เทาที่ไดจายเปนคาซื้อหนวยลงทุนและการถือหนวยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ลงวันที่
๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๔ และใหใชความตอไปนี้แทน
“ขอ ๘ การไดรับยกเวนภาษีเงินได สําหรับเงินไดเทาที่ไดจายเปนคาซื้อหนวยลงทุน
ในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตามประกาศนี้ ตองเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการ ดังตอไปนี้
(๑) กรณีการซื้อหนวยลงทุนตั้งแตวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เปนตนไป
ผูมีเงินไดตองแจงความประสงคที่จะใชสิท ธิยกเวนภาษีเงินไดตอบริษัทหลักทรัพยจัดการกองทุนรวม
ที่ตนไดซื้อหนวยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ
(๒) กรณีการซื้อหนวยลงทุนกอนวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ผูมีเงินได
ตองมีหนังสือรับรองการซื้อหนวยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพจากบริษัทหลักทรัพยจัดการกองทุนรวม
ที่แสดงไดวามีการจายเงินเขากองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพดังกลาว”
ขอ ๒ ใหเพิ่มความตอไปนี้เปนขอ ๘/๑ ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได
(ฉบับที่ ๔๐๑) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเวนภาษีเงินได สําหรับเงินได
เทาที่ไดจายเปนคาซื้อหนวยลงทุนและการถือหนวยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ลงวันที่
๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๔
้หนา ๑๒๓
่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๑๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓ มีนาคม ๒๕๖๕
“ขอ ๘/๑ บริษัทหลักทรัพยจัดการกองทุนรวมที่ไดรับแจงความประสงคตามขอ ๘ (๑)
ตองสงขอมูลของผูมีเงินไดตอกองเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมสรรพากร โดยจัดทําขึ้นเปนขอมูลอิเล็กทรอนิกส
ตามรูปแบบและนําสงตามวิธีการที่กําหนดบนเว็บไซตของกรมสรรพากร http://www.rd.go.th
การแจงและการสงขอมูลตามวรรคหนึ่ง ใหแจงภายในวันที่ ๑๕ มกราคมของปถัดไป
เวนแตอธิบดีจะกําหนดเปนอยางอื่น
กรณีบริษัทหลักทรัพยจัดการกองทุนรวมไดแจงและสงขอมูลตามวรรคสองแลว
แตมีความประสงคจะขอแกไข ยกเลิก หรือเพิ่มเติมขอมูลดังกลาวนั้น ใหบริษัทหลักทรัพยจัดการ
กองทุนรวมดังกลาวแจงและสงขอมูลผานระบบรับขอมูลคาซื้อหนวยลงทุนเกินกําหนดเวลาบนเว็บไซต
ของกรมสรรพากร http://www.rd.go.th”
ขอ ๓ ใหยกเลิกความในวรรคสองของขอ ๙ ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได
(ฉบับที่ ๔๐๑) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเวนภาษีเงินไดสําหรับเงินได
เทาที่ไดจายเปนคาซื้อหนวยลงทุนและการถือหนวยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ลงวันที่
๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๔ และใหใชความตอไปนี้แทน
“การโอนการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตามวรรคหนึ่ง ใหกองทุนรวม
เพื่อการเลี้ยงชีพที่ไดรับคําสั่งโอนจากผูมีเงินไดจัดทําหนังสือรับรองการโอนหนวยลงทุนในกองทุนรวม
เพื่อการเลี้ยงชีพ แนบพรอมหนังสือรับรองการซื้อหนวยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ
และสงมอบใหแกกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพที่รับโอนเก็บไวเปนหลักฐานพรอมที่จะใหเจาพนักงาน
ประเมินตรวจสอบได เวนแตกรณีการโอนหนวยลงทุนที่ซื้อตั้งแต วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕
เปนตนไป และผูมีเงินไดไดแจงความประสงคที่จะใชสิทธิยกเวนภาษีเงินไดตามขอ ๘ (๑) แลว
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพที่ไดรับคําสั่งโอน ไมตองแนบและสงมอบหนังสือรับรองการซื้อหนวยลงทุน
ใหแกกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพที่รับโอน”
ขอ ๔ ใหยกเลิกความในวรรคหนึ่งของขอ ๑๐ ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
เกี่ยวกับภาษีเงินได (ฉบับที่ ๔๐๑) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเวนภาษีเงินได
สําหรับเงินไดเทาที่ไดจายเปนคาซื้อหนวยลงทุนและการถือหนวยลงทุน ในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ
ลงวันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๔ และใหใชความตอไปนี้แทน
้หนา ๑๒๔
่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๑๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓ มีนาคม ๒๕๖๕
“หนังสือรับรองการซื้อหนวยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตามขอ ๘ (๒)
และหนังสือรับรองการโอนหนวยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตามขอ ๙ ตองจัดทําเปนภาษาไทย
หรือภาษาอังกฤษ แตถาทําเปนภาษาตางประเทศอื่นตองมีคําแปลภาษาไทยกํากับดวย สวนตัวเลขใหใชเลขไทย
หรือเลขอารบิค โดยมีขอความอยางนอยตามแบบที่แนบทายประกาศนี้”
ขอ ๖ ประกาศนี้ใหใชบังคับสําหรับเงินไดพึงประเมินประจําป พ.ศ. ๒๕๖๕ ที่จะตองยื่นรายการใน
พ.ศ. ๒๕๖๖ เปนตนไป
ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
สมศักดิ์ อนันทวัฒน
รองอธิบดี รักษาราชการแทน
อธิบดีกรมสรรพากร
้หนา ๑๒๕
่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๑๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓ มีนาคม ๒๕๖๕
|
test
| 412
|
835.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/835.pdf
|
ประกาศกรมศุลกากร
ที่ 123/๒๕๖4
เรื่อง การปฏิบัติพิธีการศุลกากรในการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มส าหรับของที่น าเข้ามาใช้รักษา วินิจฉัย
หรือป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อบริจาค
เพื่อให้การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มส าหรับของที่ใช้รักษา วินิจฉัย หรือป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา 2019 ที่น าเข้ามาเพื่อบริจาค ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 720) พ.ศ. 2564 เป็นไปด้วยความเหมาะสมยิ่งขึ้น
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 อธิบดีกรมศุลกากร
ออกประกาศไว้ ดังนี้
ข้อ 1 ของที่น าเข้าต้องเป็นของที่ใช้รักษา วินิจฉัย หรือป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
ตามรายการและระยะเวลาสิ้นสุดที่ก าหนดในประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
ข้อ 2 ให้ผู้น าของเข้าที่จะขอยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มส าหรับการน าเข้าของที่ใช้รักษา วินิจฉัย
หรือป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อบริจาค ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 33) เรื่อง
ก าหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม
ส าหรับการน าเข้าและบริจาคสินค้าที่ใช้รักษา วินิจฉัย หรือป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
ลงวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ออกตามความในพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 720) พ.ศ. 2564 จัดท าและส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าเพิ่มเติม
จากการปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ว่าด้วยกระบวนการทางศุลกากรส าหรับการน าเข้า (e-Import)
โดยระบุค่า ในแต่ละรายการ ดังนี้
(1) ในช่องหมายเหตุ (Remark) ให้ระบุเป็น “บริจาค COVID-19”
(2) ในช่องอัตราลดหย่อนอากร/ยกเว้นอากร (Exemption Rate) ของประเภทค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
(รหัส 0500) ให้ระบุเป็น 100%
ข้อ 3 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ 2564 เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕64
พชร อนันตศิลป์
อธิบดีกรมศุลกากร
้หนา ๘
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๙๓ งราชกิจจานุเบกษา ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๔
|
test
| 413
|
2008.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/2008.pdf
|
'1>@01/$B1>พล?@%
N1APอ 1>&&'้อ?%Oล>1>?&อ?คค?.?0O&&ห?/1>@0%Qํ@ ?&Nพล>2ํ@ห1?&พAQ%#?Pอ@ค@1#?PQO&11BP@'>P!1Nล?0/Nหล/
Oล>อ@ค@1NO&.@%>&11BP@'>P!1Nล?0/Nหล/Q%2"@%#?P&11BP@'>P!1Nล?0/Nหล/'1>N.#P1&11B
พ.0. 2567
อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/Q% Oอ 24 (2) OหN1>#1/2"@%# ?P&11BP@'>P!1Nล?0/Nหล/
'1>N.#P1&11B พ.0. `_`4 อ$>& ?1/$B1>พล?@% ออ'1>@0R/O ?!NอR'%?Q
Oอ _ '1>@0%?QQหOQO&?ค?&!?QO!N/?%'1>@0Q%1@>@%BN&1@N'็%!O%R'
Oอ 2 Q%'1>@0%?Q
/@!1@% NFPA ห/@0ค/@//N@ /@!1@%อ2/@ค/'้อ?%อ?คค?.?0OหN@!>อ'1>N#0
2ห1?อN/1>@ (National Fire Protection Association)
Oอ 3 2"@%#?P&11BP@'>P!1Nล?0/Nหล/'1>N.#P1&11B!Oอ? QหO/?OหลN%Qํ@ห1Aอ#?PNO&%Qํ@
@PQO2ํ@ห1?&1>&&'้อ?%Oล>1>?&อ?คค?.?0O&&ห?/1>@0%Qํ@ ?&Nพล>2ํ@ห1?&พAQ%#?Pอ@ค@1#?PQO&11B
P@'>P!1Nล?0/Nหล/Oล>อ@ค@1NO&.@%>&11BP@'>P!1Nล?0/Nหล/ !@/1>#1//N@ O/02"@%#?P&11B
P@'>P!1Nล?0/Nหล/'1>N.#P1&11B
Oอ 4 1>&&'้อ?%Oล>1> ?&อ?คค?.?0O&&ห?/1>@0% Qํ@ ?&Nพล>2ํ@ห1?&พAQ%#?Pอ@ค@1
#?PQO&11BP@'>P!1Nล?0/Nหล/Oล>อ@ค@1NO&.@%>&11BP@'>P!1Nล?0/Nหล/ >!Oอ? #ํ@1@0@1คํ@%/
QหON'็%R'!@//@!1@%1>&&'้อ?%อ?คค?.?0อ2/@ค//>0/11/2"@%OหN'1>N#0R#0 Q%พ1>&1/1@C'"?/.์
ห1Aอ/@!1@% NFPA
Oอ 5 1>&&'้อ?%Oล>1> ?&อ?คค?.?0O&&ห?/1>@0% Qํ@ ?&Nพล>2ํ@ห1?&พAQ%#?Pอ@ค@1
#?PQO&11BP@'>P!1Nล?0/Nหล/Oล>อ@ค@1NO&.@%>&11BP@'>P!1Nล?0/Nหล/ !OอR O1?&@1ออO&&
Oล>ค/&คB/P 0/>0/1@PN'็%(COR O1?&Q&อ%B@!'1>อ&/>@?พ/>0/11/ค/&คB/!@/ห/@0/N@ O/0/>0/1
Oอ 6 1>&&'้อ?%Oล>1> ?&อ?คค?.?0O&&ห?/1>@0% Qํ@ ?&Nพล>2ํ@ห1?&พAQ%#?Pอ@ค@1
#?PQO&11BP@'>P!1Nล?0/Nหล/Oล>อ@ค@1N O&.@%>&11BP@'>P!1Nล?0/Nหล/ !Oอ/?อB'1์N'็%R'
!@//@!1@%@1'้อ?%อ?คค?.?0อ2/@ค//>0/11/2"@%OหN'1>N#0R#0 Q%พ1>&1/1@C'"?/.์
/N@ O/0N1APอ1>&&ห?/1>@0%Qํ@ ?&Nพล> ห1Aอ/@!1@% NFPA ห1Aอ/@!1@%(ล>!.?์อB!2@ห11/
!@/ห/@0/N@ O/0/@!1@%(ล>!.?์อB!2@ห11/
Oอ 7 1>&&'้อ?%Oล>1> ?&อ?คค?.?0O&&ห?/1>@0% Qํ@ ?&Nพล> !Oอ'1>อ& O/0
Nค1APอ2C&%Qํ@ ?&Nพล> #Nอ%Qํ@ ?&Nพล> ห?/1>@0%Qํ@ ?&Nพล>#?P/?ล?1>Oล>@1!> !?Q!@/หล?N์
Oล>/>$?@1 ?!NอR'%?Q
(_) 1>&&'้อ?%Oล>1>?&อ?คค?.?0O&&ห?/1>@0%Qํ@ ?&Nพล> >!Oอ/?อ?!1@@1? %Qํ@
ค/@/ห%@O%N%R/N%Oอ0/N@ 12.2 ล>!1 !Nอ%@#? !NอพAQ%#?P 1 !@1@N/!1 อพAQ%#?Pอ@ค@1#?PQO&11B
หนา ๒๘
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๙๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๗
P@'>P!1Nล?0/Nหล/Oล>อ@ค@1N O&.@%>&11 BP@'>P!1Nล?0/Nหล/ N01อ _ !@1@N/!1
QหOค> N'็% _ !@1@N/!1
(2) พAQ%#?P'้อ?%2C2B !OอR/NN>% 9.3 !@1@N/!1 !Nอ 1 ห?/1>@0%Qํ@ ?&Nพล>
(3) ห?/1>@0%Qํ@ ?&Nพล>O!Nล>ห?/&%#Nอ0Nอ0N ?0/?%!Oอ/?1>0>หN@R/NN>% 3.7 N/!1
1>0>หN@#Nอ0Nอ0O!Nล>#NอR/NN>% 3.7 N/!1
(4) #Nอ%Qํ@ ?&Nพล> !OอN'็%#NอNหลO#?P/?@1'้อ?%@1? 1Nอ%@2.@พO/ ลOอ/#?P(>/.@0%อ
ห1Aอ#NอNหลOลO@R1O2%>/ 1?N'็%1>&&#?PR/N/?%Qํ@อ0CNQ%#Nอ !OอN'็%#NอNหลO#?P/?@1'้อ?%@1? 1Nอ%
@2.@พO/ ลOอ/#?Q(>/.@0%อOล>.@0Q%#Nอ
(5) Nค1APอ2C&%Qํ@ ?&Nพล> !Oอ2@/@1"#ํ@@%อ0N@!NอN%APอ O/0อ?!1@@1Rหล.@0Q!ONAPอ%R
!@/ (1) @OหลN%Qํ@ห1Aอ#?PNO&%Qํ@2ํ@ห1?&2"@%#?P&11BP@'>P!1Nล?0/Nหล/'1>N.#P1&11 B
R/N%Oอ0/N@ 30 %@#?
1>&&'้อ?%Oล>1>?&อ?คค?.?0O&&ห?/1>@0%Qํ@ ?&Nพล>Q%2N/%อAP%#?P/?ล?1>Oล>@1!> !?Q
%อ@#?Pํ@ห% Q%/11คห%@P QหON'็%R'!@//@!1@%1>&&'้อ?%อ?คค?.?0อ2/@ค//>0/11/2"@%
OหN'1>N#0R#0 Q%พ1>&1/1@C'"?/.์ ห1Aอ/@!1@% NFPA
Oอ 8 1>&&'้อ?%Oล>1> ?&อ?คค?.?0O&&ห?/1>@0% Qํ@ ?&Nพล>2ํ@ห1?&พAQ%#?Pอ@ค@1
#?PQO&11BP@'>P!1Nล?0/Nหล/Oล>อ@ค@1NO&.@%>&11BP@'>P!1Nล?0/Nหล/ N/APอ!> !?Q1>&&N21OOลO/
!Oอ/?@1# 2อ&Oล>!1/2อ&@1#ํ@@%อ1>&& ?ลN@/Nอ%@1QO@% !@//@!1@%1>&&'้อ?%
อ?คค?.?0อ2/@ค// >0/11/2"@%Oห N'1>N#0R#0 Q%พ1>&1/1@ C'"?/.์ ห1Aอ/@!1@% NFPA
Oล># 2อ&1>&&/N@อ0CNQ%2.@พ ?Oล>2@/@1"QO@%R O อ0N@%Oอ0'?ล>ห%@Pค1?Q Oล>!OอNO&1@0@%
@1!1/2อ&R/OQหO1/$B1>พล?@%2@/@1"N1?0!1/2อ&R ON'็%1>0>N/ล@ห%@P'?
@1# 2อ&Oล>!1/2อ&!@//11คห%@P !Oอ1>#ํ@P 0(CO# 2อ&Oล>!1/2อ&!@/1>#1/
/N@ O/0@1ํ@ห% คB2/&?!>อ(CO# 2อ&Oล>!1/2อ&#?Pออ!@//@!1@ 7
Oอ 9 2"@%#?P&11BP@'>P!1Nล?0/Nหล/'1>N.#P1&11B#?PR O1?&Q&อ%B@!อ0CNQ%/?%Nอ%/?%#?P
'1>@0%?QQO&?ค?& !Oอ'>&?!>QหON'็%R'!@/'1>@0%?Q .@0Q%ห%@P'?%?&O!N/?%#?P'1>@0%?QQO&?ค?&
'1>@0 /?%#?P 1 1@ค/ พ.0. `_67
21@/B$ OO/!@#>พ0์
อ$>& ?1/$B1>พล?@%
หนา ๒๙
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๙๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 414
|
612.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/612.pdf
|
ประกาศ
เรื่อง การให้ประกาศที่คณะรัฐมนตรีก าหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับ
ตามที่ได้มีประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่
ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ ๙) ลงวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๔ นั้น
เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติการป้องกัน แก้ไข ระงับยับยั้ง ฟื้นฟู
หรือช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๗ แห่งพระราชก าหนด
การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้บรรดาประกาศ
ที่คณะรัฐมนตรีก าหนดขึ้นตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่
๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และค าสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๕/๒๕๖๓ เรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษ
เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชก าหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่
๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรี
จะก าหนดเป็นอย่างอื่น
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 5 มกราคม พ.ศ. ๒๕๖4
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
้หนา ๓๙
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ มกราคม ๒๕๖๔
|
test
| 415
|
164.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/164.pdf
|
กฎกระทรวง
ก ำหนดกำรใช้แสตมป์สรรพสำมิตและเครื่องหมำยแสดงกำรเสียภำษี
เพื่อให้ปรำกฏว่ำได้เสียภำษีแล้ว (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๖๒
อำศัยอ ำนำจตำมควำมในมำตรำ ๕ วรรคหนึ่ง และมำตรำ ๖๔ วรรคสอง
แห่งพระรำชบัญญัติภำษีสรรพสำมิต พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงกำรคลังออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจำกวันประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกควำมใน (๑) ของข้อ ๓ แห่งกฎกระทรวงก ำหนดกำรใช้แสตมป์สรรพสำมิต
และเครื่องหมำยแสดงกำรเสียภำษีเพื่อให้ปรำกฏว่ำได้เสียภำษีแล้ว พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใช้ควำมต่อไปนี้แทน
“(๑) กรณีเครื่องหมำยแสดงกำรเสียภำษีของทำงรำชกำร ซึ่งกรมสรรพสำมิตท ำหรือ
จัดให้มีขึ้น ให้ปิดหรือพิมพ์ตำมวิธีกำรที่อธิบดีประกำศก ำหนด”
ให้ไว้ ณ วันที่ 31 พฤษภำคม พ.ศ. ๒๕๖2
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์
รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงกำรคลัง
้หนา ๒๒
่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๒
หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มีกำรก ำหนดลักษณะของเครื่องหมำย
แสดงกำรเสียภำษีของทำงรำชกำรส ำหรับสุรำที่ผลิตในรำชอำณำจักรขึ้นใหม่ ซึ่งมิได้ใช้วัสดุที่ท ำด้วยกระดำษ
สมควรแก้ไขเพิ่มเติมวิธีกำรใช้เครื่องหมำยแสดงกำรเสียภำษีของทำงรำชกำร ซึ่งกรมสรรพสำมิตท ำหรือ
จัดให้มีขึ้นให้สอดคล้องกัน จึงจ ำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
้หนา ๒๓
่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๒
|
test
| 416
|
403.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/403.pdf
|
ประกาศกระทรวงแรงงาน
เรื่อง ก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ลดหย่อนการออกเงินสมทบของนายจ้าง และผู้ประกันตน
กรณีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19
(Coronavirus Disease 2019 (COVID-19))
เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่นายจ้าง และผู้ประกันตนซึ่งได้รับ
ผลกระทบจากภัยพิบัติร้ายแรง กรณีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19
(Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ก าหนดให้
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19))
เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ซึ่งมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง
และมีแนวโน้มว่าจะมีการแพร่ระบาดมากขึ้ น อันส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในท้องที่
ประเทศไทย จึงควรลดหย่อนการออกเงินสมทบนายจ้างและผู้ประกันตนดังกล่าว
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๔6/1 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้นายจ้างและผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ได้รับการลดหย่อนการออกเงินสมทบ
เข้ากองทุนประกันสังคมประจ างวดเดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 ถึงงวดเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2563
โดยให้นายจ้างส่งเงินสมทบในอัตราร้อยละสี่ และผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ส่งเงินสมทบในอัตรา
ร้อยละหนึ่ง ของค่าจ้างของผู้ประกันตน
ข้อ 2 ให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ได้รับการลดหย่อนการออกเงินสมทบเข้ากองทุน
ประกันสังคมประจ างวดเดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 ถึงงวดเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2563 โดยให้ส่ง
เงินสมทบในอัตราเดือนละแปดสิบหกบาท
ข้อ 3 ในกรณีที่มีการส่งเงินเกินกว่าจ านวนเงินที่ก าหนดไว้ตามประกาศนี้ ให้นายจ้างหรือ
ผู้ประกันตนตามข้อ 1 หรือข้อ 2 แล้วแต่กรณี ยื่นค าร้องขอรับเงินในส่วนที่เกินคืนได้ ณ ส านักงาน
ประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ ส านักงานประกันสังคมจังหวัด หรือส านักงานประกันสังคมจังหวัดสาขา
ประกาศ ณ วันที่ 10 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖3
หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
้หนา ๑๒
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๘๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ เมษายน ๒๕๖๓
|
test
| 417
|
2375.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/2375.pdf
|
'#020#0##/2#ค%1
/N2 O/" 21?N>%R OO%0 21?!C%คN2N>P! (&1&#?P fb`)
N#APอ ํ2ห% อค์2# 2"2%22$2#B0% 2"2%"2&2% O%02"2%0@12
!2!!2!#2 be (e) () OหN'#0!/%#112# O%0!2!#2 a (b) () OหN#0#2$1?2
ออ!2!ค/2!Q%'#0!/%#112# /N2 O/"2#"N/O% 21?!C%คN2N>P! (&1&#?P `ag)
.0. `cab @POORN>P!N!>!P "#0#2$1?2ออ!2!ค/2!Q%'#0!/%#112#
/N2 O/"2#"N/O% 21?!C%คN2N>P! (&1&#?P `cb) .0. `cac
อ201"อํ2%2!2!ค/2!Q%!2!#2 be (e) () OหN'#0!/%#112# @POORN>P!N!>!P "
#0#2&11!>OORN>P!N!>!'#0!/%#112# (&1&#?P _g) .0. `c^f O%0!2!#2 a (b) ()
OหN#0#2$1?2ออ!2!ค/2!Q%'#0!/%#112# /N2 O/"2#"N/O% 21?!C%คN2N>P! (&1&#?P `ag)
.0. `cab @POORN>P!N!>!P "#0#2$1 ?2ออ!2!ค/2!Q%'#0!/%# 112# /N2 O/"
2#"N/O% 21?!C%คN2N>P! (&1&#?P `cb) .0. `cac #1!%!#?/N22##0##/2#ค%1 @'#020
1!NอR'%?Q
Oอ _ QหO"N%>ค/2!Q% (ge^) อOอ a อ'#020#0##/2#ค%1 /N2 O/" 21?N>%R O
O%0 21?!C%คN2N>P! (&1&#?P `) N#APอ ํ2ห% อค์2# 2"2%22$2#B0% 2"2%"2&2% O%02"2%0@12
!2!!2!#2 be (e) () OหN'#0!/%#112# O%0!2!#2 a (b) () OหN#0#2$1 ?2
ออ!2!ค/2!Q%'#0!/%# 112# /N2 O/"2#"N/O% 21?!C%คN2N>P! (&1&#?P `ag) .0. `cab
@POORN>P!N!>!P "#0#2$1?2ออ!2!ค/2!Q%'#0!/%#112# /N2 O/"2#"N/O% 21?!C%คN2N>P!
(&1&#?P `cb) .0. `cac %/1%#?P _` !B%2ค! .0. `cac @POORN>P!N!>!P "'#020
#0##/2#ค% 1 /N2 O/" 21?N>%R OO%0 21?!C%คN2N>P! (&1&#?P e`^) N#APอ ํ2ห% อค์2#
2"2%22$2#B0% 2"2%"2&2% O%02"2%0@12 !2!!2!#2 be (e) () OหN'#0!/%#112#
O%0!2!#2 a (b) () OหN#0#2$1?2ออ!2!ค/2!Q%'#0!/%# 112# /N2 O/"2#"N/O%
21?!C%คN2N>P! (&1&#?P `ag) .0. `cab @POORN>P!N!>!P "#0#2$1?2ออ!2!ค/2!Q%
'#0!/%#112# /N2 O/"2#"N/O% 21?!C%คN2N>P! (&1&#?P `cb) .0. `cac %/1%#?P `c !?%2ค!
.0. `cd` O%0QหOQOค/2!!NอR'%?QO#%
(ge^) !C%%>$>0#?2/2ค/1% Q%#0อB'"1! ์2!N ONO2้2/ #!#00# ?2/2ค/1%
/#1!!>"#2%2#?
Oอ ` '#020%?QQหON#>P!QO&1ค1&!1QO!N/1%#?P e $0>2"% .0. `cdd N'็%!O%R'
'#020 /1%#?P ` N!12"% .0. `cdf
B%1%$์ อ!#/>/1%์
#1!%!#?N/"/N22#/ '>&1!>#22#O#%
#1!%!#?/N22##0##/2#ค%1
หนา ๕
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๑๖๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 418
|
1510.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1510.pdf
|
ประกาศส านักงานปลัดกระทรวงพลังงาน
เรื่อง โครงสร้าง การจัดองค์กร สรุปอ านาจหน้าที่ วิธีการด าเนินงาน
และสถานที่ติดต่อขอรับข้อมูลข่าวสารของส านักงานปลัดกระทรวงพลังงาน
เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา 7 (1) (2) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร
ของราชการ พ.ศ. 2540 ที่จะให้ประชาชนได้มีโอกาสรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการด าเนินการต่าง ๆ
ของราชการ และสอดคล้องกับกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการส านักงานปลัดกระทรวง กระทรวงพลังงาน
พ.ศ. 2562 และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการส านักงานปลัดกระทรวง กระทรวงพลังงาน (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2566 จึงสมควรประกาศโครงสร้าง การจัดองค์กร สรุปอ านาจหน้าที่ วิธีการด าเนินงาน
และสถานที่ติดต่อขอรับข้อมูลข่าวสารของส านักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ส านักงานปลัดกระทรวงพลังงาน มีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนายุทธศาสตร์ และ
แปลงนโยบายของกระทรวงเป็นแผนการปฏิบัติงาน จัดสรรทรัพยากร และบริหารราชการทั่วไปของกระทรวง
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและเกิดผลสัมฤทธิ์ตามภารกิจของกระทรวง โดยให้มีหน้าที่และอ านาจ ดังต่อไปนี้
(1) ศึกษา วิเคราะห์ และจัดท าข้อมูล เพื่อใช้ในการก าหนดนโยบาย เป้าหมายและ
ผลสัมฤทธิ์ของกระทรวง
(2) พัฒนายุทธศาสตร์การบริหารของกระทรวง และแปลงนโยบายเป็นแนวทางและแผน
การปฏิบัติงาน
(3) จัดท ายุทธศาสตร์ ประสานการบริหารราชการ และปฏิบัติการเกี่ยวกับงานที่อยู่ใน
อ านาจหน้าที่ของกระทรวงในต่างประเทศ
(4) จัดสรรและบริหารทรัพยากรของกระทรวง เพื่อให้เกิดการประหยัด คุ้มค่า และสมประโยชน์
(5) ก ากับ เร่งรัด ติดตาม และประเมินผล รวมทั้งประสานการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ
ในสังกัดกระทรวง
(6) พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อใช้ในการบริหารงานและการบริการ
ของส่วนราชการในสังกัดกระทรวง
(7) ดูแลงานประชาสัมพันธ์และพัฒนาปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัย
(8) ก ากับดูแลและส่งเสริมการด าเนินภารกิจด้านพลังงานในส่วนภูมิภาคให้เป็นไปตามกฎหมาย
ที่เกี่ยวข้องภายในเขตอ านาจ
(9) ส่งเสริมความรู้และความเข้าใจ รวมทั้งสร้างเครือข่ายและความร่วมมือ ตลอดจนประสาน
การมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกระดับเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
(10) ศึกษา ประสานงาน สนับสนุน และส่งเสริมเพื่อการพัฒนาโรงไฟฟ้าฐานและพลังงาน
หมุนเวียนระดับชุมชน ตลอดจนพลังงานรูปแบบอื่น ๆ เพื่อสร้างสมดุลและความมั่นคงด้านพลังงาน
ของประเทศ
้หนา ๒๙
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๐๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ เมษายน ๒๕๖๖
(11) ประสาน บูรณาการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ และพัฒนาระบบบริหารจัดการ พลังงาน
ในภูมิภาค
(12) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายก าหนดให้เป็นหน้าที่และอ านาจของส านักงานปลัดกระทรวง
หรือตามที่รัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ข้อ 2 ส านักงานปลัดกระทรวงพลังงาน แบ่งส่วนราชการ ดังต่อไปนี้
ก. ราชการบริหารส่วนกลาง
(๑) กองกลาง
(๒) กองการต่างประเทศ
(๓) กองตรวจราชการ
(๔) กองยุทธศาสตร์และแผนงาน
(๕) กองส่งเสริมและพัฒนาพลังงานภูมิภาค
(๖) ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ข. ราชการบริหารส่วนภูมิภาค
ส านักงานพลังงานจังหวัด
ข้อ 3 ส านักงานปลัดกระทรวงพลังงาน มีกลุ่มตรวจสอบภายในเพื่อท าหน้าที่หลักในการ
ตรวจสอบการด าเนินงานภายในส านักงานปลัดกระทรวงและกระทรวง และสนับสนุนการปฏิบัติงานของ
ส านักงานปลัดกระทรวงและกระทรวง รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อปลัดกระทรวง โดยมีหน้าที่และอ านาจ
ดังต่อไปนี้
(๑) ด าเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านการบริหาร การเงิน และการบัญชีของส านักงาน
ปลัดกระทรวงและกระทรวง
(๒) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่ได้รับ
มอบหมาย
ข้อ 4 ส านักงานปลัดกระทรวงพลังงาน มีกลุ่มพัฒนาระบบบริหารเพื่อท าหน้าที่หลัก
ในการพัฒนาการบริหารของส านักงานปลัดกระทรวงและกระทรวง ให้เกิดผ ลสัมฤทธิ์มีประสิทธิภาพ
และคุ้มค่ารับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อปลัดกระทรวง โดยมีหน้าที่และอ านาจ ดังต่อไปนี้
(๑) เสนอแนะและให้ค าปรึกษาแก่ปลัดกระทรวงเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ
ภายในส านักงานปลัดกระทรวงและกระทรวง
(2) ติดตาม ประเมินผล และจัดท ารายงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการภายในส านักงาน
ปลัดกระทรวงและกระทรวง
(๓) ประสานและด าเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการร่วมกับหน่วยงานกลางต่าง ๆ
และหน่วยงานภายในส านักงานปลัดกระทรวงและกระทรวง
้หนา ๓๐
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๐๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ เมษายน ๒๕๖๖
(๔) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่ได้รับ
มอบหมาย
ข้อ 5 ส านักงานปลัดกระทรวงพลังงาน มีศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตเพื่อท าหน้าที่หลัก
เป็นศูนย์กลางในการบูรณาการและขับเคลื่อนแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและ
การส่งเสริมคุ้มครองจริยธรรมในกระทรวง รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อปลัดกระทรวง โดยมีหน้าที่และอ านาจ
ดังต่อไปนี้
(๑) เสนอแนะแก่ปลัดกระทรวงเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
ของส่วนราชการในสังกัด รวมทั้งจัดท าแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
ของส่วนราชการ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรการ
ป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ และนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง เสนอต่อปลัดกระทรวง
(๒) ประสานงาน เร่งรัด และก ากับให้ส่วนราชการในสังกัดด าเนินการตามแผนปฏิบัติการ
ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของส่วนราชการ
(๓) รับข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริต การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ของเจ้าหน้าที่ในส่วนราชการ และส่งต่อไปยังส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(๔) คุ้มครองจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน
(๕) ประสานงาน เร่งรัด และติดตามเกี่ยวกับการด าเนินการตาม (๓) และ (๔) และร่วมมือ
ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบกับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(๖) ติดตาม ประเมิ นผล และจัดท ารายงานการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและ
ประพฤติมิชอบของส่วนราชการในสังกัดและการคุ้มครองจริยธรรม เสนอต่อปลัดกระทรวงและ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(๗) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่ได้รับ
มอบหมาย
ข้อ 6 กองกลาง มีหน้าที่และอ านาจ ดังต่อไปนี้
(๑) ด าเนินการเกี่ยวกับงานบริหารทั่วไปของส านักงานปลัดกระทรวง และงานช่วยอ านวยการ
(๒) ด าเนินการเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี การงบประมาณ การพัสดุ อาคารสถานที่
และยานพาหนะของส านักงานปลัดกระทรวง
(3) ด าเนินการเกี่ยวกับกา รจัดระบบงานและบริหารงานบุคคลของส านักงานปลัดกระทรวง
และกระทรวง
(๔) ด าเนินการเกี่ยวกับงานกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง งานนิติกรรมและสัญญา
งานเกี่ยวกับความรับผิดทางแพ่งและอาญา งานคดีปกครอง และงานคดีอื่นที่อยู่ในอ านาจหน้าที่
ของส านักงานปลัดกระทรวงและกระทรวง
้หนา ๓๑
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๐๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ เมษายน ๒๕๖๖
(๕) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่ได้รับ
มอบหมาย
ข้อ 7 กองการต่างประเทศ มีหน้าที่และอ านาจ ดังต่อไปนี้
(๑) จัดท ายุทธศาสตร์ความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างประเทศทั้งในลักษณะความร่วมมือ
ทวิภาคีและพหุภาคีกับประเทศที่มีศักยภาพด้านพลังงาน และในกรอบความร่วมมือต่าง ๆ
(๒) ก าหนดท่าทีด้านพลังงานในการประชุมระหว่างประเทศ
(๓) เชื่อมโยงข้อมูลด้านพลังงานกับหน่วยงานของต่างประเทศ รวมทั้งประสาน จัดท า
และพัฒนาฐานข้อมูล ตลอดจนเผยแพร่ข้อมูลด้านพลังงานระหว่างประเทศแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(๔) ติดตาม ประสานความร่วมมือ และส่งเสริมเครือข่ายด้านพลังงานระหว่างประเทศ
กับองค์การหรือหน่วยงานต่างประเทศ
(๕) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่ได้รับ
มอบหมาย
ข้อ 8 กองตรวจราชการ มีหน้าที่และอ านาจ ดังต่อไปนี้
(๑) ศึกษา วิเคราะห์ และจัดท าแผนการตรวจราชการของกระทรวงและแผนการตรวจราชการ
แบบบูรณาการ
(๒) สนับสนุนการตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการประจ าปีและแผนการตรวจราชการ
แบบบูรณาการของผู้ตรวจราชการกระทรวง
(๓) ประสานการตรวจราชการกับหน่วยรับตรวจและจัดท าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตรวจราชการ
เพื่อสนับสนุนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวง
(๔) ร่วมติดตามและสนับสนุนผู้ตรวจราชการกระทรวงในการตรวจราชการ และการตรวจ
ติดตามเรื่องร้องเรียนและเรื่องร้องทุกข์
(๕) จัดท ารายงานผลการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวง ประเมินผลแผนงานและ
โครงการในการตรวจราชการ
(๖) รับเรื่องร้องเรียนและเรื่องร้องทุกข์ที่อยู่ในอ านาจหน้าที่กระทรวง ตรวจสอบข้อมูล
เบื้องต้นและเสนอความเห็นต่อผู้บังคับบัญชา
(๗) สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงและจัดท ารายงานผลหรือความคืบหน้าพร้อมความเห็น
เสนอต่อผู้บังคับบัญชา
(8) ก ากับ เร่งรัด และติดตามการน าข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการตรวจราชการ รวมทั้ง
เรื่องร้องเรียนและเรื่องร้องทุกข์ไปสู่การปฏิบัติ
(๙) สนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลประจ ากระทรวง
(๑๐) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือ
ที่ได้รับมอบหมาย
้หนา ๓๒
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๐๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ เมษายน ๒๕๖๖
ข้อ 9 กองยุทธศาสตร์และแผนงาน มีหน้าที่และอ านาจ ดังต่อไปนี้
(๑) ศึกษา วิเคราะห์ และจัดท าข้อมูล เพื่อเสนอแนะนโยบายและกลยุทธ์ในการจัดท า
แผนงานโครงการ และแผนการปฏิบัติงานของกระทรวง
(๒) จัดท าและพัฒนายุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติราชการ แผนปฏิบัติการ แผนงาน และโครงการ
ของกระทรวงและส านักงานปลัดกระทรวง รวมทั้งเร่งรัด ก ากับ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติตามแผน
และโครงการดังกล่าว ตลอดจนติดตามและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและ
ภาคประชาชน
(๓) ประสาน บูรณาการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ และพัฒนาระบบบริหารจัดการพลังงาน
ระดับภูมิภาค โดยเน้นพื้นที่พิเศษและพื้นที่ยุทธศาสตร์ตามนโยบาย
(๔) ด าเนินการเกี่ยวกั บการจัดท าแผนและบริหารงบประมาณของกระทรวงและส านักงาน
ปลัดกระทรวง
(๕) ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่กิจกรรมและการปฏิบัติราชการของกระทรวงและหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้อง
(๖) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือที่ปลัดกระทรวงมอบหมาย
ข้อ 10 กองส่งเสริมและพัฒนาพลังงานภูมิภาค มีหน้าที่และอ านาจ ดังต่อไปนี้
(๑) ศึกษา วิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ และจัดท ายุทธศาสตร์การขับเคลื่อนแผนพัฒนา
โครงการโรงไฟฟ้าฐานและพลังงานหมุนเวียนระดับชุมชน ตลอดจนพลังงานรูปแบบอื่น ๆ และจัดท า
แผนปฏิบัติการเพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ รวมทั้งติดตามและประเมินผลการด าเนินการตามยุทธศาสตร์
และแผนปฏิบัติการดังกล่าว
(๒) เผยแพร่ ถ่ายทอด รณรงค์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือของประชาชนเกี่ยวกับ
การพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าฐานและพลังงานหมุนเวียนระดับชุมชน ตลอดจนพลังงานรูปแบบอื่น ๆ
(๓) ประสาน บูรณาการ และขับเคลื่อนการปฏิบัติงานระหว่างราชการในส่วนกลางและ
ส่วนภูมิภาค
(๔) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือที่ปลัดกระทรวงมอบหมาย
ข้อ 11 ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีหน้าที่และอ านาจ ดังต่อไปนี้
(๑) จัดท าแผนปฏิบัติการดิจิทัลของส านักงานปลัดกระทรวงและกระทรวงให้สอดคล้อง
กับแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
(2) ด าเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของส่วนราชการ
ในสังกัดกระทรวง
้หนา ๓๓
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๐๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ เมษายน ๒๕๖๖
(๓) พัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์และเครือข่าย รวมทั้งให้ค าปรึกษาแนะน าการใช้คอมพิวเตอร์
และการใช้โปรแกรม
(๔) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่ได้รับ
มอบหมาย
ข้อ 12 ส านักงานพลังงานจังหวัด มีหน้าที่และอ านาจในเขตพื้นที่จังหวัดที่รับผิดชอบ ดังต่อไปนี้
(๑) ประสานงานและปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนของกระทรวงในส่วนภูมิภาค รวมทั้งประสาน
และสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านพลังงาน
(๒) ก ากับดูแลและส่งเสริมการด าเนินงานด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมของกิจการ
น้ ามันเชื้อเพลิง
(๓) ก ากับดูแลคุณภาพ การค้า และการส ารองน้ ามันเชื้อเพลิง
(๔) ส่งเสริมและพัฒนาพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงาน
(๕) ประสานและอ านวยความสะดวกในการส ารวจและผลิตเชื้อเพลิงธรรมชาติ
(๖) จัดท า เสนอแนะ และประสานแผนพัฒนาพลังงานในระดับจังหวัด รวมทั้งประสาน
การพัฒนาและประเมินผลการด าเนินงานตามแผนดังกล่าว
(๗) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในงานด้านพลังงาน
(๘) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่ได้รับ
มอบหมาย
ข้อ 13 สถานที่ติดต่อขอรับข้อมูลข่าวสาร หรือค าแนะน าในการติดต่อกับหน่วยงานในสังกัด
ส านักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ดังต่อไปนี้
(1) ส่วนกลาง ติดต่อขอรับข้อมูลข่าวสาร ณ ศูนย์บริการร่วม กระทรวงพลังงาน ชั้น 3
ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารบี เลขที่ 555/2 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร
กรุงเทพมหานคร 10900 โทรศัพท์ 02 140 7000 เว็บไซต์ https://ops.energy.go.th/
(2) ส่วนภูมิภาค ติดต่อขอรับข้อมูลข่าวสาร ณ ส านักงานพลังงานจังหวัด
ประกาศ ณ วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖6
กุลิศ สมบัติศิริ
ปลัดกระทรวงพลังงาน
้หนา ๓๔
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๐๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ เมษายน ๒๕๖๖
|
test
| 419
|
1414.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1414.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
เรื่อง ก าหนดอัตราค่าทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ (ฉบับที่ 4)
โดยที่เป็นการสมควรก าหนดอัตราค่าทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติในสาขาอาชีพต่าง ๆ
เพิ่มเติม
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
พ.ศ. 2545 และมาตรา 39 (3) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557
คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิกความใน (3) ของข้อ 2.4 ของประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนา
ฝีมือแรงงาน เรื่อง ก าหนดอัตราค่าทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ลงวันที่ 4 สิงหาคม
พ.ศ. 2563 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(3) สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร
ระดับ 1 ไม่เกินครั้งละ 1,000 บาท
ระดับ 2 ไม่เกินครั้งละ 2,500 บาท”
ข้อ 2 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (32) (33) (34) และ (35) ของข้อ 2.4
ของประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง ก าหนดอัตราค่าทดสอบมาตรฐาน
ฝีมือแรงงานแห่งชาติ ลงวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2563
“(32) สาขาช่างควบคุมหุ่นยนต์อุตสาหกรรม
ระดับ 1 ไม่เกินครั้งละ 1,000 บาท
(33) สาขานักดูแลและบริหารระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ระดับ 2 ไม่เกินครั้งละ 1,000 บาท
(34) สาขาผู้บังคับโดรนถ่ายภาพแบบปีกหมุนทั่วไป
ระดับ 1 ไม่เกินครั้งละ 1,100 บาท
(35) สาขานักออกแบบแอนิเมชันสามมิติ
ระดับ 3 ไม่เกินครั้งละ 2,000 บาท”
ข้อ 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (2) และ (3) ของข้อ 2.6 ของประกาศคณะกรรมการ
ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง ก าหนดอัตราค่าทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ลงวันที่
4 สิงหาคม พ.ศ. 2563
“(2) สาขานักพัฒนาผลิตภัณฑ์เบเกอรี่
ระดับ 2 ไม่เกินครั้งละ 1,300 บาท
(3) สาขาผู้ควบคุมคุณภาพการแปรรูปผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์
ระดับ 1 ไม่เกินครั้งละ 1,400 บาท”
้หนา ๑๕
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๓๐๓ งราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๕
ข้อ 4 ให้ยกเลิกความใน (10) ของข้อ 2.7 ของประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนา
ฝีมือแรงงาน เรื่อง ก าหนดอัตราค่าทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ลงวันที่ 4 สิงหาคม
พ.ศ. 2563 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(10) สาขาผู้ประกอบอาหารไทย
ระดับ 1 ไม่เกินครั้งละ 1,500 บาท”
ข้อ 5 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (17) ของข้อ 2.7 ของประกาศคณะกรรมการส่งเสริม
การพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง ก าหนดอัตราค่าทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ลงวันที่ 4 สิงหาคม
พ.ศ. 2563
“(17) สาขาพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า
ระดับ 1 ไม่เกินครั้งละ 2,500 บาท”
ประกาศ ณ วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖5
บุญชอบ สุทธมนัสวงษ์
ปลัดกระทรวงแรงงาน
ประธานกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
้หนา ๑๖
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๓๐๓ งราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๕
|
test
| 420
|
2015.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/2015.pdf
|
'/>@0@/#N@N/AอOหN'/>N#0R#.
N/APอ @/N/?.NO&คN@&/>@/2ํ@ห/?&>//-N!'ลอ อ@/#N@N/Aอ/BN#*
N*APอN'็%@/2NN2/>->//-N!'ลอ อ@/# N@N/Aอ/BN#* (Bangkok Port Free Zone)
Oล>2%?&2%B%%P.&@./?ฐ&@ลQ%@/*?%@/>&&Pล>2!>2์Oล>@/%2N#@%Qํ@อ'/>N#0 //-"@
2/O@ค/@-*@*อQQหO?&(COQO&/>@/ อ@0?.อํ@%@!@-ค/@-Q% Oอ b Oล>Oอ _a อ/>N&?.&
@/#N@N/AอOหN'/>N#0R#./ N@ O/.@/Q O#N@N/Aอ &/>@/ Oล>ค/@-2> /! N@ N *.0. `cbb
(COอํ@%/.@/@/#N@N/AอOหN'/>N#0R#.@PR O/?&-อ&อํ@%@@ค>//-@/@/#N@N/AอOหN'/>N#0R#.
@QหO ํ@N%>%@/N/?.NO&คN@$//-N%?.-&/>@/*>N012ํ@ห/?&>//-N!'ลอ ,@1?อ@/#N@N/Aอ/BN#*
P .N/?.NO&@(CO'/>อ&@/#?PR O/?&อ%Bญ@! QหON'็%(CO ํ@N%>%>//-N!'ลอ อ@/#N@N/Aอ/BN#*
Q%อ?!/@ ?%?Q
Oอ _ คN@&/>@/.!CO2>%คO@Q%N!'ลอ อ@/# N@N/Aอ/BN#* N*APออNO&!CO2>%คO@Q%ล@%
/@!CO2>%คO@ห/Aอ.!CO2>%คO@@Q%ล@%/@!CO2>%คO@N*APอ2N-อ&R'.?#N@N#?.&N/Aอห/Aอ%ํ@NO@Q%/@อ@@?/
ห/AอQ%#@ล?&?% N/?.NO&Q%อ?!/@ ?%?Q
_._ !CO-?2>%คO@ %@ `^ +B! bdc &@#/!CO
_.` !CO-?2>%คO@ %@ b^ +B! @Q%R' ๙a^ &@#/!CO
_.a !CO2>%คO@N'ลN@ %@ `^ +B! ae` &@#/!CO
_.b !CO2>%คO@N'ลN@ %@ b^ +B! @Q%R' eba &@#/!CO
Oอ ` คN@&/>@/NคลAPอ%.O@.!CO2>%คO@@N!'ลอ อ@/# N@N/Aอ/BN#* R'.?#N@N#?.&N/Aอ
!CO2>%คO@Oล>#@/"R+ ห/AอQ%#@ล?&?% N/?.NO&คN@&/>@/Q%อ?!/@ ?%?Q
`._ !CO2>%คO@ %@ `^ +B! abc &@#/!CO
`._ !CO2>%คO@ %@ b^ +B! @Q%R' bc^ &@#/!CO
Oอ a คN@&/>@/.%Oล>NคลAPอ%[email protected]>%คO@@P/*?2>%คO@Oล>คล?2>%คO@R'.?N!'ลอ อ@/
#N@N/Aอ/BN#* ห/AอQ%#@ล?&?% N/?.NO&คN@&/>@/Q%อ?!/@ c^ &@#/!?% /?#?P-?@/)@NO&2>%คO@
,@.Q%P/* ?2>%คO@Nอ%NคลAPอ%[email protected]>%คO@R'.?N!'ลอ อ@/# N@N/Aอ/BN#* ห/AอQ%#@ล ?&?%
N/?.NO&คN@&/>@/Q%อ?!/@ _^^ &@#/!?% คN@&/>@/%?QR-N//-คN@,@/>)@2>%คO@ (Cargo Storage)
#?P!Oอํ@/>'!>!@-'/>@0อ?!/@คN@,@/>#N@N/Aอ/BN#*
#?Q%?Q !?QO!N/?%#?P _ B-,@*?%$์ `cde N'็%!O%R'
'/>@0 /?%#?P `_ ->"B%@.% *.0. `cde
N/?.R/ R.0>/>/0์2B
(COอํ@%/.@/@/#N@N/AอOหN'/>N#0R#.
หนา ๓๒
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๒๐๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 421
|
891.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/891.pdf
|
กฎกระทรวง
ก ำหนดให้ผู้น ำของเข้ำเพื่อกำรผ่ำนแดนหรือกำรถ่ำยล ำได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติ
ตำมกฎหมำยว่ำด้วยศุลกำกรทั้งหมดหรือแต่บำงส่วน (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2564
อำศัยอ ำนำจตำมควำมในมำตรำ ๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระรำชบัญญัติศุลกำกร พ.ศ. ๒๕๖๐
รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงกำรคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กรณีที่มีพฤติกำรณ์พิเศษอันเนื่องมำจำกกำรระบำดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ 2019
จนเป็นเหตุให้ผู้น ำของเข้ำเพื่อกำรผ่ำนแดนหรือกำรถ่ำยล ำไม่สำมำ รถส่งของที่น ำเข้ำมำเพื่อกำรผ่ำนแดน
หรือกำรถ่ำยล ำออกไปนอกรำชอำณำจักรได้ภำยในระยะเวลำที่กฎหมำยก ำหนด ให้ผู้น ำของเข้ำ
เพื่อกำรผ่ำนแดนหรือกำรถ่ำยล ำ ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตำมมำตรำ ๑๐๒ วรรคสอง และมำตรำ ๑๐๓
ทั้งนี้ ส ำหรับของที่น ำเข้ำมำเพื่อกำรผ่ำนแดนหรือกำรถ่ำยล ำหรือของที่ตกเป็นของแผ่นดินตำมมำตรำ ๑๐๓
ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลำคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวำคม พ.ศ. ๒๕๖๔
ข้อ ๒ ให้ผู้น ำของเข้ำเพื่อกำรผ่ำนแดนหรือกำรถ่ำยล ำแสดงหลักฐำนและเอกสำรที่เกี่ยวข้อง
ที่เป็นเหตุ ให้ไม่อำจปฏิบัติตำมระยะเวลำที่ก ำหนดไว้ในมำตรำ ๑๐๒ วรรคสอง และมำตรำ ๑๐๓
ต่ออธิบดี เพื่อพิจำรณำขยำยระยะเวลำกำรด ำเนินกำรดังกล่ำวได้ตำมควำมจ ำเป็นแก่กรณี
ให้ไว้ ณ วันที่ 16 กันยำยน พ.ศ. ๒๕๖4
อำคม เติมพิทยำไพสิฐ
รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงกำรคลัง
้หนา ๑
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๖๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๔
หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่กำรระบำดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ 2019
ส่งผลกระทบต่อกำรคมนำคมขนส่ง และท ำให้ผู้น ำของเข้ำไม่อำจด ำเนินกำรน ำของออกนอกรำชอำณำจักร
ตำมหลักเกณฑ์ที่กฎหมำยว่ำด้วยศุลกำกรก ำหนด ดังนั้น เพื่อบรรเทำผลกระทบในด้ำนกำรปฏิบัติพิธีกำร
ศุลกำกรเกี่ยวกับกำรน ำของเข้ำมำเพื่อกำรผ่ำนแดนหรือกำรถ่ำยล ำออกไปนอกรำชอำณำจักร สมควรก ำหนดให้
ผู้น ำของเข้ำเพื่อกำรผ่ ำนแดนหรือกำรถ่ำยล ำได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตำมกฎหมำยว่ำด้วยศุลกำกรบำงกรณี
ต่อไปอีกช่วงระยะเวลำหนึ่ง จึงจ ำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
้หนา ๒
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๖๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๔
|
test
| 422
|
1691.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1691.pdf
|
'1>@0
!@//@!1@ __ อ*1>1@ํ@ห% @1&1>ห@11@@1Q%2"@%@1์BN>% *.0. `cbf
!@/#?PR O'1>@02"@%@1์BN>%#?P/?ค/@/1O@0O1Q%N!#Oอ#?Pอํ@N.อ01?2@ค1 ?ห/? %1@$>/@2
3/?%#?P 19 !B3@ค/ *.0. `cdd O3O/ %?Q%
อ@0?0อํ@%@!@//@!1@ __ /11ค2อ OหN*1>1@ํ@ห% @1&1>ห@11@@1Q%2"@%@1์BN>%
*.0. `cbf %@01?/%!1?ออ'1>@0R/O ?!NอR'%?Q
Oอ _ QหO*%?@%NO@ห%O@#?P/?อํ@%@?&B/O3>ค/&คB/!?/&Bคค3#?P!Oอ22?0/N@>N'็%(CO1N//
1>#ํ@@1QหON> 2"@%@1์BN>% ห1AอN'็%(COQO (COP1@ (CO2%?&2%B%@11>#ํ@NN%/N@%?Q% ห1Aอ
''ิ Oอ/C3#?PN?P0/?&@11>#ํ@QหON> 2"@%@1์BN>% #?Q%?Q N#N@#?P/?Nห!Bํ@N'็%N*APอ'Oอ?%/>QหO
&Bคค3%?Q%1>#ํ@@1ห1Aอ1N///Aอ1>#ํ@@1Q N อ?%>#ํ@QหON> Nห!B@1์1O@0O1 ห1AอN*APอQหON>
ค/@/1N///AอQ%@11> ?&Nห!B@1์1O@0O1O3>/ >QNN'็%@13N@/ห@/N@&Bคค3%?Q%1>#ํ@(> อ@@
@P!Oอ ํ@N%>%@1!@/'1>//3ห/@0/ >$?*>@1@ค/@/อ@@ P 0' >&?!>!@//@!1@ _`
OหN*1>1@ํ@ห% @1&1>ห@11@@1Q%2"@%@1์BN>% *.0. `cbf O3>QหO ํ@N%>%@1 ?%?Q
Oอ _._ Nอ%?&B/O3>ค/&คB/!?/&Bคค3!@/Oอ%?Q *%?@%NO@ห%O@#?P!Oอ1Oออ
!Nอ0@3?ห/? #?P/?N!อํ@%@Q%*AQ%#?P#?P/?@1?&B/ห1Aอค/&คB/!?/ ห1Aอ>1Oออ!Nอ0@3อ@@OR O #?Q%?Q
P 0*%?@%NO@ห%O@#?Pอ@ ํ@N%>%@1!@//@!1@ cg อ'1>//3ห/@0/>$?*>@1@ค/@/อ@@R O
Oอ _.` N/APอR O1?&อ%B@!@0@3O3O/ QหO*%?@%NO@ห%O@#?P/?อํ@%@?&B/O3>
ค/&คB/!?/&Bคค3%?Q%R/OR OR/NN>%NO /?% O3>QหO%ํ@!?/(CO"C?&B/ห1Aอค/&คB/!?/R'0@3Q%1?#?P0@3/?คํ@2?P
Q%@1?&B/O3>ค/&คB/!?/&Bคค3 QหO*%?@%NO@ห%O@#?P? #ํ@1@0@%
N?P0/?&@1?&B/O3>ค/&คB/!?/P 0*3?%N*APอN2%อ!Nอ0@3#?P/?คํ@2?Pอ%B@!O3>? 2ํ@N%@1@0@%%?Q%R/O
ออํ@%/0@11?1@ค/@//?P%ค.@0Q%.@ค b 2N/%ห%O@ ห1Aอออํ@%/0@11?1@ค/@//?P%ค
.@0Q%?ห/? #?P/?@1?&B/ O3>ค/&คB/!?/O3>#?P#ํ@@1อ*%?@%NO@ห%O@#?P N*APอQหO@!>อ&Bคค3%?Q%
2@/@1"อ C1@0@% ?3N@/R OP 02> /
1@0@%!@/Oอ%?Q!Oอ'1>อ& O/01@03>Nอ?0 ?%?Q
. APอO3>!ํ@Oห%N*%?@%NO@ห%O@#?P(CO?&B/ O3>(COค/&คB/!?/
. APอ&Bคค3#?P"C?&B/O3>ค/&คB/!?/
ค. Nห!Bอ?%N'็%#?P/@อ@1?&B/O3>ค/&คB/!?/ P 0QหO1>&B*2!>@1์
!@/2/ค/1
. 2"@%#?P#?P>%ํ@R'ค/&คB/!?/
. *0@%(CO1CONหO%Q%@1?&B/O3>ค/&คB/!?/ อ0N@%Oอ0 ` ค%
หนา ๔๓
เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๖๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๖
. ห@/?@10O@0#?Pค/&คB/!?/O!Oอ ํ@N%>%@1!@/Oอ . Oอ . Oอ .
O3>Oอ .
Oอ _.a @1ค/&คB/!?/&Bคค3>!Oอค/&คB/!?/R/O 2"@%#?P#?PR/NQN2"@%?!ํ@1/
#?PคB/? #?2"@% ห1AอN1Aอ%ํ@ O!NQหOค/&คB/R/OQ%2"@%#?P#?P(COอํ@%/0@11?1@ค/@//?P%ค.@0Q%.@ค b
ํ@ห%
Oอ _.b หO@//>QหO*%?@%NO@ห%O@#?P'>&?!>!Nอ&Bคค3(CO"Cค/&คB/!?/อ0N@(CO1>#ํ@(>
ห1Aอ(CO!Oอห@ #?Q%?Q >3N@/PN!1/% ห1Aอ?Q%1 ? ห1Aอ1># ํ@@1อAP%#?P1B%O1! Nอ&Bคค3
(CO"Cค/&คB/!?//>R O
Oอ _.c Q%1 ?#?P/?ค/@/ ํ@N'็%!Oอค/&ค B/!?/!Nอ QหO*%?@%N O@ห%O@#?P
ํ@N%>%@11Oออ!Nอ0@3N*APอ0@01>0>N/3@@1ค/&ค B/!?/!NอR Oอ?ค1@/3>NO /?% O3> ํ@N%>%@1
!@/Oอ _._ "@Oอ _.b Q%O!N3>ค1@/ #?P/?@11Oออ!Nอ0@3
#?Q%?Q 1//1>0>N/3@ค/&ค B/!?/#?Qห/ !OอR/NN>%/N@2@/2>&/?% O3>QหO0@ "Aอ
ห/@0O3>@1คBO/ค1อ2>#$>N21?.@*P 0Nค1Nค1?
Oอ ` QหO*%?@%NO@ห%O@#?P/?อํ@%@ออคํ@2?PN1?0QหO&Bคค3Q /@1@0@%! ?/!Nอ*%?@%
NO@ห%O@#?Pห1Aอ/@QหO"Oอ0คํ@ห1Aอ2N/อ&Nอ2@1ห1 Aอห3?@%Q # ?PN?P0/N%APอ?&2"@%@1 ์BN>%
Q%1?#?P/?ค/@/ํ@N'็% !Oอ?&B/O3>ค/&คB/!?/&Bคค3#?PN1?0/@1@0@%!?/%?Q% QหO ํ@N%>%@1!@/Oอ _
P 0Nค1Nค1?
Oอ a QหO*%?@%NO@ห%O@#?P/?อํ@%@ออคํ@2?P0@ ห1Aออ@0? อ@/B$ 2>%คO@ Nค1APออB'P.ค
&1>P.ค Nค/?.?์ ห1Aอ/?!"BQ Q%1?#?P/?Nห!Bอ?%ค/122?0/N@ R OQOห1Aอ>QO2>P%?Q% N*APอ@11>#ํ@
ห1Aอ2%?&2%B%@11>#ํ@QหON> Nห!B2"@%@1์BN>%
Oอ b QหO*%?@%NO@ห%O@#?P/?อํ@%@ออคํ@2?P!1/คO%!@/ค/@/ํ@N'็%Q%@1'>&?!>ห%O@#?P
N*APอ1>?&Nห!B@1์1O@0O1QหO0B!>P 0N1O/O3>ห@'3Nอ0N%>P%O@>#ํ@QหOR/Nอ@1>?&Nห!B@1์R O#?%#N/#?
Oอ c QหO*%?@%NO@ห%O@#?P/?อํ@%@2?P@1QหOค%!N@ O@/ออR'%อ1@อ@@?1 Q%1?
#?P/?Nห!Bอ?%ค/1NAPอR O/N@N'็%(CO2%?&2%B%@11>#ํ@QหON> 2"@%@1์BN>% #?Q%?Q P 0QหO%ํ@ห/@0
/N@ O/0ค%NO@N/Aอ/@QO&?ค?&P 0อ%BP3/
Oอ d QหO@1AQอ @0 QO ห1Aอ/?R/Oค1อ&ค1อ@Pอ@/B$ 2>%คO@ N/.?์ Nค1APออB'P.ค
&1>P.ค Nค/?.?์ ห1Aอ/?2 BอB'1์อ0N@ห%@Pอ0N@Q @Pอ@QOQ%@1Nอค/@/R/N2&ห1Aอ@1Nอ@11O@0
!@/#?P(COอํ@%/0@11?1@ค/@//?P%ค.@0Q%.@ค b '1>@0ํ@ห% !Oอ1@0@%ห1AอR O1?&อ%B@!
@*%?@%NO@ห%O@#?Pห1Aอ'>&?!>!@/NAPอ%R#?P%@01?/%!1?ํ@ห%
QหO@1QO@%P#10 ?*#์Nค3APอ%#?P>!Oอ ํ@N%>%@13#>N& ?0%O3> ? NO&Oอ/C3
(COQO&1>@1P#10?*#์Nค3APอ%#?P!@/'1>@0ห3?N์#?Pค>11/@1>@11>@0N2?0 >@1P#1#?0%์
O3>>@1P#1ค/%@ค/OหN@!>ํ@ห% #?Q%?Q QหO'1>@0Q%1@>@%BN&1@ O/0
หนา ๔๔
เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๖๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๖
N*APอ'1>P0%์Q%@1'Oอ?%O3>1>?&Nห!B@1์1O@0O1 QหO(COQหO&1>@1P#10?*#์Nค3APอ%#?P
/?ห%O@#?P!Oอ @1QหO&1>@1O3>%ํ@2NOอ/C3@1QOP#10?*#์Nค3APอ%#?P!@/'1>@0ห3?N์O3>1>0>N/3@
#?Pออํ@%/0@11 ?1@ค/@// ?P%ค.@0Q%.@ค b ํ@ห% #?Q%?Q @1 ํ@N%>%@1 ?3N@/>!Oอ
R/N1>#&!Nอ2>#$>O3>N21?.@*อ'1>@%%N>%2/ค/1ONNห!B ห1AอR/NN>%/N@1?ํ@N'็%
Oอ e QหOํ@3?#ห@1#?P'>&?!>ห%O@#?Pอ0CNQ%N!*AQ%#?P'1>@02"@%@1์BN>%#?P/?ค/@/1O@0O1
0?ค'>&?!>ห%O@#?Pอ0CN!NอR' O/O/N@>/?@1'1>@0N3>QOอ?0@10@O3O/O!@/ P 0QหONO@ห%O@#?P)N@0#ห@1
/?อํ@%@ห%O@#?PNN%N ?0/?&อํ@%@ห%O@#?Pอ*%?@%NO@ห%O@#?P!@/*1>1@ํ@ห% @1&1>ห@11@@1
Q%2"@%@1 ์BN>% *.0. `cbf #?Q%?Q P 0Qห ONO@ห%O@#?P)N@0#ห@1' >&?!>!@/คํ@2?Pอ
1อ%@01?/%!1?(COํ@?&@1'>&?!>@1'1>@02"@%@1์BN>%O3>(COอํ@%/0@11?1@ค/@//?P%ค
.@0Q%.@ค b O3>QหO@1QOํ@3?#ห@1N'็%R'!@/ห/@0/N@ O/0@1? 1>N&?0&1@@11>#1/3@Pห/
1>N&?0&ห1AอOอ&?ค?&1>#1/3@Pห// N@ O/0@1Q Oํ@3?#ห@1 @1Nค3 APอ%ํ@3?#ห@1
O3>@1N!1?0/*1Oอ/ *.0. `cbc
@1 ํ@N%>%@1!@/'1>@0% ?QQหO*%?@%NO@ห%O@#?P#ํ@1@0@%!@/O&&# ?P(COอํ@%/0@11?1@
ค/@//?P%ค.@0Q%.@ค b ํ@ห% N*APอNO&1?1@R/ON'็%ห3?@%
#?Q%?Q !?QO!N/?%#?P `^ !B3@ค/ *.0. `cdd N'็%!O%R'
'1>@0 /?%#?P 19 !B3@ค/ *.0. `cd6
.C/>$11/ N/0?0
1อ%@01?/%!1? 1?1@1@@1O#%
%@01?/%!1?
หนา ๔๕
เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๖๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๖
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 423
|
633.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/633.pdf
|
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
เกี่ยวกับภาษีเงินได (ฉบับที่ ๓๙๐)
เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเวนภาษีเงินได
สําหรับเงินไดเทาที่ไดจายเปนคาซื้อสินคาหรือคาบริการ
อาศัยอํานาจตามความในขอ ๑ แหงกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๖๘ (พ.ศ. ๒๕๖๓) ออกตามความ
ในประมวลรัษฎากร วาดวยการยกเวนรัษฎากร อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไข
เพื่อการยกเวนภาษีเงินได สําหรับเงินไดเทาที่ไดจายเปนคาซื้อสินคาหรือคาบริการ ดังตอไปนี้
ขอ ๑ การยกเวนภาษีเงินไดสําหรับเงินไดเทาที่ไดจา ยเปนคาซื้อสินคาหรือคาบริการสําหรับ
การซื้อสินคาหรือรับบริการในราชอาณาจักร ตั้งแตวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม
พ.ศ. ๒๕๖๓ ตองเปนไปตามหลักเกณฑ ดังตอไปนี้
(๑) ผูมีเงินไดซึ่งมีหนาที่เสียภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา ตองมิ ใชหางหุนสวนสามัญ
หรือคณะบุคคลที่มิใชนิติบุคคล โดยใหไดรับยกเวนภาษีเงินไดตามจํานวนที่จายจริงแตไมเกิน ๓๐,๐๐๐ บาท
(๒) กรณีสามีหรือภริยามีเงินไดฝายเดียว ใหยกเวนภาษีเงินไดใหแกสามีหรือภริยา
ซึ่งเปนผูมีเงินไดตามจํานวนที่จายจริงแตไมเกิน ๓๐,๐๐๐ บาท
(๓) กรณีสามีภริยาตางฝายตางมีเงินได
(ก) ถาตางฝายตางยื่นรายการเกี่ยวกับเงินไดพึงประเมินที่ตนไดรับ หรือแยกยื่นรายการ
และเสียภาษีเฉพาะสวนที่เปนเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๑) แหงประมวลรัษฎากรโดยไมถือเปนเงินได
ของอีกฝาย หนึ่งตามมาตรา ๕๗ ฉ แหงประมวลรัษฎากร ใหตางฝายตางไดรับยกเวนภาษีเงินได
ตามจํานวนที่จายจริงแตไมเกิน ๓๐,๐๐๐ บาท
(ข) ถาสามีภริยาตกลงยื่นรายการและเสียภาษีรวมกัน โดยถือเอาเงินไดพึงประเมิน
ของตนเปนเงินไดของสามีหรือภริยาอีกฝายหนึ่งตามมาตรา ๕๗ ฉ แหงประมวลรัษฎากร ใหผูมีเงินได
ไดรับยกเวนภาษีเงินไดตามจํานวนที่จายจริง เฉพาะสวนที่ไมเกิน ๓๐,๐๐๐ บาท และใหไดรับยกเวน
ภาษีเงินไดสวนของสามีหรือภริยาไดตามจํานวนที่จายจริงแตไมเกิน ๓๐,๐๐๐ บาท
้หนา ๔๐
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ มกราคม ๒๕๖๔
ขอ ๒ ผูมีเงินไดที่ใชสิทธิยกเวนภาษีเงินไดตามประกาศนี้ ตองซื้อสินคาหรือรับบริการเพื่อใช
ในราชอาณาจักร และชําระราคาคาสินคาหรือคาบริการ ตั้งแตวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และตองเปนไปตามหลักเกณฑ ดังตอไปนี้
(๑) กรณีการจายคาซื้อสินคาหรือคาบริการ นอกจากกรณีตาม (๒) (๓) และ (๔)
ตองเปนการจายใหแกผูขายสินคาหรือผูใหบริการซึ่งเปนผูประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลคาเพิ่มและไดรับ
ใบกํากับภาษีตามมาตรา ๘๖/๔ แหงประมวลรัษฎากร โดยเงินไดเทาที่ไดจายเปนคาซื้อสินคาหรือคาบริการ
ที่จะไดรับยกเวนภาษีเงินได ตองเปนการซื้อสินคาหรือรับบริการเฉพาะที่ตองรวมคํานวณเปนมูลคาฐานภาษี
ในอัตรารอยละ ๗.๐ เทานั้น
(๒) กรณีการจายคาซื้อหนังสือ แตไมรวมถึงหนังสือพิมพและนิตยสารใหแกผูขาย
ตองไดรับใบกํากับภาษีตามมาตรา ๘๖/๔ แหงประม วลรัษฎากร ในกรณีที่ผูขายเปนผูประกอบการ
จดทะเบียนภาษีมูลคาเพิ่ม หรือไดรับใบรับซึ่งมีรายการอยางนอยตามมาตรา ๑๐๕ ทวิ แหงประมวลรัษฎากร
พรอมระบุชื่อ และนามสกุลของผูมีเงินได ในกรณีที่ผูขายมิไดเปนผูประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลคาเพิ่ม
(๓) กรณีการจายคาบริการหนังสือที่อยูในรูปของขอมูลอิเล็กทรอนิกสผานระบบอินเทอรเน็ต
แตไมรวมถึงหนังสือพิมพและนิตยสารใหแกผูใหบริการ ตองไดรับใบรับซึ่งมีรายการอยางนอยตามมาตรา ๑๐๕ ทวิ
แหงประมวลรัษฎากร พรอมระบุชื่อ และนามสกุลของผูมีเงินได
(๔) กรณีการจายคาซื้อสินคาหนึ่งตําบลหนึ่งผลิตภัณฑ สินคาดังกลาวตองเปนสินคา
ที่ไดลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแลว และไดรับใบกํากับภาษีตามมาตรา ๘๖/๔ แหงประมวลรัษฎากร
จากผูขายในกรณีที่ผูขายเปนผูประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลคาเพิ่ม หรือไดรับใบรับซึ่งมีรายการอยางนอย
ตามมาตรา ๑๐๕ ทวิ แหงประมวลรัษฎากร พรอมระบุชื่อ และนามสกุลของผูมีเงินไดในกรณีที่ผูขาย
มิไดเปนผูประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลคาเพิ่ม โดยในการจัดทํารายการชื่อ ชนิด และประเภทของสินคา
ในใบกํากับภาษีตามมาตรา ๘๖/๔ (๕) แหงประมวลรัษฎากรหรือในใบรับนั้น ผูขายจะตองปฏิบัติ ดังนี้
(ก) ตองระบุขอความที่แสดงวาสินคานั้น เปนสินคาหนึ่งตําบลหนึ่งผลิตภัณฑ
ในแตละรายการสินคา หรือจัดทําเครื่องหมายแสดงในแตละรายการสินคาที่เปนสินคาหนึ่งตําบลหนึ่งผลิตภัณฑ
และมีขอความที่แสดงวาเครื่องหมายนั้น หมายถึงสินคาหนึ่งตําบลหนึ่งผลิตภัณฑไวในใบกํากับภาษีหรือใบรับ
เชน “OTOP” “โอทอป” หรือ “One Tambon One Product” เปนตน
้หนา ๔๑
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ มกราคม ๒๕๖๔
(ข) กรณีที่สินคาทุกรายการในใบกํากับภาษีหรือใบรับนั้นเปนสินคาหนึ่งตําบล
หนึ่งผลิตภัณฑทั้งหมด จะไมระบุขอความหรือเครื่องหมายที่แสดงวา สินคาแตละรายการเปนสินคาหนึ่งตําบล
หนึ่งผลิตภัณฑตาม (ก) ก็ได โดยใหผูขายสินคาซึ่งเปนผูออกใบกํากับภาษีหรือใบรับประทับตรายาง
ที่มีชื่อการคา หรือเครื่องหมายการคาของผูขายสินคานั้น และใหระบุขอความวา “ สินคาทุกรายการ
เปนสินคาหนึ่งตําบลหนึ่งผลิตภัณฑ” หรือขอความอื่นในลักษณะทํานองเดียวกันในใบกํากับภาษีหรือใบรับ
ฉบับนั้นดวย
การออกใบกํากับภาษีหรือใบรับตามวรรคหนึ่งที่ผูขายหรือผูใหบริการออกดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส
ผูขายหรือผูใหบริการตองปฏิบัติตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ ๑๕) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ
วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทํา สงมอบ และเก็บรักษาใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส และใบรับอิเล็กทรอนิกส
ลงวันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ หรือระเบียบกรมสรรพากรวาดวยการจัดทํา สงมอบ และเก็บรักษา
ใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกสผานระบบ e – Tax Invoice by Email พ.ศ. ๒๕๖๐
ขอ ๓ กรณีที่ผูมีเงินไดเปนผูประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลคาเพิ่ม ไดนําภาษีมูลคาเพิ่ม
ตามใบกํากับภาษีไปหักจากภาษีขายในการคํานวณภาษีมูลคาเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๓ แหงประมวลรัษฎากรแลว
ผูมีเงินไดไมมีสิทธินําคาซื้อสินคาหรือคาบริการตามใบกํากับภาษีนั้นมาใชสิทธิยกเวนภาษีเงินไดตามประกาศนี้
ขอ ๔ การไดรับยกเวนภาษีเงินไดตามประกาศนี้ ใหผูมีเงินไดมีสิทธินําเงินไดที่ไดรับยกเวนภาษี
ไปคํานวณหักจากเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร หลังจากหักคาใชจาย
ตามมาตรา ๔๒ ทวิ ถึงมาตรา ๔๖ แหงประมวลรัษฎากรแลว
ขอ ๕ ประกาศนี้ใหใชบังคับ ตั้งแตวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๓ เปนตนไป
ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
เอกนิติ นิติทัณฑประภาศ
อธิบดีกรมสรรพากร
้หนา ๔๒
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ มกราคม ๒๕๖๔
|
test
| 424
|
434.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/434.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้ความเห็นชอบหลักสูตร รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง
และรายการค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานและการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ
ส าหรับการฝึกอบรมปี พ.ศ. 2563
เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโร นา 2019 ( COVID-19) หรือ
โรคโควิด 19 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของประเทศไทยในภาพรวม สถานประกอบกิจการไม่สามารถ
ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๕ ภายในเวลาที่กฎหมายก าหนด
ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือ อ านวยความสะดวก และบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบกิจการ
ไม่ให้เสียประโยชน์หรือละเมิดกฎหมายที่มีก าหนดเวลาให้ปฏิบัติ
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา 20 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนา
ฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 และมาตรา 39 (3) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
พ.ศ. 2545 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2557 คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานจึงก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข
ในการให้ความเห็นชอบหลักสูตร รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง และรายการค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกยกระดับ
ฝีมือแรงงานและการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพส าหรับการฝึกอบรมปี พ.ศ. 2563 ไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับส าหรับการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานและการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ
ที่ด าเนินการฝึกอบรมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563
ข้อ 2 ผู้ประกอบกิจการซึ่งเป็นนายจ้างที่ด าเนินการฝึกยกระดับฝีมือ แรงงานหรือฝึกเปลี่ยน
สาขาอาชีพให้แก่ลูกจ้างของตน ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขในการให้ความเห็นชอบหลักสูตร รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง และรายการค่าใช้จ่าย
ที่ใช้ในการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานและการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ ลงวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2551
จนเสร็จสิ้นการฝึกแล้ว ให้จัดท ารายงานเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย พร้อมแนบหลักสูตร ก าหนดการฝึกอบรม
และหลักฐานค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมแต่ละหลักสูตรตามที่จ่ายจริง เสนอต่อนาย ทะเบียนเพื่อให้
ความเห็นชอบภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันเสร็จสิ้นการฝึก แต่ต้องไม่เกินวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. 2564
ประกาศ ณ วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖3
สุทธิ สุโกศล
ปลัดกระทรวงแรงงาน
ประธานกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
้หนา ๒๗
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๐๓ งราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓
|
test
| 425
|
50.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/50.pdf
|
ข้อก ำหนด
เกี่ยวกับกำรจัดสรรที่ดินจังหวัดสงขลำ (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 256๑
อำศัยอ ำนำจตำมควำมในมำตรำ 14 (1) และมำตรำ 16 แห่งพระรำชบัญญัติกำรจัดสรรที่ดิน
พ.ศ. 2543 คณะกรรมกำรจัดสรรที่ดินจังหวัดสงขลำ จึงออกข้อก ำหนดเกี่ยวกับกำรจัดท ำแผนผัง
โครงกำรและวิธีกำรจัดสรรที่ดิน โดยควำมเห็นชอบจำกคณะกรรมกำรจัดสรรที่ดินกลำงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้อก ำหนดนี้เรียกว่ำ “ข้อก ำหนดเกี่ยวกับกำรจัดสรรที่ดินจังหวัดสงขลำ (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 256๑”
ข้อ 2 ข้อก ำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำเป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกควำมใน ๓๑.๒ ของข้อ 31 แห่งข้อก ำหนดเกี่ยวกับกำรจัดสรรที่ดิน
จังหวัดสงขลำ พ.ศ. 2545 และให้ใช้ควำมต่อไปนี้แทน
“31.2 ลำนกิจกรรมหรือลำนอเนกประสงค์
ในกรณีเป็นกำรจัดสรรที่ดินขนำดใหญ่ ผู้จัดสรรที่ดินจะต้องกันพื้นที่ไว้เป็นที่ตั้งของสำธำรณูปโภค
ประเภทลำนกิจกรรมหรือลำนอเนกประสงค์ จ ำนวน 1 แห่ง เนื้อที่ไม่น้อยกว่ำ 200 ตำรำงวำ
และต้องจัดให้มีพื้นที่ดังกล่ำวเพิ่มขึ้นทุก ๆ 500 แปลง หรือทุก ๆ 100 ไร่
ที่ดินที่กันไว้เพื่อจัดตั้งโรงเรียนอนุบำล ตำมแผนผังโครงกำรและวิธีกำรจัดสรรที่ดิน
ในโครงกำรจัดสรรที่ดินที่ได้รับอนุญำตให้ท ำกำรจัดสรรที่ดินก่อนวันที่ข้อก ำหนดฉบับนี้มีผลใช้บังคับ
หำกไม่สำมำรถจัดตั้งโรงเรียนอนุบำลหรือโรงเรียนประเภทอื่นตำมระเบียบกระทรวงศึกษำธิกำรได้
ให้ใช้พื้นที่ดังกล่ำวจัดท ำเป็นสำธำรณูปโภคอื่น เช่น ลำนกิจกรรม ลำนอเนกประสงค์ สวน สนำมเด็กเล่น
สนำมกีฬ ำ เป็นต้น โดยผู้จัดสรรที่ดิน ที่ประสงค์จะจัดท ำสำธำรณูปโภคดังกล่ำวต้องยื่นค ำขอแก้ไข
เปลี่ยนแปลงแผนผังโครงกำรหรือวิธีกำรที่ได้รับอนุญำต เพื่อให้คณะกรรมกำรพิจำรณำตำมนัยมำตรำ 32
แห่งพระรำชบัญญัติกำรจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543”
ให้ไว้ ณ วันที่ ๗ กันยำยน พ.ศ. ๒๕๖๑
ดลเดช พัฒนรัฐ
ผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดสงขลำ
ประธำนกรรมกำรจัดสรรที่ดินจังหวัดสงขลำ
้หนา ๓๑
่เลม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๔๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ตุลาคม ๒๕๖๑
|
test
| 426
|
68.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/68.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
เรื่อง คุณสมบัติของผู้เข้ารับการทดสอบ สาขาอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์
สาขาช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๒๒ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนา
ฝีมือแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๕ และมาตรา 39 (3) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
พ.ศ. 2545 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557
คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
๑. ให้ยกเลิกประกาศค ณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง คุณสมบัติ
ของผู้เข้ารับการทดสอบ สาขาอาชีพช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม ลงวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
2. ก าหนดคุณสมบัติของผู้เข้ารับการทดสอบ สาขาอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และ
คอมพิวเตอร์ สาขาช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม ไว้ดังนี้
2.1 มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และ
คอมพิวเตอร์ สาขาช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม ระดับ 1
(1) ผู้เข้ารับการทดสอบต้องมีอายุไม่ต่ ากว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ นับถึงวันเข้ารับ
การทดสอบ และ
(2) มีประสบการณ์ในการท างาน หรือการปฏิบัติงาน หรือการประกอบอาชีพ
ในสาขาอาชี พช่ างไฟฟ้ า อิ เล็ กทรอนิ กส์ และคอมพิ วเตอร์ สาขาช่ างไฟฟ้ าอุ ตสาหกรรม
ไม่น้อยกว่า ๑ ปี หรือ
(3) ผ่านการฝึกอบรมฝีมือแรงงานในสาขาอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์
และคอมพิวเตอร์ สาขาช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม ไม่น้อยกว่า ๖๐ ชั่วโมง และมีประสบการณ์ในการฝึกงาน
หรือการปฏิบัติงานในสาขาอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ สาขาช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม
ไม่น้อยกว่า ๑๖๐ ชั่วโมง หรือ
(4) เป็นผู้ที่ส าเร็จการศึกษาไม่ ต่ ากว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเทียบเท่า
ในสาขาที่เกี่ยวกับอาชีพนี้
2.2 มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และ
คอมพิวเตอร์ สาขาช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม ระดับ 2
(1) มีประสบการณ์การปฏิบัติงาน หรือการประกอบอาชีพเกี่ยวกับสาขาอาชีพ
ช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร หรือสาขาช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม
ไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือรับรองว่าเป็นผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
สาขาอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระดับ 1 หรือ
สาขาช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม ระดับ ๑ หรือ
้หนา ๓๙
่เลม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๗๓ งราชกิจจานุเบกษา ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๑
(2) ได้คะแนนรวมในการทดสอบ ระดับ ๑ ไม่ต่ ากว่าร้อยละแปดสิบ
2.3 มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์
สาขาช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม ระดับ 3
(1) มีประสบการณ์การปฏิบัติงาน หรือการประกอบอาชีพเกี่ยวกับสาขาอาชีพ
ช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร หรือสาขาช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม
ไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือรับรองว่าเป็นผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
สาขาอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระดับ 2 หรือ
สาขาช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม ระดับ 2 หรือ
(2) ได้คะแนนรวมในการทดสอบ ระดับ 2 ไม่ต่ ากว่าร้อยละแปดสิบ
ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
จรินทร์ จักกะพาก
ปลัดกระทรวงแรงงาน
ประธานกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
้หนา ๔๐
่เลม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๗๓ งราชกิจจานุเบกษา ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๑
|
test
| 427
|
2040.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/2040.pdf
|
'1>@0ค>11/@13@/N@ O/01@ค@2>%คO@O3>&1>@1
&?&#?P c_ พ.0. `cde
N1AP/ @1OOO3>@1O2 1@ค@(3>!.?์#?P/?O/3/0/3์N'็%2N/%'1>/&
NพAP/2B/%@/?02ํ@ห1?&/A/
P 0#?P'1>@0ค>11/@13@/ N@ O/01@ค@2>%คO@O3>&1>@1 &?&#?P _ พ.0. `cde
N1AP/ @1ํ@ห% 2>%คO@ค/&คB/Nพ>P/N!>/ 3/?%#?P _d /1@ค/ พ.0. `cde 2>Q%(3QO&?ค?& @#ํ@QหO
'1>@0ค>11/@13@/ N@ O/01@ค@2>%คO@O3>&1>@1 &?&#?P c พ.0. `cde N1AP/ @1OO
O3>@1O2 1@ค@(3 >!.?์#?P/?O/3/0/3 ์N'็%2N/%'1>/&Nพ AP/2B/%@/?0 2ํ@ห1?&/A/ 3/?%#?P
`a /1@ค/ พ.0. `cde 2>Q%(3QO&?ค?& '1>/&?&ค>11/@13@/ N@ O/01@ค@2>%คO@O3>
&1>@1 R Oพ>@1@#&#/%@1QO/ํ@%@ํ@ห% /@!1@1 ?3N@/O3O/ NหO%ค/1ค/@!1@1QหO(CO(3>!
(CO%ํ@NO@ (CO2N// !?/O#%ํ@ห%N@0 #?P/?'1>/@@1ํ@ห%N@0!N/N A/%!?QO!Nห%@Pพ?%3>!1@Q%R' OOO//C3
!O%#B% 1@ค@ O3>'1>/@ 1//#?Qค/@!1@1@1O2 1@ค@(3>!.?์#?P/?O/3/0/3์N'็%2N/%'1>/&
NพAP/2B/%@/?02ํ@ห1?&/A/ NพAP/!> !@/ค/@/Nค3AP/%Rห//1@ค@ O3>'1>/@2>%คO@QหON> ค/@/N'็%$11/
O3>'้/?%@1/0P/@2N/@1? N/@N'1?0&(CO&1>P.ค
/@0?0/ํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ g (`) (a) (c) /@!1@ `c (a) (b) (c) /@!1@ `d /11คห%@P
O3>/@!1@ `f OหNพ1>1@&??!>/N@ O/01@ค@2>%คO@O3>&1>@1 พ.0. `cb` ค>11/@13@
/N@ O/01@ค@2>%คO@O3>&1>@1 @//'1>@0 ?!N/R'%?Q
O/ _ '1>@0& ?&%?QQหOQO&?ค?&Q%#B#O/#?P#?P/1@/@@ ?1N'็%1>0>N/3@ห% @P'?
!?QO!N/?%"? @/?%'1>@0N'็%!O%R' N/O%O!N>/?@1//'1>@0Qห/N
O/ ` QหO(CO(3>! (CO%ํ@NO@ (CO2N// !?/O#%ํ@ห%N@0(3>!.?์#?P/?O/3/0/3์N'็%2N/%'1>/&
NพAP/2B/%@/?02ํ@ห1?&/A/ #?P/?'1>/@@1ํ@ห%N@0!N/N A/%!?QO!Nห%@Pพ?%3>!1@Q%R' OO!O%#B% 1@ค@AQ/
1@ค@ํ@ห%N@0 '1>/@@1(3>! '1>/@@1%ํ@NO@ '1>/@@12N// '1>/@ @1ํ@ห%N@0 '1>/@
คNห3A/ /?%2>Q%N A/%N'็%'1>ํ@#BN A/% .@0Q%/?%#?P2>&/N A/%"? R' P 0QหON1>P/OOO//C3
/N A/%/>"B%@0% `cde N'็%!O%R'
(CO(3>! (CO%ํ@NO@ (CO2N// !?/O#%ํ@ห%N@0#?PR OOOO//C3!@//11คห%@PO3O/ !O/ ํ@N%>%@1
OOO//C3 ?3N@/!N/R'R/N/N@Q%N A/%%?Q%>ํ@ห%N@0!Pํ@/N@'1>/@#?Pํ@ห% ห1A/R/NO!@/
O/ a @1OO!@/O/ ` QหO0AP%!N/N3@$>@1!@/O&&#?PN3@$>@1ํ@ห% 2ํ@%?@%
ค>11/@13@/N@ O/01@ค@2>%คO@O3>&1>@1 1/@1คO@.@0Q% 1>#1/พ@>0์
@1OO!@//11คห% @P >OOP 0#@ O//C3/>N3O#1/%>2์ #@ ห/@0/ >N3O#1/%>2์
(/?N/3) #@P#12@1 ห1A/#@R'11?0์3#>N&?0%!/&1?&OR O Q%1?@1OO#@O//C3/>N3O#1/%>2์
QหO"A//?%#?PO//C3/>N3O#1/%>2์R ONO@2CN1>&&O//C3/2ํ@%?@%ค>11/@13@/N@ O/01@ค@2>%คO@
หนา ๓๐๓
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๒๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๗
O3>&1>@1 1/@1คO@.@0Q% 1>#1/พ@>0์ N'็%/?%OO Q%1?#?POO#@ ห/@0/>N3O#1/%>2์
(/?N/3) QหO"A//?%#?PR O1?& ห/@0/>N3O#1/%>2์ (/?N/3) N'็%/?%O2 N!%@Q%@1OO Q%1?#?POO
#@P#12@1Qห O"A//?%#?PR O1?&P#12@1 N'็%/?%O2 N!%@Q%@1O O Q%1?#?POO#@R'11 ?0์
3#>N&?0%!/&1?&QหO"A//?%#?PR O'1>#?&!1@'1>ํ@/?% #?P#ํ@@1R'11?0์!O%#@ N'็%/?%OO
@1OO#@ ห/@0/>N3O#1/%>2์ (/?N/3) ห1A/#@P#12@1!@//11ค2/>2/&C1์O!N/N/AP/
(CO(3>! (CO%ํ@NO@ (CO2N// !?/O#%ํ@ห%N@0 R O2N!O%&?&QหON3@$>@1O3O/
QหO(CO(3>! (CO%ํ@NO@ (CO2N// !?/O#%ํ@ห%N@0 #?P'1>2ค์>OO#@O//C3/>N3O#1/%>2์3%@/
Q%&?%#@O2 ค/@/!3Q%@1O O#@O//C3/>N3O#1/%>2์ !@/ห3?N์O3>/>$?@1#?PN3@$>@1
ํ@ห%
O/ b QหO(COํ@ห%N@0O2 1@ค@ ํ@ห%N@0'3?(3>!.?์#?P/?O/3/0/3์N'็%2N/%'1>/&
NพAP/2B/%@/?02ํ@ห1?&/A/ ห1A/คN@QON@0/AP% N QหO? N%O3>ค1&"O/% P 0O2 R/Oค/&คCN?&@1O2
1@ค@(3>!.?์#?P/?O/3/0/3์N'็%2N/%'1>/&Nพ AP/2B/%@/?02ํ@ห1?&/A/Q%3?1>#?PNหO%R O? N%
O3>N'> N(0 2@/@1"/N@%R OP 0N@0 2ํ@ห1?&O/ค/@/ห1A/1@0@1#?PO2 ค/&คCN?&1@ค@!O/N'็%.@1@R#0
O!N>/?.@1@/AP% O/0OR O
@1O2 1@ค@ ํ@ห%N@0'3?!@//11คห% @P QหO1>#ํ@P 0@1N?0% พ>/พ์ ห1A/1>#ํ@QหO
'1@ O/0/>$?/AP%Q &%O(N%1> @1 O(N%R/O O(N%1> (%?ห1A//?!"B/AP%
@1O2 1@ค@ํ@ห%N@0'3?QหOO2 1@ค@!N/ห%N/0 1@ค@%?Q%!O/N'็%!?/N3R#0ห1A//@1&>ค
P 0O2 R/O#?P2>%คO@#?Pํ@ห%N@0ห1A/&1>N/Q3ONค?02>%คO@%?Q%
O/ c QหO(COํ@ห%N@0 ํ@ห%N@0R/N2C/N@1@ค@#?PO2 R/O!@/O/ b
O/ d N/AP/(CO(3>! (CO%ํ@NO@ (CO2N// !?/O#%ํ@ห%N@0 1O//!N/N3@$>@1NพAP/0@01>0>N/3@
!@/#?Pํ@ห% R/OQ%'1>@0&?&%?Q ห1A/N/AP/N3@$>@1NหO%2/ค/1 N3@$>@1/@/?คํ@2?P0@01>0>N/3@
!@/#?Pํ@ห% R/ON/%2>Q%1>0>N/3@%?Q%R O O!N@10@01>0>N/3@NN%/N@%?QQหOพ@#ํ@R O!N/N/AP//?พ2!>@1์พ>N01
ห1A//?Nห!Bํ@N'็% O3>(CO(3>! (CO%ํ@NO@ (CO2N// !?/O#%ํ@ห%N@0 R O/?คํ@1O//ห1A/N3@$>@1
R O/?คํ@2?PN/%2>Q%1>0>N/3@%?Q% N/O%O!NQ%1?#?P/?Nห!B2B />2?0
'1>@0 /?%#?P _ 1@ค/ พ.0. `cde
.C/>$11/ N/0?0
1?/%!1?/N@@11>#1/พ@>0์
'1>$@%ค>11/@13@/N@ O/01@ค@2>%คO@O3>&1>@1
หนา ๓๐๔
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๒๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 428
|
1473.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1473.pdf
|
กฎกระทรวง
ฉบับที่ 28 (พ.ศ. 2566)
ออกตามความในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ และมาตรา ๘ (๗) และวรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๘ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความ
ในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕
“ข้อ ๘ โรงงานที่ก่อให้เกิดหรือมีสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
หรือโรงงานที่มีการก าจัด บ าบัด หรือจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
ต้องจัดท ารายงานข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว”
ให้ไว้ ณ วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖6
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
้หนา ๑
่เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๑๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๖
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรก าหนดให้ผู้ประกอบ
กิจการโรงงานต้องแจ้งข้อมูลที่จ าเป็นเกี่ยวกับสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วในการประกอบกิจการโรงงาน
เพื่อประโยชน์ในการก ากับดูแลและติดตามผลการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วให้เป็นไป
ตามหลักเกณฑ์ทางวิชาการ อันเป็นการป้องกันมิให้เกิดผลกระทบต่ อประชาชนและสิ่งแวดล้อม
จึงจ าเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
้หนา ๒
่เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๑๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๖
|
test
| 429
|
531.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/531.pdf
|
ค ำสั่งศูนย์ปฏิบัติกำรแก้ไขสถำนกำรณ์ฉุกเฉินด้ำนควำมมั่นคง
ที่ ๒๓/๒๕๖๓
เรื่อง กำรปฏิบัติตำมข้อก ำหนดออกตำมควำมในมำตรำ ๙
แห่งพระรำชก ำหนดกำรบริหำรรำชกำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘
(ฉบับที่ ๗)
เพื่อให้กำรปฏิบัติตำมข้อก ำหนดออกตำมควำมในมำตรำ ๙ แห่งพระรำชก ำหนดกำรบริหำรรำชกำร
ในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๑๔) ค ำสั่งศูนย์บริหำรสถำนกำรณ์กำรแพร่ระบำด
ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ 2019 (โควิด - 19) ที่ ๙/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๓๑ สิงหำคม พ.ศ. ๒๕๖๓
เรื่อง แนวปฏิบัติตำมข้อก ำหนดออกตำมควำมในมำตรำ ๙ แห่งพระรำชก ำหนดกำรบริหำรรำชกำร
ในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๘) เป็นไปด้วยควำมเรียบร้อย อำศัยอ ำนำจตำมค ำสั่ง
นำยกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๕ มีนำคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เรื่อง แต่งตั้งผู้ก ำกับกำรปฏิบัติงำน
หัวหน้ำผู้รับผิดชอบ และพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ในกำรแก้ไขสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน ข้อ ๓ (๖) ข้อ ๔
และข้อ ๕ และค ำสั่งศูนย์ปฏิบัติกำรแก้ไขสถำนกำรณ์ฉุกเฉินด้ำนควำมมั่นคง ที่ ๑/๒๕๖๓ ลงวันที่
๒๗ มีนำคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๑ จึงก ำหนดแนวทำงปฏิบัติดังนี้
๑. ให้กำรปฏิบัติตำมค ำสั่งศูนย์ปฏิบัติกำรแก้ไขสถำนกำรณ์ฉุกเฉินด้ำนควำมมั่นคงในเรื่อง
ปรับกำรตั้งจุดตรวจควบคุมกำรแพร่ระบำดโรคโควิด - 19 จัดตั้งคณะตรวจกำรประกอบกิจกำร
และกิจกรรมตำมมำตรกำรผ่อนคลำย แต่ งตั้งพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ มอบหน้ำที่และอ ำนำจ และแต่งตั้ง
หัวหน้ำคณะตรวจกำรประกอบกิจกำรและกิจกรรมตำมมำตรกำรผ่อนคลำย ยังมีผลบังคับใช้
และปรับกำรปฏิบัติให้สอดคล้องกับแนวทำงที่ก ำหนด รวมทั้งเพิ่มควำมเข้มงวดในกำรตรวจกิจกำร
และกิจกรรมที่ได้รับกำรผ่อนคลำย โดยเฉพ ำะกิจกำรและกิจกรรมที่มีประชำชนเข้ำร่วมจ ำนวนมำก
เพิ่มมำตรกำรใช้แอปพลิเคชันที่ทำงรำชกำรก ำหนด รวมทั้งรณรงค์ส่งเสริมให้สถำนประกอบกำร
และประชำชนตระหนักและปฏิบัติตำมมำตรกำรป้องกันโรค
๒. ด ำรงควำมต่อเนื่องในกำรตั้งจุดตรวจร่วม และชุดสำยตรวจร่วม เพื่อป้องกันอุ บัติเหตุ
กำรก่ออำชญำกรรม กำรรวมกลุ่มชุมนุมที่ไม่เป็นไปตำมหลักเกณฑ์ที่ก ำหนดไว้ตำมกฎหมำยว่ำด้วย
กำรชุมนุมสำธำรณะหรือมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อกำรแพร่เชื้อโรค หรือกำรกระท ำอันเป็นกำร
ฉวยโอกำสซ้ ำเติมควำมเดือดร้อนของประชำชน
้หนา ๖๑
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๒๐๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ กันยายน ๒๕๖๓
๓. เพิ่มควำมเข้มงวดในกำรเฝ้ำตรว จ สกัดกั้น และจับกุมแรงงำนต่ำงด้ำวในเขตรับผิดชอบ
โดยเฉพำะพื้นที่ตำมตะเข็บชำยแดน ช่องทำง ท่ำข้ำมธรรมชำติ พื้นที่เพ่งเล็ง พื้นที่เฝ้ำระวัง
และพื้นที่สนใจ ทั้งทำงบกและทำงน้ ำ โดยประสำนใช้กลไกด้ำนกำรปกครองในระดับพื้นที่ในกำรเฝ้ำระวัง
ค้นหำ และกำรแจ้งเบำะแสผู้หลบหนีเข้ำเมือง ตลอดจนเพิ่มมำตรกำรกำรตรวจสอบบุคคล
และยำนพำหนะในพื้นที่จังหวัดชำยแดนและพื้นที่ชั้นใน โดยเฉพำะขบวนกำรน ำพำและผู้ให้ที่พักพิง
กับแรงงำนต่ำงด้ำวหลบหนีเข้ำเมือง
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ กันยำยน พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ 31 สิงหำคม พ.ศ. ๒๕63
พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี
ผู้บัญชำกำรทหำรสูงสุด
หัวหน้ำศูนย์ปฏิบัติกำรแก้ไขสถำนกำรณ์ฉุกเฉินด้ำนควำมมั่นคง
้หนา ๖๒
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๒๐๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ กันยายน ๒๕๖๓
|
test
| 430
|
49.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/49.pdf
|
ประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง ก าหนดจังหวัดที่จะท าการส ารวจรังวัดท าแผนที่เพื่อออกโฉนดที่ดิน
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา 58 วรรคแรก แห่งประมวลกฎหมายที่ดินซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2528 รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทย เห็นสมควรประกาศก าหนดจังหวัดที่จะท าการส ารวจรังวัดท าแผนที่เพื่อออกโฉนดที่ดิน
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ดังนี้
๑. จังหวัดกระบี่
2. จังหวัดก าแพงเพชร
3. จังหวัดขอนแก่น
4. จังหวัดฉะเชิงเทรา
5. จังหวัดชัยภูมิ
6. จังหวัดเชียงราย
7. จังหวัดเชียงใหม่
8. จังหวัดนครราชสีมา
9. จังหวัดนราธิวาส
10. จังหวัดน่าน
11. จังหวัดปัตตานี
12. จังหวัดพิษณุโลก
13. จังหวัดแพร่
14. จังหวัดพังงา
15. จังหวัดยะลา
16. จังหวัดล าปาง
17. จังหวัดล าพูน
18. จังหวัดสงขลา
19. จังหวัดหนองคาย
20. จังหวัดอุบลราชธานี
21. จังหวัดอุดรธานี
ทั้งนี้ เขตจังหวัดดังกล่าวไม่รวมท้องที่ที่ทางราชการได้จ าแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวร
ประกาศ ณ วันที่ ๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
้หนา ๑
่เลม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๔๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ตุลาคม ๒๕๖๑
|
test
| 431
|
757.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/757.pdf
|
ข้อก ำหนด
ออกตำมควำมในมำตรำ ๙ แห่งพระรำชก ำหนด
กำรบริหำรรำชกำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘
(ฉบับที่ ๒๖)
ตำมที่ได้มีประกำศสถำนกำรณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วรำชอำณำจักรตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนำคม
พ.ศ. ๒๕๖๓ และต่อมำได้ขยำยระยะเวลำกำรบังคับใช้ประกำศสถำนกำรณ์ฉุกเฉินดังกล่ำวออกไป
เป็นครำวที่ ๑๒ จนถึงวันที่ ๓๑ กรกฎำคม พ.ศ. ๒๕๖๔ นั้น
โดยที่รัฐบำลเล็งเห็นถึงควำมจ ำเป็นในกำรเปิดพื้นที่น ำร่องด้ำนกำรท่องเที่ยวเพื่อรองรับ
นักท่องเที่ยวที่จะเดินทำงเข้ำมำจำกต่ำงประเทศ อันจะเป็นประโยชน์ต่อกำรด ำเนินกำรในภำค
ธุรกิจท่องเที่ยวและภำคธุรกิจบริกำรที่เกี่ยวเนื่อง ในกำรนี้รัฐบำลได้เตรียมควำมพร้อมในกำรก ำ หนด
มำตรกำรรองรับและบูรณำกำรประสำนกำรปฏิบัติระหว่ำงหน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีกำรปฏิบัติ
ตำมมำตรกำรต่ำง ๆ ภำยใต้ประกำศสถำนกำรณ์ฉุกเฉินอย่ำงเป็นระบบ และให้กำรขับเคลื่อน
ทำงเศรษฐกิจและสังคมสำมำรถด ำเนินกำรควบคู่กับมำตรกำรด้ำนสำธำรณสุขได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ
อำศัยอ ำนำจตำมควำมในมำตรำ ๙ แห่งพระรำชก ำหนดกำรบริหำรรำชกำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน
พ.ศ. ๒๕๔๘ และมำตรำ ๑๑ แห่งพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำรแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔
นำยกรัฐมนตรีจึงออกข้อก ำหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนรำชกำรทั้งหลำย ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การก าหนดผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเพิ่มเติม ให้เพิ่มควำมต่อไปนี้
เป็น (๑๒) ของข้อ ๑ กำรเดินทำงเข้ำมำในรำชอำณำจักร ของข้อก ำหนดออกตำมควำมในมำตรำ ๙
แห่งพระรำชก ำหนดกำรบริหำรรำชกำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๑๒) ลงวันที่
๓๐ มิถุนำยน พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ ๓ ของข้อก ำหนดออกตำมควำมในมำตรำ ๙
แห่งพระรำชก ำหนดกำรบริหำรรำชกำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๑๓) ลงวันที่
๓๑ กรกฎำคม พ.ศ. ๒๕๖๓
“(๑๒) ผู้ซึ่งได้รับอนุญำตให้เดินทำงเข้ำมำในรำชอำณำจักรในพื้นที่ที่ก ำหนดให้เป็นจังหวัดน ำร่อง
ด้ำนกำรท่องเที่ยว เพื่อประโยชน์ด้ำนเศรษฐกิจ กำรท่องเที่ยว หรือกิจกรรมอื่น ๆ ตำมนโยบำย
ของรัฐบำล”
้หนา ๗๓
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๔๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๔
ข้อ ๒ มาตรการป้องกันโรคส าหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร กำรก ำหนดพื้ นที่
จังหวัดน ำร่องด้ำนกำรท่องเที่ยว เงื่อนไข เงื่อนเวลำ กำรจัดระบบ หลักเกณฑ์ และมำตรกำรป้องกันโรค
ส ำหรับผู้เดินทำงเข้ำมำในรำชอำณำจักรตำมข้อ ๑ ให้เป็นไปตำมค ำสั่งศูนย์บริหำรสถำนกำรณ์
กำรแพร่ระบำดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ 2019 (โควิด - 19)
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎำคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป
ประกำศ ณ วันที่ 29 มิถุนำยน พ.ศ. ๒๕64
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชำ
นำยกรัฐมนตรี
้หนา ๗๔
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๔๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๔
|
test
| 432
|
1294.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1294.pdf
|
กฎกระทรวง
ว่าด้วยการแจ้งข้อหาแก่ผู้กระท าความผิด
ฐานสนับสนุน ช่วยเหลือ หรือสมคบกันกระท าความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด
พ.ศ. ๒๕๖๕
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๑/๗ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ
วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การขออนุมัติแจ้งข้อหาในกรณีที่ศาลออกหมายจับแก่ผู้กระท าความผิดตามมาตรา ๑๒๕
หรือมาตรา ๑๒๗ แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด ให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบรายงานหัวหน้า
พนักงานสอบสวนและให้หัวหน้าพนักงานสอบสวนยื่นค าขออนุมัติแจ้งข้อหาแก่ผู้กระท าความผิดดังกล่าว
ต่อเลขาธิการ ป.ป.ส. หรือผู้ซึ่งเลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมายโดยเร็ว
ข้อ ๒ ค าขอตามข้อ ๑ ต้องระบุชื่อผู้กระท าความผิดซึ่งประสงค์จะขอแจ้งข้อหาให้ชัดแจ้ง
พร้อมแนบเอกสารหรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้
(๑) สถานภาพส่วนบุคคลของผู้กระท าความผิด เช่น ประวัติบุคคลหรือประวัติอาชญากร
(๒) รายงานการสืบสวนพฤติการณ์ส าคัญที่เป็นมูลเหตุให้ท าการสืบสวน ข่าวสาร แหล่งที่มา
วันเวลาเริ่มสืบสวนพฤติการณ์ที่ผ่านมา และพฤติการณ์การกระท าความผิดในคดีนี้
(๓) พยานหลักฐานที่ยืนยันการกระท าความผิดในข้อหาที่จะขออนุมัติ
(๔) รายละเอียดในคดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด เช่น ข้อหาผลิต น าเข้า ส่งออก
จ าหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติด
(๕) ส าเนาหมายจับ
ข้อ ๓ ในกรณีที่ผู้ต้องหาถูกจับกุมในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฐานอื่น หากพนักงาน
สอบสวนผู้รับผิดชอบในการสอบสวนเห็นว่าการ กระท าของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในคดีนั้นเป็นความผิด
ตามมาตรา ๑๒๕ หรือมาตรา ๑๒๗ แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติดด้วย ให้พนักงานสอบสวน
ผู้รับผิดชอบรายงานหัวหน้าพนักงานสอบสวนและให้หัวหน้าพนักงานสอบสวนยื่นค าขออนุมัติแจ้งข้อหา
แก่ผู้กระท าความผิดดังกล่าวต่อเลขาธิการ ป.ป.ส. หรือผู้ที่เลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมายโดยเร็ว
้หนา ๓๐
่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ กันยายน ๒๕๖๕
ให้น าความในข้อ ๒ มาใช้บังคับแก่การยื่นค าขออนุมัติแจ้งข้อหาตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม
ข้อ ๔ ในกรณีที่พนักงานสอบสวนส่งส านวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการเพื่อฟ้องคดีแล้ว
ถ้าพนักงานอัยการเห็นควรแจ้งข้อหาแก่ผู้กระท าค วามผิดตามมาตรา ๑๒๕ หรือมาตรา ๑๒๗
แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติดเพิ่มเติม ให้หัวหน้าพนักงานอัยการ หัวหน้าองค์คณะหรือหัวหน้าคณะท างาน
ซึ่งมีต าแหน่งไม่ต่ ากว่าหัวหน้าพนักงานอัยการสั่งให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ผู้กระท า
ความผิดดังกล่าว
ค าสั่งของพนักงานอัยการตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการอนุมัติให้แจ้งข้อหาเพื่อด าเนินคดี
ตามมาตรา ๑๑/๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
โดยพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๔
ข้อ ๕ ในการพิจารณาค าขออนุมัติแจ้งข้อหาเพื่อด าเนินคดีนั้น เลขาธิการ ป.ป.ส. หรือผู้ที่
เลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมายอาจเรียกให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือต ารวจผู้ท าการสืบสวน พนักงาน
สอบสวน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยค าหรือส่งพยานหลักฐานเพิ่มเติม หรือแต่งตั้งบุคคลหรือ
คณะบุคคล หรืออาจเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้แต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคล เพื่อพิจารณา
ตรวจสอบกลั่นกรองพยานหลักฐานในค าขออนุมัติแจ้งข้อหาแก่ผู้กระท าความผิดตามมาตรา ๑๒๕ หรือ
มาตรา ๑๒๗ แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด เพื่อประกอบการพิจารณาได้
ข้อ ๖ ให้เลขาธิการ ป.ป.ส. หรือผู้ที่เลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมายพิจารณาค าขออนุมัติ
แจ้งข้อหาให้แล้วเสร็จภายในห้าวันท าการนับแต่วันที่ได้รับค าขอ เว้นแต่มีเหตุจ าเป็นจะขยายเวลาออกไป
อีกได้ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินห้าวันท าการ โดยต้องบันทึกเหตุจ าเป็นดังกล่าวไว้ด้วย
เมื่อเลขาธิการ ป.ป.ส. หรือผู้ที่เลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมายได้มีค าสั่งประการใดแล้ว ให้มี
หนังสือแจ้งค าสั่งให้ผู้ขออนุมัติทราบโดยเร็วหรือจะให้ผู้ขออนุมัติลงลายมือชื่อรับทราบในค าสั่งนั้นก็ได้
ข้อ ๗ ในกรณีที่ได้รับอนุมัติให้แจ้งข้อหาจากเลขาธิการ ป.ป.ส. หรือผู้ที่เลขาธิการ ป.ป.ส.
มอบหมาย ให้พนักงานสอบสวนรีบด าเนินการตามที่ได้รับอนุมัติ แล้วรายงานการแจ้งข้อหาให้เลขาธิการ
ป.ป.ส. หรือผู้ที่เลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมายทราบโดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสามวันนับแต่วันที่
ได้ด าเนินการตามที่ได้รับอนุมัตินั้น
ในกรณีไม่สามารถด าเนินการตามที่ได้รับอนุมัติได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งค าสั่ง
อนุมัติ ให้รายงานคดีตามค าสั่งอนุมัติให้แจ้งข้อหาให้เลขาธิการ ป.ป.ส. หรือผู้ที่เลขาธิการ ป.ป.ส.
มอบหมายทราบโดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสามวันนับแต่วันที่ครบก าหนดดังกล่าว
ในกรณีได้รับอนุมัติให้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมจากพนักงานอัยการ ให้พนักงานสอบสวนรายงาน
การแจ้งข้อหาพร้อมทั้งส่งส าเนาส านวนคดีดังกล่าวให้เลขาธิการ ป.ป.ส. หรือผู้ที่เลขาธิการ ป.ป.ส.
มอบหมายทราบทันที
ข้อ ๘ ในการรายงานตามข้อ ๗ ให้รายงานด้วยว่ามีหรือได้รับข้อมูลหรือหลักฐานเกี่ยวกับ
ทรัพย์สินของผู้กระท าความผิดตามมาตรา ๑๒๕ หรือมาตรา ๑๒๗ แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด
้หนา ๓๑
่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ กันยายน ๒๕๖๕
ที่ถูกจับกุม หรือทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท าความผิดของผู้กระท าความผิดดังกล่าวด้วยหรือไม่
อย่างใด
การรายงานข้อมู ลหรือหลักฐานเกี่ยวกับทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง ให้กระท าได้ทุกครั้งที่ได้รับ
ข้อมูลหรือหลักฐาน
ข้อ ๙ ค าขออนุมัติ หนังสือแจ้งค าสั่งอนุมัติ และการรายงานตามกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไป
ตามแบบที่ส านักงาน ป.ป.ส. ก าหนด
การขออนุมัติ การอนุมัติ และการรายงานตามกฎกระทรวง นี้อาจด าเนินการโดยวิธีการทาง
อิเล็กทรอนิกส์ได้ตามที่เลขาธิการ ป.ป.ส. ประกาศก าหนด
ให้ไว้ ณ วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖5
สมศักดิ์ เทพสุทิน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
้หนา ๓๒
่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ กันยายน ๒๕๖๕
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๑/๗ แห่งพระราชบัญญัติ
วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๖๔ บัญญัติให้การขออนุมัติ การอนุมัติ และการรายงานการแจ้งข้อหาแก่ผู้กระท าความผิด
ในความผิดฐานสนับสนุน ช่วยเหลือ หรือสมคบกันกระท าความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดตามมาตรา ๑๒๕
หรือมาตรา ๑๒๗ แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ก าหนด
ในกฎกระทรวง จึงจ าเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
้หนา ๓๓
่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ กันยายน ๒๕๖๕
|
test
| 433
|
830.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/830.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
เรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจแฟรนไชส์ (ฉบับที่ ๓)
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง แนวทาง
พิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจแฟรนไชส์ ลงวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562
และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๑๗ (๓) แห่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า
พ.ศ. ๒๕๖๐ คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเลิก ความในข้อ 4 ของ ประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
เรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ในธุรกิจแฟรนไชส์ ลงวันที่ 30 ตุลาคม
พ.ศ. ๒๕๖2 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง แนวทางพิจารณา
การปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจแฟรนไชส์ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2564
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๔ การด าเนินการเกี่ยวกับการขยายสาขาโดยแฟรนไชส์ซอร์เป็นผู้บริหารและด า เนินการ
ด้วยตนเองหรือให้สิทธิแก่แฟรนไชส์ซีรายใดหรือบุคคลอื่นในการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ เพื่อให้เกิด
ความเป็นธรรมและไม่ท าให้เกิดความเสียหายแก่แฟรนไชส์ซีตามมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติ
การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๖๐ ให้แฟรนไชส์ซอร์แจ้งให้แฟรนไชส์ซีรายที่อยู่ในพื้นที่ที่ใกล้เคียงที่สุด
ได้ทราบและให้สิทธิในการเปิดสาขาใหม่แก่แฟรนไชส์ซีรายนั้นก่อน เว้นแต่แฟรนไชส์ซีรายเดิม
มีผลประกอบการที่ไม่ผ่านเกณฑ์ที่แฟรนไชส์ซอร์ก าหนดอย่างชัดเจนและแจ้งให้ทราบล่วงหน้าแล้ว ทั้งนี้
แฟรนไชส์ซอร์ต้องให้ระยะเวลาในการพิจารณาแก่แฟรนไชส์ซีไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน ในการแจ้งกลับ
ในการพิจารณาพื้นที่ที่ใกล้เคียงที่สุดตามวรรคหนึ่งให้พิจารณาจากปริมาณความต้องการสินค้า
หรือบริการ พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง และปัจจัยสภาพการแข่งขันในตลาดประกอบกัน
กรณีการด าเนินธุรกิจแฟรนไชส์ในลักษณะเป็นแฟรนไชส์เขตพัฒนาพื้นที่ (Area Development)
ที่แฟรนไชส์ซอร์ให้สิทธิแก่แฟรนไชส์ซีในการด าเนินธุรกิจภายในพื้นที่ที่ตกลงกันและมีข้อตกลงเกี่ยวกับ
การขยายสาขาก าหนดเป็นเงื่อนไขไว้ในสัญญาแฟรนไชส์หรือมีข้อตกลงเกี่ยวกับการข ยายสาขาประกอบ
กับสัญญาแฟรนไชส์ที่ท าให้ไม่อาจให้สิทธิในการเปิดสาขาใหม่แก่แฟรนไชส์ซีรายที่อยู่ในพื้นที่
ที่ใกล้เคียงที่สุดก่อนได้ ให้แฟรนไชส์ซอร์พิจารณาให้สิทธิในการขยายสาขาแก่แฟรนไชส์ซีรายอื่นที่เหมาะสมได้
โดยต้องมีเหตุผลที่สามารถรับฟังได้ในทางธุรกิจ ทางการตลาด หรือทางเศรษฐศาสตร์”
้หนา ๔๗
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๙๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๔
ข้อ 3 การใดที่อยู่ในระหว่างด าเนินการของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าหรือ
ส านักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าในวันก่อนที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้ด าเนินการ
ตามประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม
ในธุรกิจแฟรนไชส์ (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
ประกาศ ณ วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖4
ศาสตราจารย์สกนธ์ วรัญญูวัฒนา
ประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า
้หนา ๔๘
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๙๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๔
|
test
| 434
|
1673.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1673.pdf
|
'1>@0อ$>& ?1/211พ@1
N?P0/?&.@1?N>%R O (&?&#?P 437)
N1APอ ํ@ห% ห3?N์ />$?@1 O3>NAPอ%R NพAPอ@10N/O%.@1?N>%R O
2ํ@ห1?&N>%R O#?PR ON@0N'็%คN@QON@0Q%@1O@O1@%(COพO%P#1
อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ 4 OหNพ1>1@21?@ออ!@/ค/@/Q%'1>//31?1@1
/N@ O/0@10N/O%1?1@1 (&?&#?P 774) พ.0. 2566 อ$>& ?1/211พ@1ํ@ห% ห3?N์ />$?@1
O3>NAPอ%R NพAPอ@10N/O%.@1?N>%R O 2ํ@ห1?&N>%R O#?PR ON@0N'็%คN@QON@0Q%@1O@O1@%(COพO%P#1
?!NอR'%?Q
Oอ 1 Q%'1>@0%?Q
(COพO%P#1 ห/@0ค/@//N@ %?P#1N O @ !@/ห/@0/N@ O/01@#?์ @P/?2?@!>R#0
O3>R O1?&@1'3Nอ0!?/ออ@N1Aอ%ํ@N%APอ@ค1&ํ@ห% P#1!@/ห/@00@3 3 /?%!OอP#1ํ@คB
ห1Aอพ?@13P#1
Oอ 2 &1>1?#ห1AอหO@หBO%2N/%%>!>&Bคค3#?P>QO2>#$>0N/O%.@1?N>%R O!@/พ1>1@21?@
ออ!@/ค/@/Q%'1>//31?1@1 /N@ O/0@10N/O%1?1@1 (&?&#?P 774) พ.0. 2566 !OอN'็%R'!@/
ห3?N์ />$?@1 O3>NAPอ%R ?!NอR'%?Q
(1) 1?&(COพO%P#1#?PR O1?&@1'3Nอ0!?/ออ@N1Aอ%ํ@N'็%1>0>N/3@R/NN>%2@/'ี%?&O!N/?%#?P
R O1?&@1'3Nอ0!?/ NO@#ํ@@% ห1AอN'็%@1O@@%!NอN%APอ@N/N/3@#?PR O2>#$>!@/พ1>1@21?@
ออ!@/ค/@/Q%'1>//31 ?1@1 /N@ O/0@10N/O%1?1@1 (&?&#?P 704) พ.0. 2563 ห1Aอ
พ1>1@21?@ออ!@/ค/@/Q%'1>//31?1@1 /N@ O/0@10N/O%1?1@1 (&?&#?P 726) พ.0. 2564
(2) ? #ํ@1@0@%N?P0/?&@11?&(COพO%P#1NO@#ํ@@%#?P>%ํ@/@QO2>#$>0N/O%.@1?N>%R O
2ํ@ห1?&1@0N@0#?PR ON@0N'็%คN@QON@0Q%@1O@O1@%(COพO%P#1 N'็%1@0'ี @P/?1@0@1O3>Oอค/@/อ0N@%Oอ0
!@/O&&#?PO%&#O@0'1>@0%?Q O3>NO&1?1@1@0@% ?3N@/ 1//#?QNอ2@1'1>อ&@131@0@1
Q%1@0@%R/O 2"@%'1>อ&@1 พ1Oอ/#?P>QหONO@พ%?@%'1>N/>%!1/2อ&R O
(3) !Oอ/?ห3?@%'1>อ&@1'3Nอ0!?/อ(COพO%P#1 ?!NอR'%?Q พ1Oอ/#?P>QหONO@พ%?@%
'1>N/>%!1/2อ&R O
( ) ห%?2Aอ2ํ@ค?@1'3Nอ0!?/ (1.#.25)
( ) ห%?2Aอ2ํ@ค?'3Nอ0!?/3 /?%!OอP#1ํ@คB (3./.#.3)
( ค) ห%?2Aอ2ํ@ค?พ?@13P#1 (พ.7)
( ) ห%?2Aอ2ํ@ค?พ?@13P#11?/?Nห!Bพ>N01 (พ.8)
'1>@0 /?%#?P 15 ?%0@0% พ.0. ๒_`6
3/1 O22%>#
อ$>& ?1/211พ@1
หนา ๑๑
เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๕๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ ตุลาคม ๒๕๖๖
1@0@%O2 1@03>NอC0 อ(GOพO%P#1 2Aห1?&@11?&(GOพO%P#1NO@#A@%#CN>R O1?&2B#$B'1>P0%์#@.@1C
!@/พ1>1@21C@ออ!@/ค/@/Q%'1>//31?1@1 /N@ O/0@10N/O%1?1@1 (&?&#CN 774) พ.0. 2566
&1B1?#ห1EอหO@หFO%2N/%%B!B&Fคค3...................................................................................................................... N3'1>A!?/(GON2C0.@1Cอ@1............................................................................................................ .
N Eอ%....................................... 'ี พ.0. ...................................................
A%/%(GOพO%P#1#CN1?&NO@#A@%#?Oห/ ................................................... ค%
1@0N@0#CNR ON@0N'็%คN@QON@0Q%@1O@O1@%(GOพO%P#1#?Oห/ ............................................................................... &@#
1@03>NอC0 อ(GOพO%P#1
(GOพO%P#1
3A ?& 1@0ENอ N3'1>A!?/(GON2C0.@1Cอ@1 /?%#CNR O1?&@1'3Nอ0!?/ /?%/N Eอ%/'ี #CNN1BN/O@ 1@0N@0#CNR ON@0N'็%คN@QON@0
Q%@1O@O1@%(GOพO%P#1 (&@#)
ห/@0Nห!F
1. 1@0N@0#CNR ON@0N'็%คN@QON@0Q%@1O@O1@%(GOพO%P#1NO@#A@% #CN>R O1?&0N/O%.@1CNB%R O!@/พ1>1@21C@ออ!@/ค/@/Q%'1>//31?1@1 /N@ O/0@10N/O%1?1@1 (&?&#CN 774) พ.0. 2566
ห/@0ค/@//N@ 1@0N@0#F'1>N.##CNR ON@0NพENอ@1O@O1@%(GOพO%P#1 DNN'็%NB%R OพD'1>N/B%!@//@!1@ 40 (1) OหN'1>//31?1@1 R/N/N@>N'็%NB% #1?พ0์2B% '1>P0%์#CNค A%/R ON'็%NB% .@1Cอ@1
#CNออO#%QหO NN% NB%N Eอ% คN@O@ NB%#CNN@02/#&NO@อ#F% 2A1อN3CO0Cพ 2/?2 B@1#CNQหOON3GO@ N'็%!O% O!NR/N 1//"D1@0N@0#CN!OอN@0!@/#CNห/@0Aห% DO%P 0Nพ@> NN% NB%#CNN@0NO@อ#F%
'1>?%2?ค/ อ#F%2NN21B/ O3>พ?%@คF.@พC/B!ค%พB@1 N'็%!O%
2. 3GO@(GOพO%P#1#CN/Cห3?@%@1'3Nอ0!?/DN"G1?&NO@#A@%ห3?@R O1?&@1'3Nอ0!?/@N1Eอ%AN'็%1>0>N/3@R/NNB%2@/'ี
3. /?%#CN(GOพO%P#1R O1?&@1'3Nอ0!?/ !@/#CN'1@Q%ห3?@%@1'3Nอ0!?/
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 435
|
125.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/125.pdf
|
ประกาศการท่าเรือแห่งประเทศไทย
เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้น้้ามันเชื้อเพลิง
ของการให้บริการเรือลากจูง ณ ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง
ตามประกาศการท่าเรือแห่งประเทศไทย ก้าหนดให้มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษ
การใช้น้้ามันเชื้อเพลิงของการให้บริการเรือลากจูง นั้น เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
อาศัยอ้านาจตามความในข้อ ๔ และข้อ ๑๓ ของระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย
ว่าด้วยการใช้ท่าเรือ บริการและความสะดวกต่าง ๆ พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติ
การท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ จึงให้ด้าเนินการ ดังนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศการท่าเรือแห่งประเทศไทย เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษ
การใช้น้้ามันเชื้อเพลิงข องการให้บริการเรือลากจูง ณ ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง ลงวันที่
๑๔ กันยายน ๒๕๖๑
ข้อ ๒ ก้าหนดอัตราค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้น้้ามันเชื้อเพลิงของการให้บริการเรือลากจูง
ณ ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๒
ดังนี้
๒.๑ ท่าเรือกรุงเทพ
- เรือลากจูงตั้งแต่ ๒,๐๐๐ แรงม้าขึ้นไป ๑,๖๕๐ บาท / ชั่วโมง
๒.๒ ท่าเรือแหลมฉบัง ๑,๗๓๓ บาท / ชั่วโมง
ข้อ ๓ อัตราค่าธรรมเนียมพิเศษตามข้อ ๒ กรณีเศษของชั่วโมงไม่ถึง ๓๐ นาที คิด ๓๐ นาที
และหากเกิน ๓๐ นาที แต่ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง คิดหนึ่งชั่วโมง
ข้อ ๔ การท่าเรือแห่งประเทศไทยจะทบทวนอัตราค่าธรรมเนียมตามข้อ ๒ ทุกวันที่
๑ มกราคม ๑ เมษายน ๑ กรกฎาคม และ ๑ ตุลาคมของทุกปี ซึ่งใช้ผลต่างของราคาน้้ามันดีเซล
ของบริษัท ปตท. จ้ากัด (มหาชน) ระหว่างราคาเฉลี่ยในระยะเวลา ๓ เดือนที่ผ่านมาเปรียบเทียบกับ
ราคาเฉลี่ยทั้งปีของปี พ.ศ. ๒๕๔๗ และจะปรับปรุงในกรณีที่ผลการค้านวณอัตราค่าธรรมเนียม
มีการเปลี่ยนแปลงเกินกว่าร้อยละ ๕
ประกาศ ณ วันที่ ๑2 ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
ร้อยต้ารวจตรี มนตรี ฤกษ์จ้าเนียร
ผู้อ้านวยการท่าเรือแหลมฉบัง รักษาการแทน
ผู้อ้านวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย
้หนา ๒๒
่เลม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ มกราคม ๒๕๖๒
|
test
| 436
|
1640.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1640.pdf
|
ประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ
ส าหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม
ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๖ (ฉบับที่ ๒)
ตามที่ได้ออกประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักร
เป็นกรณีพิเศษ ส าหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ตามมติคณะรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๖ เพื่อให้คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม
สามารถอยู่ในราชอาณาจักรได้เป็นกรณีพิเศษถึงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖ นั้น เนื่องจากยังมี
ความจ าเป็นที่จะต้องผ่อนผันให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษได้ต่อไปอีกช่วงระยะเวลาหนึ่ง
เพื่อให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจและการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานด าเนินการไปได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น
จึงจ าเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมประกาศดังกล่าว
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๗/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติม
ผู้รักษาการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอ านาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานต ารวจ ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม
พุทธศักราช ๒๕๕๗ และมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ นายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๖
จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสอง ของข้อ ๓ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาต
ให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ส าหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา
และเวียดนาม ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๖
“ให้คนต่างด้าวที่ด าเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเพื่อท างาน
ต่อไปได้จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖”
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖6
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
้หนา ๒๗
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๖
|
test
| 437
|
1814.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1814.pdf
|
'1>@02ํ@%?@%/@!1@%(ล>!.?์อB!2@ห11/
N1APอ 0Nล>@1O!N!?Q(CO!1/2อ&(ล>!.?์อB!2@ห11/ (&?&#?P 1)
พ.0. `_`7
!@/#?PR O/?'1>@0O! N!?Q(CO!1/2อ&(ล >!.?์อB!2@ห11/ NพAPอ ํ@N%>%@1!1/2อ&
(ล>!.?์อB!2@ห11/ %?Q%
อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ _ OหNพ1>1@&?ญญ?!>/@!1@%(ล>!.?์อB!2@ห11/
พ.0. `___ @POORNพ>P/N!>/P 0พ1>1@& ?ญญ?!>/@!1@%(ล >!.?์อB!2@ห11/ (&?&#?P 8)
พ.0. `_62 Nล@$>@12ํ@%?@%/@!1@%(ล>!.?์อB!2@ห11/ P 0ค/@/NหO%อ&อค>11/@1
/@!1@%(ล>!.?์อB!2@ห11/ @ออ'1>@0R/O ?!NอR'%?Q
Oอ _ '1>@0%?QN1?0/N@ '1>@02ํ@%?@%/@!1@%(ล>!.?์อB!2@ห11/ N1APอ 0Nล>
@1O!N!?Q(CO!1/2อ&(ล>!.?์อB!2@ห11/ (&?&#?P 1) พ.0. 2567
Oอ ` '1>@0%?QQหOQO&?ค?&!?QO!N/?%"? @/?%'1>@0Q%1@>@%BN&1@N'็%!O%R'
Oอ a QหO0Nล>@1O!N!?Q(CO!1/2อ&(ล>!.?์อB!2@ห11/!@/'1>@02ํ@%?@%/@!1@%
(ล>!.?์อB!2@ห11/ &?&#?P 7 (พ.0. 2564) ออ!@/ค/@/Q%พ1>1@&?ญญ?!>/@!1@%(ล>!.?์
อB!2@ห11/ พ.0. 2511 N1APอ O!N!?Q(CO!1/2อ&(ล>!.?์อB!2@ห11/ ล/?%#?P 29 N/1@0%
พ.0. 2564 ?/?1@0ล>Nอ?0 O%&#O@0'1>@0%?Q
'1>@0 /?%#?P 16 /1@ค/ พ.0. `_`7
/?%?0 พ%/?0
Nล@$>@12ํ@%?@%/@!1@%(ล>!.?์อB!2@ห11/
หนา ๖๓
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๓๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๙ กุมภาพันธ ๒๕๖๗
1@0ล>Nอ?0 ทO@0!1>ก@0สํ@?ก@/@!1@"ล>!.?์อ@!ส@หก11/
N1?Nอ 0กNล>กก@1O!N!?O"AO!1/สอ "ล>!.?์อ@!ส@หก11/ ( ? ท?N 1)
พ.0. 2567
1@0ANอ"CO!1/2อ "ล >!.?์อB!2@หก11/ @NOหO0กNล>ก@ก!1>ก@02 ํ@?ก@/@!1@
"ล>!.?์อB!2@หก11/ ? ท?N 7 (พ.0. 2564) ออก!@/ค/@/Oพ1>1@ ?ญญ?!>/@!1@"ล>!.?์อB!2@หก11/
พ.0. 2511 N1ANอ O!N!?O"CO!1/2อ "ล>!.?์อB!2@หก11/ ล/?ท?N 29 N/1@0 พ.0. 2564 ?!NอP!?O
ลํ@ ?
ท?N "ล>!.?์อ@!ส@หก11/ "AO!1/สอ
"ล>!.?์อ@!ส@หก11/ ห/@0Nห!@
19. ห?ว#/0@งสํ@ห1?$ว#/
(/อ. 969-2562)
อ>ส@ห11/?ฒ#@/?ล#ิ"ิ
ส @$?#ไ้@Oล>อิNล็!1อ#ิส์
.เล>/า.า/สอ"
Oอ 4.3.1 า/.Oา.?่อง าุ
"างสNว!
20. ห?ว#/0@ง?Nล่#
(/อ. 1025-2562)
อ>ส@ห11/?ฒ#@/?ล#ิ"ิ
ส @$?#ไ้@Oล>อิNล็!1อ#ิส์
.เล>/า.า/สอ"
Oอ 6.3.1 า/.Oา.?่อง าุ
"างสNว!
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 438
|
2006.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/2006.pdf
|
!1>@01>#1/อB!2@ห11/
N1APอ OOR/@!1@"3>!.?์อB!2@ห11/ 3@N#O์!1>2@คอ1?!
พ.0. 2567
P 0#?PN!็@12/ค/1OORNพ>P/N!>//@!1@"3>!.?์อB!2@ห11/ 3@N#O์!1>2@คอ1?!
/@!1@N3#?P /อ. 2702 - 2559
อ@0?0อํ@@!@/ค/@/Q/@!1@ 15 OหNพ1>1@ ?ญญ?!>/@!1@"3>!.?์อB!2@ห11/
พ.0. 2511 @POORNพ>P/N!>/P 0พ1>1@ ?ญญ?!>/@!1@"3>!.?์อB!2@ห11/ ( ? #?P 7) พ.0. 2558
1?/!1?/N@@11>#1/อ B!2@ห11/ @ออ!1>@0!@/ OอN2ออค>11/@1/@!1@
"3>!.?์อB!2@ห11/R/O ??Q
Oอ 1 !1>@0 ?QN1?0/N@ !1>@01>#1/อ B!2@ห11/ N1APอ OOR/@!1@
"3>!.?์อB!2@ห11/ 3@N#O์!1>2@คอ1?! พ.0. 2567
Oอ 2 !1>@0?QQหO/?"3N/APอพOํ@ห ห@P1Oอ00?P2> /? ? O!N/?!1>@0Q1@>@BN 1@
N!็!OR!
Oอ 3 QหOOORห/@0N3/@!1@"3 >!.?์อB!2@ห11/Q/11คห @Pอ!1>@0
1>#1/อB!2@ห11/ ? #?P 4817 ( พ.0. 2559) ออ!@/ค/@/Qพ1>1@ ?ญญ?!>/@!1@
"3>!.?์อB!2@ห11/ พ.0. 2511 N1APอ ํ@ห /@!1@"3>!.?์อB!2@ห11/ 3@N#O์!1>2@คอ1?!
3/?#?P 29 N/1@0 พ.0. 2559 N!็ /@!1@N3#?P /อ. 2702 - 2566
Oอ ^ QหO0N3>Oอค/@/คํ@/N@ /อ1์!@1์!C?N/!์!อ1์!O3 ์ #?P!1@Q/@!1@
"3>!.?์อB!2@ห11/ 3@N#O์!1>2@คอ1?! O #O@0!1>@01>#1/อB!2@ห11/ ? #?P 4817
(พ.0. 2559) ออ!@/ค/@/Qพ1>1@ ?ญญ?!>/@!1@"3>!.?์อB!2@ห11/ พ.0. 2511 N1APอ
ํ@ห /@!1@"3>!.?์อB!2@ห11/ 3@N#O์!1>2@คอ1?! 3/?#?P 29 N/1@0 พ.0. 2559
O3>QหOQOOอค/@/คํ@/N@ /อ1์!@1์ O#
Oอ 5 QหO0N3>ค/@/Q 1.1 อ/@!1@"3>!.?์อB!2@ห11/ 3@N#O์!1>2@คอ1?!
O #O@0!1>@01>#1/อB!2@ห11/ ? #?P 4817 (พ.0. 2559) ออ!@/ค/@/Qพ1>1@ ?ญญ?!>
/@!1@"3 >!.?์อB!2@ห11/ พ.0. 2511 N1APอ ํ@ห /@!1@"3 >!.?์อB!2@ห11/
3@N#O์!1>2@คอ1?! 3/?#?P 29 N/1@0 พ.0. 2559 O3>QหOQOค/@/!NอR!?QO#
1.1 /@!1@"3 >!.?์อB!2@ห11/ ?Qค1อ ค3B/Nพ@>3@N# O์!1>2@คอ1 ?!
#?PN/0!1>2@คอ1?!2 ? ">/คอ1?!#?POO!?/O3O/ NพAPอ#ํ@QหOO10@ 1>ห/N@คอ1?!#?Q2อ
/?ค/@/OOO1/@ @Q !้อ?@1ห3B 3Nอ !?/อ0N@@1Q O@ NN "
#@3@ #@/>P #@N > O"NพAQ
หนา ๔๔
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๙๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๗
Oอ 6 QหO0N3>ค/@/Q 2.1 อ/@!1@"3>!.?์อB!2@ห11/ 3@N#O์!1>2@คอ1?!
O #O@0!1>@01>#1/อB!2@ห11/ ? #?P 4817 (พ.0. 2559) ออ!@/ค/@/Qพ1>1@ ?ญญ?!>
/@!1@"3 >!.?์อB!2@ห11/ พ.0. 2511 N1APอ ํ@ห /@!1@"3 >!.?์อB!2@ห11/
3@N#O์!1>2@คอ1?! 3/?#?P 29 N/1@0 พ.0. 2559 O3>QหOQOค/@/!NอR!?QO#
2.1 3@N#O์!1>2@คอ1 ?! ห/@0"@ "3>!.?์อNห3/# ?PQOQ@1!1>2@
คอ1?!2 ? ">/คอ1?!#?POO!?/O3O/ QO@P 0@1#@ ">/หO@คอ1?!#?POO!?/O3O/
ห1AอP 0@1"2/? !C?N/!์O3O/ํ@/@#@ ">/หO@คอ1?!#?POO!?/O3O/ NอN#คอ1?!2
NพAPอNพ>P/O10@ 1>ห/N@คอ1?!#?Q2อQหO/?ค/@/OOO1/@@QO3>!้อ?@1ห3B 3Nอ
Oอ 7 QหO0N3>ค/@/Q 8.1.1.1 อ/@!1@"3>!.?์อB!2@ห11/ 3@N#O์!1>2@คอ1?!
O #O@0!1>@01>#1/อB!2@ห11/ ? #?P 4817 (พ.0. 2559) ออ!@/ค/@/Qพ1>1@ ?ญญ?!>
/@!1@"3 >!.?์อB!2@ห11/ พ.0. 2511 N1APอ ํ@ห /@!1@"3 >!.?์อB!2@ห11/
3@N#O์!1>2@คอ1?! 3/?#?P 29 N/1@0 พ.0. 2559 O3>QหOQOค/@/!NอR!?QO#
8.1.1.1 Nค1APอ/Aอ"2//อ1์!@1์ !@/ /อ. 2752 NลN/ 17
Oอ 8 QหO0N3>ค/@/Q 8.1.2.1 อ/@!1@"3>!.?์อB!2@ห11/ 3@N#O์!1>2@คอ1?!
O #O@0!1>@01>#1/อB!2@ห11/ ? #?P 4817 (พ.0. 2559) ออ!@/ค/@/Qพ1>1@ ?ญญ?!>
/@!1@"3 >!.?์อB!2@ห11/ พ.0. 2511 N1APอ ํ@ห /@!1@"3 >!.?์อB!2@ห11/
3@N#O์!1>2@คอ1?! 3/?#?P 29 N/1@0 พ.0. 2559 O3>QหOQOค/@/!NอR!?QO#
8.1.2.1 .@/>หOอ# 2อ /?2 B 2N/"2/ O3>1> /@1"2//อ1 ์!@1์QหON!็R!
!@/ /อ. 2752 NลN/ 12 O3>!C?N/!์QหON!็R!!@/ /อ. 15 !1ะN.! 3
ห1Aอ /อ. 2594 > QO@#?PQหOคN@O1อ? !O2C
Oอ 9 QหO0N3>ค/@/Q 8.1.2.2 อ/@!1@"3>!.?์อB!2@ห11/ 3@N#O์!1>2@คอ1?!
O #O@0!1>@01>#1/อB!2@ห11/ ? #?P 4817 (พ.0. 2559) ออ!@/ค/@/Qพ1>1@ ?ญญ?!>
/@!1@"3 >!.?์อB!2@ห11/ พ.0. 2511 N1APอ ํ@ห /@!1@"3 >!.?์อB!2@ห11/
3@N#O์!1>2@คอ1?! 3/?#?P 29 N/1@0 พ.0. 2559 O3>QหOQOค/@/!NอR!?QO#
8.1.2.2 /อ1์!@1์#?PQOห3NอO#N# 2อ ค1@P#11> อ !Oอ/?ค/@/!O@O1อ? อO#N/อ1์!@1์
@ N2O"N@0C0์3@ 75 mm ส? 150 mm !?่อา0> 35 d OอP/NOอ0กวNา
31 MPa ( N//อ1์า1์า/ /อก. 2752 NลN/ 12 N!็1ะ0ะNวลา 28 d O3O/
!3Nอ0QหOอ0CNQ2.@พOหOQ 110@@0 7 d)
Oอ 10 QหO0N3>ค/@/Q 8.1.2.3 อ/@!1@"3>!.?์อB!2@ห11/ 3@N#O์!1>2@คอ1?!
O #O@0!1>@01>#1/อB!2@ห11/ ? #?P 4817 (พ.0. 2559) ออ!@/ค/@/Qพ1>1@ ?ญญ?!>
/@!1@"3 >!.?์อB!2@ห11/ พ.0. 2511 N1APอ ํ@ห /@!1@"3 >!.?์อB!2@ห11/
3@N#O์!1>2@คอ1?! 3/?#?P 29 N/1@0 พ.0. 2559 O3>QหOQOค/@/!NอR!?QO#
หนา ๔๕
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๙๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๗
8.1.2.3 #@Qํ@/? @ N #?P>Q2N/หBNO3>O ห3 NอO#N# 2อ /@>Q2N/หBN
QO ห3 NอO#N# 2อ P 0Qห O O@Nอ?0!?Q@Q Q2N/อ1์!@1์QO ห3 NอO#N# 2อ N! ็ 3 ?Q
?Q3>N#N@ N ? 1>#BOO!N3>?Q O/0O#N1>#BO 25 ค1?Q ?QO1QหO1>#BOQหO3@#?P2B N#N@#?P>N!็R!R O
O3>1>@0!ํ@OหNอ@11>#BOQหO#?P/ ?Q!Nอ/@QหO1>#BOQหO3@"@?QNอหO@ !@ ">/หO@?Q 2B
O/0N1?0 !ิ O ห3NอO#N# 2อ O/01>ห1AอO"NP3ห> N/O#N# 2อ ค1@P#11> อ#?QO
!@/ /อ. 2752 NลN/ 12 อ0NาOอ0 28 d OลOว@ อO Oละ!ลNอ0OหOOหOOหOอ!สอ 7 d
!1>@0 /?#?P 24 พ21.@ค/ พ.0. ๒_67
พ>/พ์.?#1@ />?0B3
1?/!1?/N@@11>#1/อB!2@ห11/
หนา ๔๖
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๙๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 439
|
701.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/701.pdf
|
ประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจ าพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ
ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ๓)
ตามที่ได้มีการออกประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจ าพวก
อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ ลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจ าพวกอยู่ในราชอาณาจักร
เป็นกรณีพิเศษ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามมติ
คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔
เพื่อบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาการท างานของคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา
เนื่องจากได้มีการปรับปรุงมาตรการในการบริหารจัดการการท างานของคนต่างด้าว จึงจ าเป็นต้องแก้ไข
ประกาศนี้เพื่อให้สอดคล้องกัน
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๗/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติม
ผู้รักษาการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอ านาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานต ารวจ ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม
พุทธศักราช ๒๕๕๗ และมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ นายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๓
วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๔ และวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๔ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของข้อ ๒ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง
การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจ าพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
โดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจ าพวกอยู่ในราชอาณาจักร
เป็นกรณีพิเศษ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามมติคณะรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ๒) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
้หนา ๒๒
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๘๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๙ เมษายน ๒๕๖๔
“คนต่างด้าวซึ่งประสงค์จะอยู่ในราชอาณาจักรเพื่อท างานต่อไป ตั้งแต่วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔
ถึงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ต้องด าเนินการตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การอนุญาต
ให้คนต่างด้าวท างานในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะ ส าหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา
ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่
๒๖ มกราคม ๒๕๖๔ (ฉบับที่ ๒)”
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความใน (๒) ของข้อ ๓ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง
การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจ าพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ภายใต้สถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๓
(ฉบับที่ ๒) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(๒) เข้ารับการตรวจโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามวิธีการที่กระทรวงสาธารณสุขก าหนด
และท าประกันสุขภาพที่สถานพยาบาลที่กระทรวงสาธารณสุขก าหนด รวมทั้งเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล
ที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง ๑ ส านักงานตรวจคนเข้าเมือง ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด หรือสถานที่อื่น
ที่ส านักงานตรวจคนเข้าเมืองก าหนด ภายในวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๔”
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความใน (๔) ของข้อ ๓ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง
การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจ าพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ภายใต้สถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๓
(ฉบับที่ ๒) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(๔) ยื่นค าขอจัดท าทะเบียนประวัติตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ที่ส านักงานเขต
กรุงเทพมหานคร ศูนย์บริหารการทะเบียนภาค สาขาจังหวัด หรือสถานที่อื่นที่กรมการปกครองก าหนด
ภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕”
ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความใน (๓) ของข้อ ๕ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง
การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจ าพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
โดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจ าพวกอยู่ในราชอาณาจักร
เป็นกรณีพิเศษ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามมติคณะรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ๒) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
้หนา ๒๓
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๘๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๙ เมษายน ๒๕๖๔
“(๓) ไม่ด าเนินการตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวท างาน
ในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะ ส าหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ภายใต้สถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๔
(ฉบับที่ ๒)”
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๔ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 8 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖4
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
้หนา ๒๔
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๘๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๙ เมษายน ๒๕๖๔
|
test
| 440
|
1565.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1565.pdf
|
ประกาศส านักงานขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์
เรื่อง ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ส าหรับติดต่อส านักงานขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์
พ.ศ. 2566
โดยที่มาตรา 10 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์
พ.ศ. 2565 บัญญัติให้บรรดาค าขออนุญาตหรือการติดต่อใด ๆ ที่ประชาชนส่งหรือมีถึงหน่วยงาน
ของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เกี่ยวข้องทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่หน่วยงานของรัฐประกาศก าหนด
ให้ถือว่าหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นได้รับตามวันและเวลาที่ค าขออนุญาตหรือการติดต่อนั้น
เข้าสู่ระบบ สมควรก าหนดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ส าหรับประชาชนใช้ในการยื่นค าขอหรือติดต่อ
ส านักงานขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอ านวยความสะดว ก
และลดภาระแก่ประชาชน รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา 10 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการ
ทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 ขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ดังต่อไปนี้ เป็นช่องทางส าหรับประชาชนยื่นค าขอหรือติดต่อ
ส านักงานขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
(1) ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) [email protected]
(2) เว็บไชต์ https://ksn.dlt.go.th/th/
ข้อ 2 ในกรณีที่ผู้ยื่นค าขอหรือติดต่อมาทางช่องทางตามข้อ 1 ประสงค์จะสอบถามหรือ
ขอรับค ายืนยันจากส านักงานขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ว่าได้รับค าขอหรือการติดต่อแล้ว ให้สอบถาม
ในวันและเวลาราชการได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 4381 1941-2
ข้อ 3 ประชาชนอาจใช้วิธีการบันทึกภาพถ่ายจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
เพื่อเป็นหลักฐานเบื้องต้นว่าได้มีการยื่นค าขอหรือติดต่อส านักงานขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ทางช่องทาง
ตามข้อ 1 แล้ว ก็ได้
ประกาศ ณ วันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖6
อรสา ขาวเหมือนเดือน
ขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์
้หนา ๓๐
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๕๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๖
|
test
| 441
|
26.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/26.pdf
|
หน้า ๑๗
เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๑๖๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๑
ประกาศกรมการขนส่งทางบก
เรื่อง กําหนดคุณสมบัติด้านการลุกไหม้ การลามไฟของวัสดุที่ใช้ตกแต่งภายในรถโดยสาร (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2561
ตามที่ได้มีประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กําหนดคุณสมบัติด้านการลุกไหม้ การลามไฟ
ของวัสดุที่ใช้ตกแต่งภายในรถโดยสาร พ.ศ. 2559 ลงวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ไว้แล้ว นั้น
เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนนโยบายการใช ้รถโดยสารขนาดเล ็กแทนรถต ู้โดยสาร
อาศัยอํานาจตามความในข้อ 14/2 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2524) ออกตามความใน
พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 62 (พ.ศ. 2559)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 อธิบดีกรมการขนส่งทางบกออกประกาศไว้
ดังต่อไปนี้
ให้ยกเลิกความในข้อ 18 ของประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กําหนดคุณสมบัติด้านการลุกไหม้
การลามไฟของวัสดุที่ใช้ตกแต่งภายในรถโดยสาร พ.ศ. 2559 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๑8 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับกับรถที่จดทะเบียนใหม่ รถที่มีการเปลี่ยนตัวถัง รถที่ได้จดทะเบียน
ไว้แล้วแต่ได้แจ้งเลิกใช้รถตามมาตรา 79 แห่งพระราชบ ัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522
แล้วนํามาจดทะเบียนใหม่ซึ่งมีการเปลี่ยนตัวถัง และรถที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบ
หรือการตกแต่งรถ ซึ่งต้องใช้วัสดุตามที่กําหนดไว้ในประกาศนี้ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562
เป็นต้นไป”
ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๑
สนิท พรหมวงษ์
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก
|
test
| 442
|
2404.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/2404.pdf
|
'1>@01>#1/2@$@12B
(&?&#?P bce) พ.0. `cdf
ออ!@/ค/@/Q%พ1>1@&?ญญ?!>อ@ห@1 พ.0. `c``
N1APอ O@ห% อ@ห@1#?PหO@/(ล>! %O@NO@ห1AอO@ห%N@0
P 0#?P/?1@0@%/N@/?N O&1>P.ค/BO%2O@N1O1C'ห1Aอ%/N0ลล?P#?P/?2N/%(2/อลCPคO/%O%%ห1Aอ
O'้@ห?/&B#?P&11BQ%.@%>&11B%@ NลO#?P&?&(ล>!.?์NO@'@R O2> / Oล>N> อ@@12O@ล? !> คอ
อB หลอ ล/ N'็%Nห!BQหON> อ?%!1@0"@?/>! ?%?Q% NพAPอ'้อ?%Oล>ล ค/@/N2?P0@@1N> อ?%!1@0 ?ลN@/
@2/ค/1QหO/?/@!1@1Q%@1'้อ?% Oล>NพAPอQหO2อ คลOอ?&@10Nล>'1>@01>#1/2@$@12B
/N@ O/0@1O2 ล@อ/BO%2O@N1O1C'Oล>%/N0ลล?P
อ@0?0อO@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ c /11คห%@P Oล>/@!1@ d (d) Oล> (f) OหNพ1>1@&?ญญ?!>อ@ห@1
พ.0. `c`` 1?/%!1?/N@@11>#1/2@$@12B ออ'1>@0R/O ?!NอR'%?Q
Oอ _ QหO0Nล>'1>@01>#1/2@$@12B (&?&#?P `da) พ.0. `cbc N1APอ O@ห%
อ@ห@1#?PหO@/(ล>! %O@NO@ ห1AอO@ห%N@0 ล/?%#?P _` ?%0@0% พ.0. `cbc
Oอ ` QหO/BO%2O@N1O1C'Oล>%/N0ลล?P#?P/?2N/%(2/อลCPคO/%O%%ห1AอO'้@ห?/&B&11B
Q%.@%>&11B1C'O&&"O/0%@ NลO (konjac mini-cup jelly) ห1Aอ1C'O&&อAP%#?P/?ล?1>#O@%อ
N ?0/?% #?P/?N2O%(N@0C%0์ล@ห1AอN2O%!? /@อ2N/%#?P/O@#?P2B R/NN>% b.c N%!>N/!1 N'็%อ@ห@1
#?PหO@/(ล>! %O@NO@ ห1AอO@ห%N@0
Oอ a '1>@0%?QQหOQO&?ค?&!?QO!N/?%"? @/?%'1>@0Q%1@>@%BN&1@N'็%!O%R'
'1>@0 /?%#?P _^ N/1@0% พ.0. `cdf
2/0? >N N#พ2B#>%
1?/%!1?/N@@11>#1/2@$@12B
หนา ๑๗
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๑๘๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๘
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 443
|
565.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/565.pdf
|
ประกาศกรมศุลกากร
เรื่อง ก าหนดราคาศุลกากรส าหรับสินค้าไม้เป็นเกณฑ์ประเมินเงินอากรขาออก
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชก าหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชก าหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐
(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓ อธิบดีกรมศุลกากรเห็นควรก าหนดราคาศุลกากรส าหรับสินค้าไม้ดังต่อไปนี้
และให้ถือราคาที่ประกาศนี้เป็นเกณฑ์ประเมินเงินอากรขาออก ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤจิกายน พ.ศ. ๒๕๖3
เป็นต้นไป
ไม้สัก
๑.) ไม้ซุง
1. ยาว ๘ ฟุตขึ้นไป ลูกบาศก์เมตรละ 28,384.00 บาท
2. ยาว ๖ ฟุต ถึงต่ ากว่า ๘ ฟุต ลูกบาศก์เมตรละ 9,270.00 บาท
3. ยาวต่ ากว่า ๖ ฟุต ลูกบาศก์เมตรละ 16,230.00 บาท
ราคาตาม ๑, ๒ และ ๓ ข้างต้นมิให้ใช้กับไม้สักสวนป่าที่เป็นไม้ซุงที่ท าออกจากสวนป่า
ทั้งของรัฐและเอกชน โดยมีหนังสือรับรองจากก รมป่าไม้ หรือผู้ที่กรมป่าไม้มอบหมาย และไม้เสื่อม
คุณภาพ ตามที่คณะรัฐมนตรีให้ส่งออกได้เป็นกรณีพิเศษ และกระทรวงพาณิชย์อนุญาตโดยมีหนังสือ
รับรองคุณภาพจากกรมป่าไม้ ซึ่งกรมศุลกากรจะประเมินราคาแต่ละรายไป
๒.) ไม้เหลี่ยม
1. ขนาดกว้าง ๑๐ นิ้วสี่เหลี่ยมขึ้นไป ลูกบาศก์เมตรละ 32,580.00 บาท
ยาว ๑๐ ฟุตขึ้นไป
2. ขนาดกว้าง ๑๐ นิ้วสี่เหลี่ยมขึ้นไป ลูกบาศก์เมตรละ 31,250.00 บาท
ยาว ๖ ฟุต ถึงต่ ากว่า ๑๐ ฟุต
3. ขนาดกว้าง ๖ นิ้วสี่เหลี่ยม ลูกบาศก์เมตรละ 25,080.00 บาท
ถึงต่ ากว่า ๑๐ นิ้วสี่เหลี่ยม
ยาว ๖ ฟุตขึ้นไป
4. ขนาดกว้าง ๖ นิ้วสี่เหลี่ยมขึ้นไป ลูกบาศก์เมตรละ 22,250.00 บาท
ยาว ๓ ฟุต ถึงต่ ากว่า ๖ ฟุต
๓.) ไม้ตับ
1. ยาว ๖ ฟุตขึ้นไป ลูกบาศก์เมตรละ 55,830.00 บาท
2. ยาว ๓ ฟุต ถึงต่ ากว่า ๖ ฟุต ลูกบาศก์เมตรละ 47,250.00 บาท
๔.) ไม้กระดาน
1. ยาว ๖ ฟุตขึ้นไป ลูกบาศก์เมตรละ 54,750.00 บาท
2. ยาว ๓ ฟุต ถึงต่ ากว่า ๖ ฟุต ลูกบาศก์เมตรละ 44,130.00 บาท
้หนา ๓๖
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๒๕๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
๕.) ไม้ดาดฟ้าเรือ
1. ยาว ๑๕ ฟุตขึ้นไป ลูกบาศก์เมตรละ 71,550.00 บาท
2. ยาว ๑๐ ฟุต ถึงต่ ากว่า ๑๕ ฟุต ลูกบาศก์เมตรละ 63,150.00 บาท
๖.) ไม้บางวีเนียร์
1. ขนาดกว้างตั้งแต่ ๔ นิ้วขึ้นไป ลูกบาศก์เมตรละ 349,750.00 บาท
2. ขนาดกว้างต่ ากว่า ๔ นิ้ว ลูกบาศก์เมตรละ 72,850.00 บาท
ราคาตาม ๑ และ ๒ มิให้ใช้กับเศษไม้บางวีเนียร์ที่ขนาดกว้างต่ ากว่ามาตรฐาน
โดยมีหนังสือรับรองคุณภาพจากกรมป่าไม้ ซึ่งกรมศุลกากรจะประเมินราคาแต่ละรายไป
๗.) ไม้แปรรูปอย่างอื่น
1. ยาว ๖ ฟุตขึ้นไป ลูกบาศก์เมตรละ 40,๑๗๐.00 บาท
2. ยาว ๓ ฟุต ถึงต่ ากว่า ๖ ฟุต ลูกบาศก์เมตรละ 33,240.00 บาท
๘.) หัวไม้แปรรูปชนิดต่าง ๆ
1. ยาว ๑ ๑/๒ ฟุต ถึงต่ ากว่า ๓ ฟุต ลูกบาศก์เมตรละ 32,550.00 บาท
2. ยาว ๖ นิ้ว ถึงต่ ากว่า ๑ ๑/๒ ฟุต ลูกบาศก์เมตรละ 31,200.00 บาท
3. ยาวต่ ากว่า ๖ นิ้ว ลูกบาศก์เมตรละ 13,900.00 บาท
ไม้ชนิดอื่น ๆ
๑.) ไม้ซุง
1. ไม้มะเกลือ, ไม้พะยูงหรือพยุง ลูกบาศก์เมตรละ 17,430.00 บาท
2. ไม้ชิงชัน ลูกบาศก์เมตรละ 20,630.00 บาท
3. ไม้ประดู่, ไม้มะค่าโมง, ไม้แดง, ลูกบาศก์เมตรละ 16,728.00 บาท
ไม้ตะเคียนทอง, ไม้เต็ง, ไม้พุด,
ไม้รัง, ไม้หลุมพอ
4. ไม้กะพี้เขาควายหรือเก็ดด า, ไม้สาธร, ลูกบาศก์เมตรละ 12,200.00 บาท
ไม้รกฟ้า, ไม้ขี้เหล็กป่า, ไม้เชล็ง
5. ไม้ตะแบก, ไม้ชุมแพรก, ลูกบาศก์เมตรละ 11,560.00 บาท
ไม้ชัน, ไม้ตาเสือ, ไม้ยมหอม,
ไม้ยมหิน, ไม้จ าปา, ไม้แอ๊ก,
ไม้พนองหรือเคี่ยมคนอง, ไม้มะค่าแต้,
ไม้ตีนนก, ไม้ตะเคียนอื่น ๆ, ไม้เต็งดง,
ไม้ตะคร้อ, ไม้แดงน้ า, ไม้ชัยพฤกษ์
้หนา ๓๗
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๒๕๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
6. ไม้ยาง, ไม้เกว้าหรือเขว้า, ลูกบาศก์เมตรละ 8,658.00 บาท
ไม้ยวนหรือทองบึ้ง, ไม้สยา, ไม้กะท้อน,
ไม้ก้านเหลือง, ไม้มังตาล, ไม้กะบาก,
ไม้ไข่เขียว, ไม้พลวง, ไม้เหียง,
ไม้เสียดช่อ, ไม้ทุเรียนนก
7. ไม้สมพงหรือกะพง, ไม้สองสลึง, ลูกบาศก์เมตรละ 3,010.00 บาท
ไม้ปอ, ไม้นุ่น, ไม้งิ้ว,
ไม้จามจุรี, ไม้ยางพารา
๒.) ไม้บางวีเนียร์
1. ไม้ชิงชัน ลูกบาศก์เมตรละ 442,250.00 บาท
2. ไม้ประดู่, ไม้สะเดาดงหรือยมหอม, ลูกบาศก์เมตรละ 200,750.00 บาท
ไม้พยุง
3. ไม้ตองจิง, ไม้จ าปาป่า, ลูกบาศก์เมตรละ 64,300.00 บาท
ไม้ชุมแพรก, ไม้มะรุมป่า
4. ไม้ทัง, ไม้ขมิ้นด าหรือโคแหลม, ลูกบาศก์เมตรละ 45,550.00 บาท
ไม้กะบาก, ไม้สยา, ไม้ยาง,
ไม้ตะเคียนทราย
ราคาตาม ๑, ๒, ๓ และ ๔ มิให้ใช้กับไม้บางวีเนียร์ช ารุดไม่ได้มาตรฐาน โดยมีหนังสือ
รับรองคุณภาพจากกรมป่าไม้ ซึ่งกรมศุลกากรจะประเมินราคาแต่ละรายไป
๓.) ไม้แปรรูป
1. ไม้มะเกลือ, ไม้พะยูงหรือพยุง ลูกบาศก์เมตรละ 140,376.00 บาท
2. ไม้ชิงชัน ลูกบาศก์เมตรละ 47,730.00 บาท
3. ไม้ประดู่, ไม้มะค่าโมง, ไม้แดง, ลูกบาศก์เมตรละ 83,554.00 บาท
ไม้ตะเคียนทอง, ไม้เต็ง, ไม้พุด,
ไม้รัง, ไม้หลุมพอ
4. ไม้กะพี้เขาควายหรือเก็ดด า, ไม้สาธร, ลูกบาศก์เมตรละ 125,809.00 บาท
ไม้รกฟ้า, ไม้ขี้เหล็กป่า, ไม้เชล็ง
5. ไม้ตะแบก, ไม้ชุมแพรก, ไม้ชัน, ลูกบาศก์เมตรละ ๓8,405.00 บาท
ไม้ตาเสือ, ไม้ยมหอม, ไม้ยมหิน,
ไม้จ าปา, ไม้แอ๊ก, ไม้พนองหรือเคี่ยมคนอง,
ไม้มะค่าแต้, ไม้ตีนนก, ไม้ตะเคียนอื่น ๆ,
ไม้เต็งดง, ไม้ตะคร้อ, ไม้แดงน้ า,
ไม้ชัยพฤกษ์
้หนา ๓๘
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๒๕๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
6. ไม้ยาง, ไม้เกว้าหรือเขว้า, ลูกบาศก์เมตรละ 21,189.00 บาท
ไม้ยวนหรือทองบึ้ง, ไม้สยา, ไม้กะท้อน,
ไม้ก้านเหลือง, ไม้มังตาล, ไม้กะบาก,
ไม้ไข่เขียว, ไม้พลวง, ไม้เหียง,
ไม้เสียดช่อ, ไม้ทุเรียนนก
7. ไม้สมพงหรือกะพง, ไม้สองสลึง, ลูกบาศก์เมตรละ 12,904.00 บาท
ไม้ปอ, ไม้นุ่น, ไม้งิ้ว,
ไม้จามจุรี, ไม้ยางพารา
8. ไม้หมอนรถไฟทุกชนิดนอกจากไม้สัก ลูกบาศก์เมตรละ 13,400.00 บาท
และไม้ที่ระบุไว้ข้างต้น
9. ปุ่มไม้มะค่าโมง ลูกบาศก์เมตรละ 46,750.00 บาท
10. ยูคาลิปตัส ลูกบาศก์เมตรละ 11,301.00 บาท
ประกาศ ณ วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖3
อัจฉรา ลอตินันทน์
ผู้อ านวยการกองมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร ปฏิบัติราชการแทน
อธิบดีกรมศุลกากร
้หนา ๓๙
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๒๕๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
|
test
| 444
|
1671.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1671.pdf
|
1>@01>?1/211พ@1
(??P 51)
N1AP1 ํ@//3?N์ O3>NAP1R NพAP1@10N/O.@1?N>RO .@1?/C3คN@Nพ>P/ .@1?B1>Nพ@>
O3>1@1O2/์ 2ํ@/1?@11>@คNพAP12?2B@1?0@ N@1>1>@ค1>N3O11>2์
1@0?01ํ@@@/ค/@/Q/@1@ 5 /@1@ 6 O3>/@1@ 8 O/Nพ1>1@21 ?@
11@/ค/@/Q1>//31 ?1@1 /N@O/0@10N/ O1?1@1 ( ??P 772) พ.0. 2566
1>?1/211พ@1 ํ@//3 ?N ์ O3>N AP1R NพAP1@10N/ O.@1 ?N>RO .@1?/C3คN@Nพ>P/
.@1?B1>Nพ@> O3>1@1O2/ ์ 2ํ@/1?@11 >@คNพ AP12?2B@1 ?0@ N@1>1 >@ค
1>N3O11>2์ ?N1R?Q
O1 1 Q1>@0?Q
/N/01?1>@ค //@0ค/@// N@ @1?0@O/N1>N0R0 ค>11/@1 ?0@?//?
2/@ค/?0@O/N?//? 2/@ค/?0@?PQOคํ@/N@ O/N1>N0R0 /1A11Bพ?@@1?0@O/N@>
?P??Q@Q@///@0/N@O/0@1?0@O/N1>N0R0 O3>1/พ30@1@
O1 2 @1RO1?0N/O.@1?N>RO1Bคค311/@ 2ํ@/1?@11>@คQ/OON/N/01?1>@ค
@//@1@ 4 (1) O/Nพ1>1@21?@11@/ค/@/Q1>//31?1@1 /N@O/0@10N/O1?1@1
(??P 772) พ.0. 2566 >O11>@คN็N>NN@?Q
O1 3 @1RO1?0N/O.@1?N>RO11>1?/1A1/O@/BO2N/>>Bคค3 2ํ@/1?@11>@ค
Q/OON/N/01?1>@ค @//@1@ 4 (2) O/Nพ1>1@21 ?@11@/ค/@/Q1>//31 ?1@1
/N@O/0@10N/O1?1@1 (??P 772) พ.0. 2566 >1>@คN็N> 1?พ0์2> /1A12>คO@ORO
Q1??P1>@คN็1?พ0์2>/1A12>คO@ O1N็R@//3?N์ O3>NAP1R ??Q
(1) 1??P 1>1? /1A1/O@/BO2N/>>B คค3 AQ11?พ0์2> /@Nพ AP11>@ค O1/?/3?@
@1RO/@@P1?พ0์2>?P1>Bํ@/O3>/C3คN@11?พ0์2>?Q P0Q/OA1/N@/C3คN@@//3?@?3N@/
N็/C3คN@11@0N@0?P1>@ค
(2) 1??P1>1?/1A1/O@/BO2N/>>Bคค3ํ@1?พ0์2>?PRO?@??1?พ0์2>11>1?
/1A1/O@/BO2N/>>Bคค3?Q/@1>@ค Q/OA1N1@/C3คN@OB2N/?PN/3A1@@1คํ@/ /?คN@2@/11
O3>คN@N2AP1/1@ค@11?พ0์2> N็/C3คN@11@0N@0?P1>@ค
(3) 1??P1>1?/1A1/O@/BO2N/>>Bคค3ํ@2>คO@/@1>@ค R/N/N@>N็2>คO@?P3>N1
/1A1AQ1/@NพAP1@0 Q/OA1N1@/C3คN@OB12>คO@?3N@/?P2@/@1พ>2C์RO N็/C3คN@11@0N@0
?P1>@ค ON/C3คN@?3N@/O1R/NN>1@ค@2>คO@คN/3A10/@ @//@1@ 65 /> (6) O/N1>//3
1?1@1
หนา ๘
เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๕๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ ตุลาคม ๒๕๖๖
(4) /C3คN@11?พ0์2>/1A12>คO@?PAQ1/@NพAP11>@ค?Q >O1/?ํ@/R/NN>1@ค@?Pพ@AQ1RO
P0> ?Q?Q @//@1@ 65 1? (15) O/N1>//31?1@1
O1 4 @11>@คQ/OON/N/01?1>@ค Q/OQOO1/C3@11>@ค?P1@Q1>1 >@ค
1>N3O11>2์N็/3?@1>1@1Q O2>>0N/O.@1?N>RO .@1?/C3คN@Nพ>P/ .@1?B1>Nพ@>
O3>1@1O2/์ @//@1@ 4 O3>/@1@ 8 O/Nพ1>1@21?@11@/ค/@/Q1>//31?1@1
/N@O/0@10N/O1?1@1 (??P 772) พ.0. 2566 P0CO?PQO2>>0N/O.@1?1@1R/NO1O2
N12@1/3?@@11>@คN1NO@พ?@1>N/>
O1 5 1>@0?QQ/OQO?ค??QON/??P 1 /1@ค/ พ.0. 2566 N็OR
1>@0 /??P 14 ?0@0 พ.0. ๒_`6
3/1 O22>
1>?1/211พ@1
หนา ๙
เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๕๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ ตุลาคม ๒๕๖๖
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 445
|
510.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/510.pdf
|
ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
เรื่อง มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๓
โดยที่มาตรา ๓ วรรคสอง แห่งพระราชกฤษฎีกาก าหนดหน่วยงานและกิจการที่ผู้ควบคุม
ข้อมูลส่วนบุคคลไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๓
ก าหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลซึ่งเป็นหน่วยงานหรือกิจการตามบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวต้องจัดให้มี
มาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กระทรวงดิจิทัล
เพื่อเศรษฐกิจและสังคมก าหนด
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๓ วรรคสอง แห่งพระราชกฤษฎีกาก า หนดหน่วยงาน
และกิจการที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจึงออกประกาศไว้
ดังนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง มาตรฐาน
การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๓”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาจนถึงวันที่
๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔
ข้อ ๓ ในประกาศนี้
“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ” หมายความว่า ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นหน่วยงาน
หรือกิจการตามบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาก าหนดหน่วยงานและกิจการที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
ไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๓
“ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ” หมายควา มว่า การธ ารงไว้ซึ่งความลับ
(confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (availability)
ของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผย
ข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ
ข้อ ๔ ผู้ควบคุมข้ อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล
ส่วนบุคคลตามประกาศนี้ ให้แก่บุคลากร พนักงาน ลูกจ้างหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องทราบ รวมถึง
สร้างเสริมความตระหนักรู้ด้านความส าคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้กับกลุ่มบุคคลดังกล่าว
ปฏิบัติตามมาตรการที่ก าหนดอย่างเคร่งครัด
ข้อ ๕ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล
ส่วนบุคคล ซึ่งควรครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ (administrative safeguard)
มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (technical safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (physical
้หนา ๑๒
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๖๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๓
safeguard) ในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล (access control) โดยอย่างน้อย
ต้องประกอบด้วยการด าเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและอุปกรณ์ในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล
ส่วนบุคคลโดยค านึงถึงการใช้งานและความมั่นคงปลอดภัย
(๒) การก าหนดเกี่ยวกับการอนุญาตหรือการก าหนดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
(๓) การบริหารจัดการการเข้าถึงของผู้ใช้งาน (user access management) เพื่อควบคุม
การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตแล้ว
(๔) การก าหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งาน (user responsibilities) เพื่อป้องกัน
การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต การเปิดเผย การล่วงรู้ หรือการลักลอบท าส าเนาข้อมูล
ส่วนบุคคล การลักขโมยอุปกรณ์จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
(๕) การจัดให้มีวิธีการเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง ลบ
หรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคล ให้สอดคล้องเหมาะสมกับวิธีการและสื่อที่ใช้ในการเก็บรวบรวม ใช้
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ ๖ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอาจเลือกใช้มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
ของข้อมูลส่วนบุคคลที่แตกต่างไปจากประกาศฉบับนี้ได้ หากมาตรฐานดังกล่าวมีมาตรการรักษา
ความมั่นคงปลอดภัยไม่ต่ ากว่าที่ก าหนดในประกาศนี้
ข้อ ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษ ฐกิจและสังคมรักษาการตามประกาศนี้
และให้มีอ านาจตีความและวินิจฉัยปัญหาอันเกิดจากการปฏิบัติตามประกาศนี้
ประกาศ ณ วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖3
พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
้หนา ๑๓
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๖๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๓
|
test
| 446
|
1610.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1610.pdf
|
พระราชกฤษฎีกา
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 773)
พ.ศ. ๒๕๖๖
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ให้ไว้ ณ วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖6
เป็นปีที่ 8 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ในบางกรณี
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓ (๑)
แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐)
พ.ศ. ๒๔๙๖ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๗๗๓) พ.ศ. ๒๕๖๖”
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
้หนา ๒๒
่เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๖
มาตรา ๓ ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน ๓ หมวด ๓ ในลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากร
ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ส าหรับเงินได้ที่ได้รับเป็นเงินอุดหนุนจากภาครัฐตามมาตรการสนับสนุน
การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ทั้งนี้ เฉพาะบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
ที่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพสามิตประกาศก าหนด
การยกเว้นภาษีเงินได้ตามวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับส าหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับเงินอุดหนุน
มาตรา ๔ กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกานี้
และต่อมาไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ก าหนดในมาตรา ๓ ให้สิทธิที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้
ตามพระราชกฤษฎีกานี้สิ้นสุดลง และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุ คคลนั้นจะต้องน าเงินได้ที่ได้ใช้สิทธิ
ยกเว้นภาษีเงินได้ไปแล้วไปรวมเป็นรายได้ในการค านวณก าไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้ในรอบระยะเวลาบัญชี
ที่ได้ใช้สิทธินั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศก าหนด
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
้หนา ๒๓
่เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๖
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรยกเว้นภาษีเงินได้
ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ส าหรับเงินได้ที่ได้รับเป็นเงินอุดหนุนจากภาครัฐตามมาตรการสนับสนุน
การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและอุตสาหกรรม
ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ จึงจ าเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
้หนา ๒๔
่เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๖
|
test
| 447
|
2058.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/2058.pdf
|
1>N&?0&ค>11/@1? 1C'#?P >%ล@
/N@ O/0หล?N์ />$?@1 Oล>NAPอ%R@1อ%B@!QหON'ล?P0%@1QO#?P >%
NพAPอ'1>P0%์อ0N@อAP%#?P/>QNN1!111/Q%N!Pค1@1? 1C'#?P >%
พ.0. 2567
อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ 11 (9) Oล>/@!1@ 56 OหNพ1>1@&??!>? 1C'#?P >%
NพAPอN1!111/ พ.0. 2558 ค>11/@1? 1C'#?P >%ล@ ออ1>N&?0&R/O ?!NอR'%?Q
Oอ 1 1>N&?0&%?QN1?0/N@ 1>N&?0&ค>11/@1? 1C'#?P >%ล@/N@ O/0หล?N์ />$?@1
Oล>NAPอ%R@1อ%B@!QหON'ล?P0%@1QO#?P >%NพAPอ'1>P0%์อ0N@อAP%#?P/>QNN1!111/Q%N!Pค1@1
? 1C'#?P >% พ.0. 2567
Oอ 2 1>N&?0&%?QQหOQO&?ค?&!?QO!N/?%"? @/?%'1>@0Q%1@>@%BN&1@N'็%!O%R'
Oอ 3 QหO0Nล>1>N&?0&ค>11/@1? 1C'#?P >%ล@/N@ O/0หล?N์ />$?@1Oล>NAPอ%R
@1อ%B@!QหON'ล?P0%@1QO#?P >%NพAPอ'1>P0%์อ0N@อAP%#?P/>QNN1!111/ พ.0. 2_61
Oอ 4 Q%1>N&?0&%?Q
N'ล?P0%@1QO#?P >% ห/@0ค/@//N@ @1QO#?P >%NพAPอ'1>P0%์อ0N@อAP%#?P/>QNN1!111/
ห1Aอ#ํ@@1'ลC21O@2>PQ N ห1Aอ#ํ@@1Q N ON#?P >%อ?%อ@NอQหON> ค/@/N2?0ห@0ON@1? 1C'#?P >%
.@0Q%N!Pค1@1? 1C'#?P >%
(COออ%B@! ห/@0ค/@//N@ NO@อ#?P >% ห1Aอ(CO/?2>#$>R O1?&#?P >%Q%N!Pค1@1? 1C'#?P >%
#?P >% ห/@0ค/@//N@ #?P >%Q%N!Pค1@1? 1C'#?P >%
@1O'11C'(ล>!(ล@1N1!1 ห/@0ค/@//N@ @1QO(ล>!(ล@1N1!1/@#ํ@@1O'11C'
NพAPอQหON> (ล>!.?์Qห/N ห1Aอ(ล>!(ล@1N1!1%?Q%N'ล?P0%1C' ห1AอN'ล?P0%%@ ห1AอN'ล?P0%2.@พ
R'@N >/ ห1AอN'็%@1Nพ>P//CลคN@ O/0/>$?@1Q N
ห?!"11/Q%ค1?/N1Aอ% ห/@0ค/@//N@ (ล>!.?์#?P(ล>!P 0QO/AอN'็%หล?Oล>/?@1QOO1@%
R/N"@ a ค%ห1AอQONค1APอ?1/?%@ ํ@ล?1//?%R/N"@ _ O1/O@
Oอ 5 #?P >%Q%N!Pค1@1? 1C'#?P >%#?PQONพAPอ@1Nอ21O@? 1C'#?P >% หO@//>QหOค>11/@1
? 1C'#?P >%?ห/? อ%B@!QหON'ล?P0%@1QO#?P >% N/O%O!N1?Q 1?ห%@P ?!NอR'%?Q
. @1N'ล?P0%@1QO#?P >%Q%พAQ%#?P1//?%R/NN>% _ R1N NพAPอ@1'ลC21O@#?Pอ0CNอ@0?0ห1Aอ
2>P'ลC21O@อAP%#?PN?P0/N%APอ?&@1อ0CNอ@0?0ห1Aอ'1>อ&@1N1!1 2ํ@ห1?&(COออ%B@!ห1Aอ#@0@#P 0$11/
อ(COออ%B@!
. @1N'ล?P0%@1QO#?P >%Q%พAQ%#?P1//?%R/NN>% 1 R1N NพAPอ@1'1>อ&>@1@1O'11C'
(ล>!(ล@1N1!1 ห1Aอห?!"11/Q%ค1?/N1Aอ% ห1Aอ2"@%?&1>@1พล?@%ห1Aอ%Qํ@/?%NAQอNพล> #?P(COออ%B@!
N'็%(CO'1>อ&@1Nอ ห1Aอ2ห1์ ห1AอลBN/N1!11 ห1Aอ/>2@ห>B/%#?P(COออ%B@!N'็%2/@>
หนา ๔
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๒๔๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ กันยายน ๒๕๖๗
ค. @1N'ล?P0%@1QO#?P >%Q%1>0>R/NN>% 200 N/!1 /? !?Q@!@/O%/%@%@#@หล/O(N% >%
ห1Aอ#@หล/%&#"@O'ล#?P >%#?Pออ%B@!NพAPอ>@1Q%'1>N.# !NอR'%?Q
(1) 2"@%#?P1@@1 2"@&?%@10@1@ ห1Aอ2"@&?%#@0@2%@
( `) @1คO@@0 @1&1>@1 @1$%@ค@1
( a) @1N'ล?P0%@1QO#?P >%!@/ . ห1Aอ . #?PQOพAQ%#?P1//?%N>%/N@ 1 R1N
Oอ 6 @1N'ล?P0%@1QO#?P >%Q%N!Pค1@1? 1C'#?P >%#?P/>R OQONพAPอ@1Nอ21O@? 1C'#?P >%
QหOค>11/@1 ? 1C'#?P >%?ห/? พ>@1@อ% B@!R O #?Q%?Q !OอR/NNอQหON> ค/@/N2 ?0ห@0
ON@1? 1C'#?P >%
Oอ 7 @1N'ล?P0%@1QO#?P >%!@/Oอ 5 Oล>Oอ 6 ค>11/@1 ? 1C'#?P >%?ห/?
อ@/อ&ห/@0QหOห?/ห%O@2ํ@%?@%? 1C'#?P >%?ห/? N'็%(COพ>@1@R O
N/APอห?/ห%O@2ํ@%?@%? 1C'#?P >%?ห/? #?PR O1?&/อ&ห/@0R Oอ%B@!QหON'ล?P0%@1QO#?P >%
!@//11คห%@POลO/ QหO1@0@%ค>11/@1? 1C'#?P >%?ห/? NพAPอ#1@&
Oอ 8 @1N'ล?P0%@1QO#?P >%Q%1?อAP%%อ@#?Pํ@ห% R/OQ%1>N&?0&%?Q QหO2ํ@%?@%
? 1C'#?P >%?ห/? %ํ@N2%อ!Nอค>11/@1? 1C'#?P >%?ห/? พ>@1@อ%B@! Oล>!Oอ? #ํ@Oอ/Cล
NพAPอQO'1>อ&@1พ>@1@ ?%?Q
(_) ค/@/N'็%/@ OอN#O1> /?!"B'1>2ค์ Nห!B(ลค/@/ํ@N'็%อ@1ออ% B@!Oล>
O(%(?O2 &1>N/#?Pออ%B@!
(2) ค/@/NหO% O@%/>0/11/#?PR/NNอQหON> ค/@/N2?0ห@0ON@1? 1C'#?P >% ห1Aอ1>#&!Nอ
#?P >%O'ลO@Nค?0P 01อ&พAQ%#?P
(3) ห/@0อAP%#?PN?P0/Oอ ("O@/?)
(4) ค/@/NหO%อ2ํ@%?@%? 1C'#?P >%?ห/? !Nอ@1ออ%B@!N'ล?P0%@1QO#?P >%
(5) Oอ/CลอAP% N #?Pํ@N'็%!Nอ@1พ>@1@อค>11/@1? 1C'#?P >%?ห/? ("O@/?)
Oอ 9 .@0Q%N!Pค1@1? 1C'#?P >% ห@ค>11/@1? 1C'#?P >%?ห/? พ>@1@OลO/NหO%/N@
พAQ%#?PQ N'ล?P0%2.@พR' ห1Aอ/>อ@คR/ON'็%พAQ%#?PN1!111/!NอR' QหOค>11/@1? 1C'#?P >%?ห/?
ํ@ห% หล?N์ />$?@1 Oล>NAPอ%R@1พ>@1@อ%B@!QหON'ล?P0%@1QO#?P >% พ1Oอ/ O/0O(%#?P
O2 อ&N!Oล>Nห! B(ลค/@/ํ@N'็%N2%อ!Nอค>11/@1? 1C'#?P >%ล@NพAPอพ>@1@ N/APอR O1?&
ค/@/NหO%อ&@ค>11/@1? 1C'#?P >%ล@OลO/ QหOค>11/@1? 1C'#?P >%?ห/? พ>@1@อ%B@!
R'!@/%?Q%
Oอ 10 /!>อค>11/@1? 1C'#?P >%?ห/? QหON'็%#?P2B
.@0Q!O&?ค?&Oอ 7 /11คห%@P @1อB#$1์คํ@2?Pอห?/ห%O@2ํ@%?@%? 1C'#?P >%?ห/?
QหO'>&?!>!@/&#&??!>OหNพ1>1@&??!>/>$?'>&?!>1@@1#@'ค1อ พ.0. 2539 ห// 2
2N/%#?P 5 @1อB#$1์คํ@2?P#@'ค1อ
หนา ๕
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๒๔๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ กันยายน ๒๕๖๗
Oอ 11 Nอ%ออห%?2Aออ%B@!QหON'ล?P0%@1QO#?P >% QหO(COออ%B@!ํ@1>N>%คN@QON@0
Q%@1? 1C'#?P >%อ?%N%APอ/@@@1N'ล?P0%@1QO#?P >%!@/#?Pํ@ห% R/OQ%1>N&?0&ค>11/@1? 1C'#?P >%ล@
/N@ O/0หล?N์ />$?@1 Oล>NAPอ%R@1ํ@1>คN@QON@0Q%@1? 1C'#?P >%QหON21O2>Q%N2?0Nอ%
Oอ 12 @1พ>@1@อ%B@!!@/1>N&?0&%?Q R/N/?(ลN'็%@10N/O%@1'>&?!>!@/ห/@0อAP%
#?PN?P0/Oอ
Oอ 13 @10AP%คํ@ออ%B@!!@/1>N&?0&%?Q QหO0AP%!Nอ2ํ@%?@%? 1C'#?P >%?ห/? Q%พAQ%#?P
#?Pออ%B@!N'ล?P0%@1QO#?P >%
'1>@0 /?%#?P 16 2>ห@ค/ พ.0. `_`7
1Oอ0Nอ $11/%?2 พ1ห/N(N@
1?/%!1?/N@@11>#1/N1!1Oล>2ห1์
'1>$@%11/@1? 1C'#?P >%ล@
หนา ๖
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๒๔๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ กันยายน ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 448
|
1508.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1508.pdf
|
ประกาศจังหวัดอ านาจเจริญ
เรื่อง วิธีการแสดงใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ ามันเชื้อเพลิง
โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
พ.ศ. ๒๕๖๖
โดยที่มาตรา ๑๓ (๑) แห่งพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๕
บัญญัติว่าในกรณีที่กฎหมายก าหนดให้ผู้รับอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย ให้เป็นสิทธิของ
ผู้รับอนุญาตที่จะแสดงใบอนุญาตนั้นโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่ผู้อนุญาตประกาศก าหนดก็ได้
โดยให้ถือว่าการแสดงเช่นว่านั้นเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว สมควรก าหนดวิธีการแสดงใบอนุญาต
ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ ามันเชื้อเพลิง โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นการอ านวยความสะดวก
และลดภาระแก่ประชาชน
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๑๓ (๑) แห่งพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์
พ.ศ. ๒๕๖๕ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ านาจเจริญ ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ในประกาศนี้
“ใบอนุญาต” หมายความว่า เอกสารหลักฐานที่กฎหมายก าหนดให้ต้องแสดงไว้ในที่เปิดเผย
ดังต่อไปนี้
(๑) ใบอนุญาตประกอบกิจการ สถานที่เก็บรักษาน้ ามัน ลักษณะที่สาม
(2) ใบอนุญาตประกอบกิจการ ถังขนส่งน้ ามัน
(3) ใบอนุญาตประกอบกิจการ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ
(4) ใบอนุญาตประกอบกิจการ สถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว
(5) ใบอนุญาตประกอบกิจการ สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้
ลักษณะที่สาม
(6) ใบอนุญาตประกอบกิจการ สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทร้านจ าหน่าย
ลักษณะที่สอง
(7) ใบอนุญาตประกอบกิจการ สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ
ลักษณะที่สอง
(8) ใบอนุญาตประกอบกิจการ ถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว
ข้อ ๓ ผู้รับอนุญาตสามารถเลือกแสดงใบอนุญาตตามข้อ ๒ โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
โดยแสดงเป็นภาพผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
้หนา ๓๐
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๙๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ เมษายน ๒๕๖๖
ข้อ ๔ การแสดงใบอนุญาตตามข้อ ๓ ต้องมีขนาดของภาพและความละเอียดที่ชัดเจนเพียงพอ
รวมทั้งสามารถแสดงให้เห็นข้อมูลอันเป็นสาระส าคัญของใบอนุญาตได้ครบถ้วน
ผู้รับอนุญาตอาจเลือกแสดงภาพใบอนุญาตโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ณ สถานที่ประกอบกิจการ
มากกว่าหนึ่งใบหรือภาพผ่านหน้าจอเดียวกันก็ได้ แต่ต้องมีระยะเวลาแสดงภาพใบอนุญาตแต่ละใบ
ไม่น้อยกว่าห้าวินาที
ข้อ ๕ เมื่อผู้รับอนุญาตเลือกแสดงใบอนุญาตโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามข้อ ๓ แล้ว
ผู้รับอนุญาตไม่ต้องแสดงใบอนุญาตไว้โดยเปิดเผยตลอดเวลา ณ สถานที่ป ระกอบกิจการอีกต่อไป
แต่ต้องสามารถแสดงต่อเจ้าพนักงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลาเมื่อมีการตรวจสอบ
หรือต่อประชาชนที่ขอตรวจดู
ข้อ 6 ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับ ณ บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 31 มกราคม พ.ศ. ๒๕๖6
ฤทธิสรรค์ เทพพิทักษ์
รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปฎิบัติราชการแทน
ผู้ว่าราชการจังหวัดอ านาจเจริญ
้หนา ๓๑
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๙๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ เมษายน ๒๕๖๖
|
test
| 449
|
509.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/509.pdf
|
ประกาศการท่าเรือแห่งประเทศไทย
เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้น้้ามันเชื้อเพลิง
ของการให้บริการเรือลากจูง ณ ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง
ตามประกาศการท่าเรือแห่งประเทศไทย ก้าหนดให้มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้
น้้ามันเชื้อเพลิงของการให้บริการเรือลากจูง นั้น เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน อาศัยอ้านาจ
ตามความในข้อ ๔ และข้อ ๑๓ ของระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการใช้ท่าเรือ
บริการและความสะดวกต่าง ๆ พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย
พ.ศ. ๒๔๙๔ จึงให้ด้าเนินการ ดังนี้
ข้อ ๑ ยกเลิกประกาศการท่าเรือแห่งประเทศไทย เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษ
การใช้น้้ามันเชื้อเพลิงของ การให้บริการเรือลากจูง ณ ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง ลงวันที่
๑๔ เมษายน ๒๕๖๓
ข้อ ๒ ก้าหนดอัตราค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้น้้ามันเชื้อเพลิงของการให้บริการเรือลากจูง
ณ ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓
ดังนี้
๒.๑ ท่าเรือกรุงเทพ
- เรือลากจูงตั้งแต่ ๒,๐๐๐ แรงม้าขึ้นไป ๖๗๙ บาท / ชั่วโมง
๒.๒ ท่าเรือแหลมฉบัง ๗๔๑ บาท / ชั่วโมง
ข้อ ๓ อัตราค่าธรรมเนียมพิเศษตามข้อ ๒ กรณีเศษของชั่วโมงไม่ถึง ๓๐ นาที คิด ๓๐ นาที
และหากเกิน ๓๐ นาที แต่ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง คิดหนึ่งชั่วโมง
ข้อ ๔ การท่าเรือแห่งประเทศไทยจะทบทวนอัตราค่าธรรมเนียมตามข้อ ๒ ทุกวันที่ ๑ มกราคม
๑ เมษายน ๑ กรกฎาคม และ ๑ ตุลาคมของทุกปี ซึ่งใช้ผลต่างของราคาน้้ามันดีเซลของบริษัท
ปตท. จ้ากัด (มหาชน) ระหว่างราคาเฉลี่ยในระยะเวลา ๓ เดือนที่ผ่านมา เปรียบเทียบกับราคาเฉลี่ยทั้งปี
ของปี พ.ศ. ๒๕๔๗ และจะปรับปรุงในกรณีที่ผลการค้านวณอัตราค่าธรรมเนียมมีการเปลี่ยนแปลงเกิน
กว่าร้อยละ ๕
ประกาศ ณ วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖3
เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร
ผู้อ้านวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย
้หนา ๒๓
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๖๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๓
|
test
| 450
|
2424.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/2424.pdf
|
1>N&?0&ค>11/@1อ#B%2Nค1@>ห์3CO@
/N@ O/0@1N@0N>%2Nค1@>ห์ อ?!1@N>%#?P>N@0O3>1>0>N/3@@1N@0 (&?&#?P 2)
พ.0. 2568
P 0#?PN'็%@12/ค/1O ORNพ>P/N!>/1>N&?0&ค>11/@1อ# B%2Nค1@>ห ์3CO@/N@ O/0
@1N@0N>%2Nค1@>ห ์ อ?!1@N>%#?P>N@0O3>1>0>N/3@@1 N@0 พ.0. 2565 NพAPอ0@0อ?!1@
@1N@0N>%2Nค1@>ห์@1?%@0O@R/NN@0N>%อAP%%อ@คN@ N0 2ํ@ห1?&&11N#@ค/@/N Aอ 1Oอ%
QหOON3CO@
อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ 134 OหNพ1>1@&?ญญ?!>คBO/ค1อO1@% พ.0. 2541
ค>11/@1อ#B%2Nค1@>ห์3CO@ @ออ1>N&?0&R/O ?!NอR'%?Q
Oอ 1 1>N&?0&%?QN1?0/N@ 1>N&?0&ค>11/@1อ# B%2Nค1@>ห ์3CO@/N@ O/0
@1N@0N>%2Nค1@>ห์ อ?!1@N>%#?P>N@0O3>1>0>N/3@@1N@0 (&?&#?P 2) พ.0. 2568
Oอ 2 1>N&?0&%?QQหOQO&?ค?&!?QO!N/?%"? @/?%'1>@0Q%1@>@%BN&1@N'็%!O%R'
Oอ 3 QหO0N3>ค/@/Q%Oอ 15 OหN1>N&?0&ค>11/@1อ# B%2Nค1@>ห ์3CO@
/N@ O/0@1N@0N>%2Nค1@>ห์ อ?!1@N>%#?P>N@0O3>1>0>N/3@@1N@0 พ.0. 2565 O3>QหOQOค/@/
!NอR'%?QO#%
Oอ 15 อ?!1@@1N@0N>%2Nค1@>ห ์@1?%@0O@R/NN@0N>%อAP%%อ@ค N@ N0
!@/Oอ 8 (2) ห1AอOอ 8 ( _) QหON@0Q%อ?!1@R/NN>%NO 2>&N#N@ออ?!1@คN@O@?Q%!Pํ@1@0/?%
!@/'1>@0ค>11/@1คN@O@N?P0/?&อ?!1@คN@O@?Q%!Pํ@
QหON@0N>%2Nค1@>ห์ON3CO@Q%ค1@/N ?0/?%#?Qํ@%/% O!NR/NN>%/N@ํ@%/%N>%อAP%%อ@
คN@ N0#?Pพ%?@%!1/O1@%/?คํ@2?PQหO%@0O@N@0
1?3CO@R O1?&N>%อAP%!@/Oอ 8 (2) @%@0O@&@2N/%O3O/ QหON@0N>%2Nค1@>ห ์
ON3CO@Nพ>P/Nพ@>Q%2N/%#?P0?R/Nค1&"O/%!@/#?P3CO@พ@/?2>#$>R O1?&!@//11คห%@P
Oอ 4 (CO/?2>#$>#?P>R O1?&N>%2Nค1@>ห ์!@/1>N& ?0&%?Q >!OอN'็%3CO@@P0AP%คํ@1Oอ
!Nอพ%?@%!1/O1@% P 0พ%?@%!1/O1@%/?คํ@2?PN'็%#?P2B %?&O!N/?%#?P1>N&?0&%?Q/?(3QO&?ค?&
'1>@0 /?%#?P 2 พ21.@ค/ พ.0. ^_`8
">ญสค์ ?พช?00> ์
#ล?ดก1>1วO1@!
#1> @!ก11/ก@1กอ>!สNค1@>ห์ล?ก้@
หนา ๓
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๒๐๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๘
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 451
|
2160.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/2160.pdf
|
1>#1/
ํ@ห% >@1#?PN'็%N1!111/
พ.0. 2567
อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/Q%&#%>0@/คํ@/N@ N1!111/ Q%/@!1@ c O3>/@!1@ d /11คห%@P
OหNพ1>1@&??!>@1NN@#?P >%NพAPอN1!111/ พ.0. `c`b 1?ฐ/%!1?/N@@11>#1/N1!1O3>2ห1์
O3>1?ฐ/%!1?/N@@11>#1//ห@ R#0ออ1>#1/R/O ?!NอR'%?Q
QหO>@1 ?!NอR'%?QN'็%N1!111/
(_) @1'3CR/ON011ฐ>NพAPอ@1คO@
(`) @1'3Cห/Nอ%N3?Q0Rห/
(a) @1Nพ@>NหO
(b) @1'3CหO@NพAPอ@1คO@ห1AอNพAPอN3?Q02?!/์
(c) @1'3CR/O อห1AอR/O'1> ?&NพAPอ@1คO@
(d) @1Nพ@>N3?Q0O/3N011ฐ>
QหOR/O /?%#?P 25 พ20>@0% พ.0. `cd7
%2/3 .>P2>%/?%์
1?ฐ/%!1?/N@@11>#1/N1!1O3>2ห1์
อ%B#>% @/?1C3
1?ฐ/%!1?/N@@11>#1//ห@ R#0
หนา ๗
เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ห/@0Nห! B :- Nห!B(3Q%@1'1>@0Q O1>#1/& ?&%?Q คAอ P 0#?P&#%>0@/คํ@/N@ N1!111/
Q%/@!1@ c OหNพ1>1@&??!>@1NN@#?P >%NพAPอN1!111/ พ.0. `c`b &??!>QหOห/@0ค/@/"@>@1อAP%
!@/#?Pํ@ห% Q%1>#1/ '1>อ&?&>@1#?PN?P0/?&N1!111/Q%'ัB&?%/?ค/@/ห3@ห3@0/@@Q%
2/ค/1ํ@ห% Nพ>P/N!>/QหO>@1 ?3N@/N'็%N1!111/ NพAPอQหO(CO'1>อ&>@1%?Q%R O1?&2>#$>'1>P0%์
O3>ค/@/คBO/ค1อ!@/#?P&??!>R/OQ%พ1>1@&??!>@1NN@#?P >%NพAPอN1!111/ พ.0. `c`b @ํ@N'็%!Oอออ
1>#1/%?Q
หนา ๘
เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 452
|
362.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/362.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2563
เรื่อง การแจ้งและการแสดงราคาผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ
เพื่อสุขอนามัยส าหรับมือ เพิ่มเติม
ตามที่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้ออกประกาศคณะกรรมการกลาง
ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2563 เรื่อง การแจ้งและการแสดงราคาผลิตภัณฑ์
ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยส าหรับมือ ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕63
ก าหนดให้ผู้ผลิต ผู้น าเข้า ผู้ส่งออก ตัวแทนจ าหน่าย แจ้งข้อมูลต้นทุน ราคา ปริมาณ รวมทั้งแสดงราคา
ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยส าหรับมือ ไปแล้ว นั้น
โดยที่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้มีมติเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2563
ก าหนดห้ามมิให้ผู้ผลิต ผู้น าเข้า ผู้ส่งออก ตัวแทนจ าหน่าย จ าหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์
เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยส าหรับมือในราคาสูงกว่าราคาที่ได้แจ้งไว้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจาก
เลขาธิการ เพื่อก ากับดูแลราคาและปริมาณสินค้า ให้เกิดความเป็นธรร มและป้องกันการฉวยโอกาส
เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคยิ่งขึ้น
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๙ (๓) มาตรา ๒๕ (๔) และมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติ
ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. ๒๕๔๒ คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
จึงออกประกาศ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเป็นระยะเวลาหนึ่งปี
ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป เว้นแต่จะมีการออกประกาศใหม่
ข้อ ๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 2/1 แห่งประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้า
และบริการ ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2563 เรื่อง การแจ้งและการแสดงราคาผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์
เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยส าหรับมือ ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
“ข้อ 2/1 ห้ามผู้ผลิต ผู้น าเข้า ผู้ส่งออก ตัวแทนจ าหน่าย จ าหน่ายผลิตภัณฑ์
ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยส าหรับมือในราคาที่สูงกว่าราคาที่แจ้งไว้ตามข้อ ๒
เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ
การขออนุญาตและการอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการกลาง
ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการว่าด้วยการก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ในการพิจารณาการตั้งราคาและ
การเปลี่ยนแปลงรายการหรือราคาที่แจ้งไว้ พ.ศ. ๒๕๔๕ ลงวันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕”
ประกาศ ณ วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖3
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ประธานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
้หนา ๑๑
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๖๓
|
test
| 453
|
2386.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/2386.pdf
|
1>#1/
ํ@ห% ห%N/0@%อ1?#?PR/Nอ0CN.@0Q!O&?ค?&
OหNพ1>1@&??!>@1'>&?!>1@@1#@อ>NลO#1อ%>2์ พ.0. `_`_
พ.0. 2568
อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ ^ /11คห%@P Oล>/@!1@ `^ /11คห%@P OหNพ1>1@&??!>
@1'>&?!>1@@1#@อ>NลO#1อ%>2์ พ.0. `_`_ %@01?/%!1?ออ1>#1/R/O ?!NอR'%?Q
Oอ _ 1>#1/%?QQหOQO&?ค?&!?QO!N/?%"? @/?%'1>@0Q%1@>@%BN&1@N'็%!O%R'
Oอ ` QหOพ1>1@&??!>@1'>&?!>1@@1#@อ>NลO#1อ%>2์ พ.0. `_`_ R/NQO&?ค?&
ON1>#1/ล@Pห/ Nพ@>Q%2N/%#?PN?P0/?&@%อ?0@1#ห@1
QหOR/O /?%#?P 2 N/1@0% พ.0. `_`8
Oพ#อ$@1 >%/?!1
%@01?/%!1?
หนา ๑
เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘
ห/@0Nห!B :- Nห!B(ลQ%@1'1>@0QO1>#1/&?&%?Q คAอ P 0#?P/@!1@ ^ /11คห%@P OหNพ1>1@&??!>
@1'>&?!>1@@1#@อ>NลO#1อ%>2์ พ.0. `_`_ &??!>QหO2@/@1"ออ1>#1/ ํ@ห% ห%N/0@%
อ1?#?P/?ค/@/ ํ@N'็% O/0Nห! BOหNล?1>@% QหOR/Nอ0CN.@0Q! O&?ค?&OหNพ1>1@& ??!> ?ลN@/
@ํ@N'็%!Oอออ1>#1/%?Q
หนา ๒
เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 454
|
1103.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1103.pdf
|
ประกาศกระทรวงแรงงาน
เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวท างานในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ
ส าหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา
ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๔ (ฉบับที่ ๒)
ตามที่ได้ออกประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวท างานในราชอาณาจักร
เป็นกรณีพิเศษ ส าหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่
๒๘ กันยายน ๒๕๖๔ เพื่อบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาการท างานของคนต่างด้าวสัญชาติดังกล่าวนั้น
เนื่องจากมีคนต่างด้าวจ านวนมากยังค้างการด าเนินการในขั้นตอนการช าระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตท างาน
สมควรขยายระยะเวลาการด าเนินการดังกล่าวเพื่อให้คนต่างด้าวสามารถท างานได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชก าหนดการบริหารจัดการการท างาน
ของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๐ และมาตรา ๑๔ และมาตรา ๖๓/๒ แห่งพระราชก าหนดการบริหาร
จัดการการท างานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชก าหนดการบริหารจัดการ
การท างานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยความเห็นชอบ
ของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ให้ยกเลิกความใน (๒) ของข้อ ๓ แห่งประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การอนุญาตให้
คนต่างด้าวท างานในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ส าหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา
ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(๒) ให้นายจ้างยื่นค าขออนุญาตท างานแทนคนต่างด้าว พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐาน
ตามที่ระบุไว้ในแบบค าขอที่อธิบดีก าหนดต่อนายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ ได้จัดท าข้อมูล
ตาม (๑) โดยให้ช าระค่าธรรมเนียมค่ายื่นค าขอฉบับละ ๑๐๐ บาท และค่าธรรมเนียมใบอนุญาต
ท างานฉบับละ ๑,๓๕๐ บาท ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้ยื่นค าขอ แต่ต้องไม่เกินวันที่
๑๕ มีนาคม ๒๕๖๕ ณ ท้องที่อันเป็นที่ตั้งของสถานที่ท างานของคนต่างด้าว ดังต่อไปนี้
(ก) ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ ส านักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่
กรมการจัดหางาน
(ข) ในจังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ส านักงานจัดหางานจังหวัด
(ค) สถานที่อื่นตามที่อธิบดีก าหนด”
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕6๕
สุชาติ ชมกลิ่น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
้หนา ๕๐
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ มีนาคม ๒๕๖๕
|
test
| 455
|
1190.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1190.pdf
|
ประกาศการท่าเรือแห่งประเทศไทย
เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้น้้ามันเชื้อเพลิง
ของการให้บริการตู้สินค้า ณ ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง
ตามประกาศการท่าเรือแห่งประเทศไทย ก้าหนดให้มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษ
การใช้น้้ามันเชื้อเพลิงของการให้บริการตู้สินค้า นั้น เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
อาศัยอ้านาจตามความในข้อ ๔ และข้อ ๑๓ ของระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการใช้ท่าเรือ
บริการและความสะดวกต่าง ๆ พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย
พ.ศ. ๒๔๙๔ จึงให้ด้าเนินการ ดังนี้
ข้อ ๑ ยกเลิกประกาศการท่าเรือแห่งประเทศไทย เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษ
การใช้น้้ามันเชื้อเพลิงของก ารให้บริการตู้สินค้า ณ ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง ลงวันที่
๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๔
ข้อ ๒ ก้าหนดอัตราค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้น้้ามันเชื้อเพลิงของการให้บริการตู้สินค้า
ณ ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๕
ดังนี้
บาท/ตู้
ขนาด ๒๐' ๔๐' >๔๐'
ตู้มีสินค้า ๕๒ ๑๐๔ ๑๑๗
ตู้สินค้าเปล่า ๓๑ ๖๒ ๗๐
ข้อ ๓ การท่าเรือแห่งประเทศไทยจะทบทวนอัตราค่าธรรมเนียมตามข้อ ๒ ทุกวันที่ ๑ มกราคม
๑ เมษายน ๑ กรกฎาคม และ ๑ ตุลาคมของทุกปี ซึ่งใช้ผลต่างของราคาน้้ามันดีเซลของ
บริษัท ปตท. จ้ากัด (มหาชน) ระหว่างราคาเฉลี่ยในระยะเวลา ๓ เดือนที่ผ่านมาเปรียบเทียบกับ
ราคาเฉลี่ยทั้งปีของปี พ.ศ. ๒๕๔๗ และจะปรับปรุงในกรณีที่ผลการค้านวณอัตราค่าธรรมเนียม
มีการเปลี่ยนแปลงเกินกว่าร้อยละ ๕
ประกาศ ณ วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖5
เกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข
ผู้อ้านวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย
้หนา ๗
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ มิถุนายน ๒๕๖๕
|
test
| 456
|
1870.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1870.pdf
|
'1>@0
N1ANอ @1QหO'1>@0#?Nค>1?/%!1?ํ@ห% !@/'1>@02"@%@1์BN>%
#?N/?ค/@/1O@0O10?ค/?(ลQO&?ค?&
!@/#?NR O/?'1>@0 N1ANอ @10@01>0>N/ล@@1'1>@02"@%@1์BN>%#?N/?ค/@/1O@0O1
Q%N!#Oอ#?N?ห/? %1@$>/@2 0N/O%อํ@N.อ0?Nอ อํ@N.อ2BRหP-ล อํ@N.อO/O Oล>อํ@N.อ2Bค>1>%
?ห/? 'ั!!@%? 0N/O%อํ@N.อ0>ห1>N อํ@N.อ'>%@N1> อํ@N.อ/@0อ อํ@N.อR/OON% อํ@N.อ#BN0@O
อํ@N.อ>พOอ Oล>อํ@N.อO/Nล@% Oล>?ห/? 0>ล@ 0N/O%อํ@N.อN&! อํ@N.อ1@/?% อํ@N.อ@&?
Oล>อํ@N.อ1'ิ%? ล/?%#?N __ N/1@0% พ.0. `_`a OลO/ %?O%
NพANอQหON> ค/@/!NอN%ANอQ%@1' >&?!>@1'้อ?% OOR ห1Aอ1>?&2"@%@1 ์BN>%
#?N/?ค/@/1O@0O1 อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ a Oล>/@!1@ __ OหNพ1>1@ํ@ห% @1&1>ห@1
1@@1Q%2"@%@1 ์BN>% พ.0. `_^b ค>1?/%!1?@/?/!>QหO&11 @'1>@0#?Nค>1?/%!1?
ํ@ห% @O%!@/'1>@02"@%@1์BN>%#?N/?ค/@/1O@0O1Q%N!#Oอ#?N?ห/? %1@$>/@2 ?ห/? 'ั!!@%?
Oล>?ห/? 0>ล@ ล/?%#?N `^ 1@ค/ พ.0. `_^b '1>@02"@%@1์BN>%#?N/?ค/@/1O@0O1
Q%N!#Oอ#?Nอํ@N.อ01?2@ค1 ?ห/? %1@$>/@2 ล/?%#?N _c !Bล@ค/ พ.0. `_`` '1>@0 N1ANอ
@1? !?Oห%N/0@%พ>N01NพANอ'>&?!>@1!@/พ1>1@ํ@ห% @1&1>ห@11@@1Q%2"@%@1 ์BN>%
พ.0. `_^b ล/?%#?N _` /1@ค/ พ.0. `__^ '1>@0 N1ANอ @1QหOห%N/0@%พ>N01#?Nค>1?/%!1?
ํ@ห% !@/'1>@02"@%@1 ์BN>%#?N/?ค/@/1O@0O1 '>&?!>ห%O@#?NQ%N!#Oอ#?Nอํ@N.อ01?2@ค1
?ห/? %1@$>/@2 ล/?%#?N _c !Bล@ค/ พ.0. `_`` '1>@0 N1ANอ @1ํ@ห% อํ@%@ห%O@#?Nอ
1?/%!1?!@/ห/@0N'็%อํ@%@ห%O@#?Nอ%@01?/%!1? ล/?%#?N _a /?%@ค/ พ.0. `_`_ Oล>
'1>@0 N1ANอ @1ํ@ห% อํ@%@ห%O@#?Nอ1?/%!1?!@/ห/@0N'็%อํ@%@ห%O@#?Nอ%@01?/%!1?
ล/?%#?N _c !Bล@ค/ พ.0. `_`` 0?ค/?(ลQO&?ค?&!NอR'%/N@ค>1?/%!1?>ํ@ห% N'็%อ0N@อAN%
#?O%?O !?OO!N/?%#?N `^ N/1@0% พ.0. `_`a N'็%!O%R'
'1>@0 /?%#?N _1 N/1@0% พ.0. `_`a
N011@ #/?2>%
%@01?/%!1?
หนา ๕๔
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๐๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ เมษายน ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 457
|
802.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/802.pdf
|
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
(ฉบับที่ 427) พ.ศ. 2564
ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒
เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง
โดยที่นโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมและพัฒนากัญชาและกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจและเป็น
ภูมิปัญญาไทย โดยการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5
ยกเว้นบางส่วนของกัญชาและกัญชงที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่คณะกรรมการ
ควบคุมยาเสพติดให้โทษออกประกาศก าหนดไว้ ให้สามารถน ามาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร และ
อุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้ ทั้งนี้ การน ามาใช้เป็นอาหารต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยอาหารและต้องใช้
ตามวัตถุประสงค์ทางอาหารเท่านั้น
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 6 (1) (2) (4) (5) (6) (7)
(8) (9) และ (10) แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 รัฐมนตรีว่าการก ระทรวงสาธารณสุข
ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง เป็นอาหาร
ควบคุมเฉพาะ
ข้อ 2 ในประกาศนี้
“ส่วนของกัญชา ” หมายความว่า ส่วนของพืชกัญชา ( Cannabis) ชื่อวิทยาศาสตร์
Cannabis indica Lam. หรือ Cannabis sativa L. ดังต่อไปนี้ เฉพาะที่ได้รับอนุญาตให้ผลิต
ในประเทศเท่านั้น ได้แก่
(1) เปลือก ล าต้น เส้นใย กิ่งก้าน และราก
(๒) ใบซึ่งไม่มียอดหรือช่อดอกติดมาด้วย
“ส่วนของกัญชง ” หมายความว่า ส่วนของพืชกัญชง หรือที่มีชื่อเรียกว่า เฮมพ์ ( Hemp)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cannabis sativa L. subsp. sativa ดังต่อไปนี้ เฉพาะที่ได้รับอนุญาตให้ผลิต
ในประเทศเท่านั้น ได้แก่
(๑) เปลือก ล าต้น เส้นใย กิ่งก้าน และราก
(๒) ใบซึ่งไม่มียอดหรือช่อดอกติดมาด้วย
“สารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC)” หมายความว่า สารเตตราไฮโดร
แคนนาบินอลชนิด Delta-9-Tetrahydrocannabinol (∆9-THC)
“หน่วยบรรจุ (package)” หมายความว่า ภาชนะบรรจุอาหารอันเป็นภาชนะบรรจุย่อยสุดที่หุ้มห่อ
หรือบรรจุอาหารเพื่อจ าหน่าย ทั้งนี้ ไม่รวมถึงหีบห่อหรือภาชนะที่บรรจุหน่วยบรรจุย่อยเหล่านั้น ถ้ามี
้หนา ๒๒
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๖๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔
ข้อ 3 ห้ามมิให้ผลิต น าเข้า หรือจ าหน่าย ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชา
หรือกัญชง ดังต่อไปนี้
(1) อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องส าหรับทารกและเด็กเล็ก
(2) นมดัดแปลงส าหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องส าหรับทารกและเด็กเล็ก
(3) อาหารเสริมส าหรับทารกและเด็กเล็ก
(4) เครื่องดื่มที่ผสมกาเฟอีน
(5) อาหารอื่นที่รัฐมนตรีประกาศก าหนด
ข้อ 4 ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง ต้องมีคุณภาพ
หรือมาตรฐาน ดังนี้
(๑) ตรวจพบสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล ไม่เกิน 1.6 มิลลิกรัมต่อหน่วยบรรจุ
(๒) ตรวจพบสารแคนนาบิไดออล ไม่เกิน 1.41 มิลลิกรัมต่อหน่วยบรรจุ
วิธีการตรวจวิเคราะห์ ตาม (1) และ (๒) ให้ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจยืนยัน
ที่ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือที่ใช้หลักการโครมาโตกราฟีแบบของเหลวสมรรถนะสูง
(High Performance Liquid Chromatography, HPLC) หรือสูงกว่า
(๓) สารพิษตกค้างให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยอาหารที่มีสารพิษตกค้าง
(4) สารปนเปื้อนให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยมาตรฐานอาหาร
ที่มีสารปนเปื้อน
(5) จุลินทรีย์ที่ท าให้เกิดโรคให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยก าหนด
คุณภาพ หรือมาตรฐาน หลักเกณฑ์เงื่อนไข และวิธีการในการตรวจวิเคราะห์ของอาหารด้านจุลินทรีย์
ที่ท าให้เกิดโรค
(6) คุณภาพหรือมาตรฐานส าหรับอาหารชนิดนั้นให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
ที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี
ข้อ 5 ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง ต้องได้มา
ซึ่งส่วนของกัญชาหรือกัญชงโดยชอบด้วยกฎหมาย และต้องมีการควบคุมกระบวนการผลิตให้เป็นไปตาม
ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ ในการผลิต และการเก็บรักษา
อาหาร
ผู้ผลิตตามวรรคหนึ่ง ต้องมีบันทึกการรับจ่ายส่วนของกัญชาหรือกัญชงไว้ที่สถานที่ผลิตด้วย
ข้อ 6 การใช้วัตถุเจือปนอาหารในผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชา
หรือกัญชง ให้ใช้ได้ตามชนิดและปริมาณที่ก าหนดไว้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวัตถุเจือปน
อาหาร
ข้อ 7 การใช้ภาชนะบรรจุส าหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชา
หรือกัญชงให้ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยภาชนะบรรจุ
้หนา ๒๓
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๖๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔
ข้อ 8 การแสดงฉลากของผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง
ให้ปฏิบัติตา มประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ
และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ก าหนดการแสดงฉลากไว้เป็นการเฉพาะ แล้วแต่กรณี
ข้อ 9 การแสดงฉลากของผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง
ให้แสดงข้อความดังต่อไปนี้ด้วย
(1) ข้อความ “ค าเตือน ” ด้วยตัวอักษรขนาดไม่เล็กกว่า 1.5 มม. ในกรอบสี่เหลี่ยม
สีของตัวอักษรตัดกับสีของพื้นกรอบ และสีกรอบตัดกับสีของพื้นฉลาก
(2) ข้อความ “เด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร ไม่ควรรับประทาน”
(3) ข้อความ “หากมีอาการผิดปกติ ควรหยุดรับประทานทันที”
(4) ข้อความ “ผู้ที่แพ้หรือไวต่อสาร THC หรือ CBD ควรระวังในการรับประทาน”
(5) ข้อความ “อาจท าให้ง่วงซึมได้ ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะ หรือท างานเกี่ยวกับ
เครื่องจักรกล”
(6) ข้อความแสดงปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอลต่อหน่วยบรรจุ โดยแสดงข้อความ
“มีสาร THC ไม่เกิน 1.6 มิลลิกรัม ต่อหน่วยบรรจุ”
(7) ข้อความ “ไม่ควรบริโภคเกินวันละ 2 หน่วยบรรจุ”
(8) ค าว่า “กัญชา” หรือ “กัญชง” หรือชื่อส่วนของกัญชาหรือกัญชงที่ใช้เป็นส่วนประกอบ
ของอาหารเป็นส่วนหนึ่งของชื่ออาหารหรือก ากับชื่ออาหาร
(9) ข้อความอื่น ๆ ตามที่รัฐมนตรีประกาศก าหนด
ข้อ 10 การแสดงข้อความกล่าวอ้างทางโภชนาการบนฉลากผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบ
ของส่วนของกัญชาหรือกัญชงให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยฉลากโภชนาการ
ข้อ 11 การแสดงข้อความกล่าวอ้างทางสุขภาพบนฉลากผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประ กอบ
ของส่วนของกัญชาหรือกัญชงให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการกล่าวอ้างทางสุขภาพ
ของอาหาร
ข้อ 12 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖4
อนุทิน ชาญวีรกูล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
้หนา ๒๔
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๖๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔
|
test
| 458
|
479.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/479.pdf
|
กฎกระทรวง
ฉบับที่ 365 (พ.ศ. 2563)
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๔ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ
แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๑๓ และมาตรา ๔๒ (๑๗) แห่งประมวลรัษฎากร
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๔๙๖
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความใน (97) ของข้อ 2 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)
ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๓๓๔ (พ.ศ. ๒๕๖๐) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร และให้ใช้
ความต่อไปนี้แทน
“(97) เงินได้เท่าที่ผู้มีเงินได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันภัยในปีภาษี ให้แก่บริษัทประกันชีวิตหรือ
บริษัทประกันวินาศภัยที่ประกอบกิจการในราชอาณาจักรส าหรับการประกันสุขภาพของผู้มีเงินได้
ตามจ านวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เ กินสองหมื่นห้าพันบาท ซึ่งเมื่อรวมกับค่าลดหย่อนตามมาตรา 47 (1) (ง)
แห่งประมวลรัษฎากร หรือเงินได้ที่ได้รับยกเว้นตาม (61) วรรคหนึ่ง หรือ (94) แล้วแต่กรณี
ต้องไม่เกินหนึ่งแสนบาท ทั้งนี้ ส าหรับเบี้ยประกันภัยที่ได้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563
เป็นต้นไป และให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีก าหนด”
ข้อ ๒ บทบัญญัติใน (๙๗) ของข้อ 2 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)
ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๓๓๔ (พ.ศ. ๒๕๖๐) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ให้ยังคง
ใช้บังคับต่อไปส าหรับเงินได้เท่าที่จ่ายเป็นเบี้ยประกันภัยก่อนวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖3
อุตตม สาวนายน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
้หนา ๑
่เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๔๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๓
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมและจูงใจ
ให้ประชาชนท าประกันสุขภาพอันจะเป็นการบรรเทาภาระของประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพโดยตรง
และโดยอ้อมจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และส่งเสริมให้ประ ชาชนดูแลสุขภาพ
สมควรเพิ่มวงเงินของเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมค านวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ส าหรับเงินได้
ที่จ่ายเป็นเบี้ยประกันภัยส าหรับการประกันสุขภาพของผู้มีเงินได้ จึงจ าเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
้หนา ๒
่เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๔๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๓
|
test
| 459
|
1175.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1175.pdf
|
กฎกระทรวง
ฉบับที่ 382 (พ.ศ. 2565)
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๔ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๑๓ และมาตรา ๔๒ (๑๗)
แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐)
พ.ศ. ๒๔๙๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ก าหนดให้เงินได้ที่ผู้มีเงินได้ได้รับเป็นเงินสนับสนุนหรือประโยชน์อื่นใดจากภาครัฐ
ดังต่อไปนี้ เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมค านวณเพื่อเสียภาษีเงินได้
(๑) เงินสนับสนุนหรือประโยชน์อื่นใดที่ได้รับเป็นค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว
ค่าสินค้าหนึ่งต าบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ค่าสปาหรือนวดเพื่อสุขภาพ ค่ารถเช่าหรือเรือเช่าเพื่อการท่องเที่ยว
หรือค่าตั๋วโดยสารเครื่องบิน ตามโครงการเราเที่ยวด้วยกัน
(๒) ประโยชน์อื่นใดที่ได้รับเป็นค่าซื้อแพ็กเกจทัวร์จากผู้ประกอบการน าเที่ยวตามโครงการก าลังใจ
(๓) ประโยชน์อื่นใดที่ได้รับเป็นค่าเดินทางและค่าซื้อแพ็กเกจทัวร์จากผู้ประกอบการน าเที่ยว
ตามโครงการทัวร์เที่ยวไทย
(๔) ประโยชน์อื่นใดที่ได้รับเป็นค่าซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น
ตามโครงการเพิ่มก าลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ ๒ และค่าซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้า
ราคาประหยัด พัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและค่าซื้อสินค้าหรือบริการจากร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วม
โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ ๓ ตามโครงการเพิ่มก าลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ ๓
(๕) ประโยชน์อื่นใดที่ได้รับเป็นค่าซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น
และค่าซื้อสินค้าหรือบริการจากร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ ๓
ตามโครงการเพิ่มก าลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
้หนา ๖
่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๓๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๕
(๖) ประโยชน์อื่นใดที่ได้รับเป็นค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม และค่าซื้อสินค้าหรือบริการที่ได้ใช้จ่าย
ผ่านระบบการช าระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ ตามโครงการคนละครึ่ง โครงการคนละครึ่ง
ระยะที่ ๒ และโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ ๓
(๗) ประโยชน์อื่นใดที่ได้รับในรูปของบัตรก านัลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Voucher) เป็นค่าอาหาร
ค่าเครื่องดื่ม และค่าซื้อสินค้าหรือบริการที่ได้ใช้จ่ายผ่านระบบการช าระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ
ตามโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้
(๘) เงินสนับสนุนที่ได้รับเป็นค่าครองชีพตามโครงการเราชนะ
(๙) เงินสนับสนุนที่ได้รับตามโครงการ ม๓๓ เรารักกัน
(๑๐) เงินสนับสนุนที่ได้รับตามโครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา ๓๓ ในกิจการ
ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด
(๑๑) เงินสนับสนุนที่ได้รับตามโครงการเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา ๓๙ และมาตรา ๔๐
ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด
(๑๒) เงินสนับสนุนที่ได้รับตามโครงการเยียวยาผู้ประกันตนในกิจการสถานบันเทิง
และผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ท างานเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ
(๑๓) เงินสนับสนุนที่ได้รับตามโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SMEs
ทั้งนี้ ผู้มีเงินได้ต้องไม่น าค่าใช้จ่ายที่จ่ายจากเงินได้ที่ได้รับตามโครงการดังกล่าวมาหักเป็นค่าใช้จ่าย
ในการค านวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
(๑๔) เงินสนับสนุนที่ได้รับตามโครงการช่วยเหลือกลุ่มอาชีพผู้ขับรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่)
และรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีอายุเกิน ๖๕ ปี ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)
(๑๕) เงินสนับสนุนที่ได้รับตามโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา
ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙
(๑๖) เงินสนับสนุนที่ได้รับตามโครงการมาตรการการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนิสิต
นักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐและเอกชน
ข้อ ๒ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับส าหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับในปีภาษี พ.ศ. ๒๕๖๔
ให้ไว้ ณ วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖5
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
้หนา ๗
่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๓๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๕
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลได้จัดให้มีเงินสนับสนุนหรือ
ประโยชน์อื่นใดจากภาครัฐอันเนื่องมาจากการบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
ตามโครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการก าลังใจ โครงการทัวร์เที่ยวไทย โครงการเพิ่มก าลังซื้อให้แก่ผู้มี
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ ๒ โครงการเพิ่มก าลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ ๓ โครงการ
เพิ่มก าลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ โครงการคนละครึ่ง โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ ๒
และโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ ๓ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ โครงการเราชนะ โครงการ ม๓๓ เรารักกัน
โครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา ๓๓ ในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในพื้นที่
ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โครงการเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา ๓๙ และมาตรา ๔๐ ที่ได้รับผลกระทบ
จากมาตรการของรัฐในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โครงการเยียวยาผู้ประกันตนในกิจการสถานบันเทิง
และผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ท างานเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ โครงการ
ช่วยเหลือกลุ่มอาชีพผู้ขับรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) และรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีอายุเกิน ๖๕ ปี ที่ได้รับ
ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙) โครงการให้ความช่วยเหลือ
บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด -๑๙ โครงการมาตรการการลดภาระ
ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนิสิต นักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐและเอกชน และโครงการส่งเสริมและ
รักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SMEs สมควรก าหนดให้เงินสนับสนุนหรือประโยชน์อื่นใดที่ผู้มีเงินได้ได้รับ
จากโครงการดังกล่าวในปีภาษี พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมค านวณ
เพื่อเสียภาษีเงินได้ จึงจ าเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
้หนา ๘
่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๓๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๕
|
test
| 460
|
1518.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1518.pdf
|
ประกาศกรมศุลกากร
ที่ 54/2566
เรื่อง ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ส าหรับติดต่อกรมศุลกากร
พ.ศ. 2566
โดยที่มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๕
บัญญัติให้บรรดาค าขออนุญาตหรือการติดต่อใด ๆ ที่ประชาชนส่งหรือมีถึงหน่วยงานของรัฐ หรือ
เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่หน่วยงานของรัฐประกาศก าหนดให้ถือว่า
หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นได้รับตามวันและเวลาที่ค าขออนุญาตหรือการติดต่อนั้นเข้าสู่ระบบ
สมควรก าหนดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ส าหรับประชาชนใช้ในการยื่นค าขอหรือติดต่อกรมศุลกากร
โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอ านวยความสะดวกและลดภาระแก่ประชาชน
รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการ
ทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๕ อธิบดีกรมศุลกากร ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ต่อไปนี้ เป็นช่องทางส าหรับประชาชนยื่นค าขอหรือติดต่อ
กรมศุลกากร หรืออธิบดีกรมศุลกากร โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
(๑) เว็บไซต์กรมศุลกากร www.customs.go.th ส าหรับการใช้บริการระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์
ของกรมศุลกากร
(2) เว็บไซต์ www.thainsw.net ส าหรับการใช้บริการระบบ National Single Window (NSW)
ในการปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์
(3) ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) [email protected] ส าหรับการส่งหนังสือราชการ
และหนังสือทั่วไป
(4) ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) [email protected] ส าหรับการขอรับบริการอื่น
นอกเหนือจากระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ของกรมศุลกากร ตาม (1) และ (2)
กรณีที่มีกฎหมาย กฎ หรือระเบียบใดก าหนดให้ยื่นค าขอตามวรรคหนึ่งต่อส่วนราชการระดับกอง
หรือหน่วยงานในสังกัด และส านักงานศุลกากรภาคหรือด่านศุลกากรในสังกัดส านักงานศุลกากรภาค
ให้ใช้ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) ดังต่อไปนี้
(4.๑) กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล)
[email protected]
(4.๒) กองมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล)
[email protected]
้หนา ๓๕
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๑๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๖
(4.๓) กองบริหารจัดการและพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลการน าเข้า ส่งออก และโลจิสติกส์
ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) [email protected]
(4.๔) ส านักงานศุลกากรภาคที่ ๑ ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล)
[email protected]
(4.๕) ส านักงานศุลกากรภาคที่ ๒ ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล)
[email protected]
(4.๖) ส านักงานศุลกากรภาคที่ ๓ ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล)
[email protected]
(4.๗) ส านักงานศุลกากรภาคที่ ๔ ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล)
[email protected]
(4.๘) ส านักงานศุลกากรภาคที่ ๕ ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล)
[email protected]
ข้อ 2 ประชาชนอาจใช้วิธีการบันทึกภาพจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
เพื่อเป็นหลักฐานเบื้องต้นว่าได้มีการยื่นค าขอหรือติดต่อกรมศุลกากรหรืออธิบดีกรมศุลกากร ทางช่องทาง
ตามข้อ ๑ แล้ว ก็ได้
ข้อ 3 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. ๒๕66
พชร อนันตศิลป์
อธิบดีกรมศุลกากร
้หนา ๓๖
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๑๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๖
|
test
| 461
|
1938.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1938.pdf
|
พ101221?2
ออ#2/ค/2/Q')10//311121
/N2"O/0210N/O'11121 ((1(%?P efc)
พ.0. `cde
พ10(2%2/N"Oพ10)1N/'%112/2&>("?01?2>'%1/ห2/>1231!
พ10/>1N3O2NO2อ0CNห1/
QหOR/O ! /1'%?P 4 /ิถุนา0น พ.0. `cd7
N)็')?%?P 9 Q'1123)ัB(1'
พ10(2%2/N"Oพ10)1N/'%112/2& >("?01?2>'%1/ห2/>1231! พ10/>1N3O2NO2อ0CNห1/
/?พ10(1/12Pอ21P)1"N3O2/ QหO)1020/N2
P"0%?PN)็'212/ค/10N/O'.21?N>'R"OQหOON(Bคค3&11/"2O30(1>11%ห1AอหO2หBO'2N/''>#>(Bคค3
2ํ2ห11(N>'R"O%?PR"ON20N)็'คN2AQอO30คN2#>"#1Q10((3OอP%1%10'์/1)>"
อ2010อํ2'2#2/ค/2/Q'/2#12 _ec อ11&11/'COหN12อ2!211R%0 O30/2#12 a (_)
OหN)10//311121 @POORNพ>P/N#>/P"0พ1012(11#>OORNพ>P/N#>/)10//311121 ((1(%?P _^)
พ.0. `bgd @%1พ101B!2P)1"N3O2/ QหO#12พ101221?2@Q'R/O "1#NอR)'?Q
/2#12 _ พ101221?2'?QN1?0/N2 พ101221?2ออ#2/ค/2/Q')10//311121
/N2"O/0210N/O'11121 ((1(%?P efc) พ.0. `cde
/2#12 ` พ101221?2'?QQหOQO(1ค1(#1QO#N/1'$1"2/1')1020Q'12>2'BN(12
N)็'#O'R)
/2#12 a Q'พ101221?2'?Q
หนา ๑๐
เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ มิถุนายน ๒๕๖๗
2$2')10อ( >21 ห/20ค/2//N2 2$2'%?P@P*CO)10อ(>21QO)10อ(>21
N)็')10ํ2ห1Aอ2$2'%?P@PQON)็'%?P*3>#2>'คO2N)็')10ํ2
N#พ1 '2พ>N01Nพ20> ห/20ค/2//N2 %Oอ%?P1ห/1"'12&>/22 1ห/1")ั##2'? 1ห/1"0032
1ห/1"232Nพ20Q'% Oอ%?Pอํ2N.อ0'0 อํ2N.อN%พ2 อํ2N.อ'2%/ ? O30อํ2N.อ20( O20Oอ0
O301ห/1"2#C3
/2#12 b QหO0N/O'.21?N>'R"O#2/2N/' ` O302N/' a ห//" a Q'311!0 `
OหN)10//311121 N)็'ํ2'/'1Oอ030ห'@P1Oอ0อN>'R"ON%N2%?PR"ON20N)็'คN2AQอO30คN2#>"#1Q10((
3OอP%1%10'์/1)>" ! 2$2')10อ(>21%?P#1Qอ0CNQ'N#พ1 '2พ>N01Nพ20> "1#NอR)'?Q
(_) 2ํ2ห11((Bคค3&11/"2 @P/?N>'R"Oพ@)10N/>'#2//2#12 b^ (c) (d) (e) O30 (f)
OหN)10//311121 O30/?2$2')10อ(>21#1Qอ0CNQ'N#พ1 '2พ>N01Nพ20> %?PR"ON20คN2AQอ
O30คN2#>"#1Q10((3OอP%1%10'์/1)>""13N2/#1QO#N/1'%?P _ /12ค/ พ.0. `cde $@/1'%?P
a_ &1'/2ค/ พ.0. `cdg
(`) 2ํ2ห11((1>11%ห1AอหO2หBO'2N/''>#>(Bคค3 @P/?2$2')10อ( >21# 1Qอ0CNQ'
N#พ1 '2พ>N01Nพ20> %?PR"ON20คN2AQอO30คN2#>"#1Q10((3OอP%1%10'์/1)>""13N2/ 2ํ2ห11(
1อ(1000N/32(1?%?PN1>P/Q'ห1Aอห31/1'%?P _ /12ค/ พ.0. `cde O#NR/NN>'/1'%?P a_ &1'/2ค/ พ.0. `cdg
21R"O11(0N/O'#2//11คห'@P QหON)็'R)#2/ห31N!์ />&?21 O30NAPอ'R%?Pอ&>("?)1020ํ2ห'"
/2#12 c QหO11/'#1?/N22110%1/21ค31111221#2/พ101221?2'?Q
*CO11(2'อพ10(1/12Pอ21
N0112 %/?2>'
'2011/'#1?
หนา ๑๑
เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ มิถุนายน ๒๕๖๗
ห/20Nห#B :- Nห#B*3Q'21)1020QOพ101221?2(1('?Q คAอ N'APอ2/2#121.21?NพAPอ2'1(2'B'
QหO/?21#>"#1Q10((3OอP%1%10'์/1)>"Q'N#พ1 '2พ>N01Nพ20>#2/%?Pํ2ห'"R/OQ'พ101221?2
ออ#2/ค/2/Q')10//311121 /N2"O/0210N/O'11121 ((1(%?P e`f) พ.0. `cdb /?*3QO(1ค1(
$@/1'%?P a_ &1'/2ค/ พ.0. `cdd NพAPอN)็'212NN21>/O30CQQหON>"21คO2O30213% B'Q'
N#พ1 '2พ>N01Nพ20> 21O2ค/2/NAPอ/1P'O30N/01112ค/2/)3อ".10Q'?/>#O30%11พ0์2>'อ)102'
O30*CO)10อ(21 1//%1QN)็'212'1(2'B'21"ํ2N'>'21อ.2ค11Q'2121O2ค/2/2(O30ค/2//1P'ค
Q'1ห/1"20O"'.2คQ#O 2/ค/10N/O'.21?N>'R"OQหOON(Bคค3&11/"2O30(1>11%ห1AอหO2หBO'2N/''>#>(Bคค3
2ํ2ห11(N>'R"ON%N2%?PR"ON20N)็'คN2AQอO30คN2#>"#1Q10((3OอP%1%10'์/1)>" ! 2$2')10อ(>21
%?P#1Qอ0CNQ'N#พ1 '2พ>N01Nพ20> #1QO#N/1'%?P _ /12ค/ พ.0. `cde $@/1'%?P a_ &1'/2ค/ พ.0. `cdg
@ํ2N)็'#Oอ#12พ101221?2'?Q
หนา ๑๒
เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ มิถุนายน ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 462
|
2202.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/2202.pdf
|
'102010#1/21ค31
/N2 O/0.21?N>%R OO30.21?/C3คN2Nพ>N/ (&1&#?N fa`)
N1ANอ ํ2ห% อค์21 2"2%22$21B03 2"2%พ02&23 O302"2%0@12
!2//2!12 be (e) () OหN'10//311121 O30/2!12 a (b) () OหNพ101221?2
ออ!2/ค/2/Q%'10//311121 /N2 O/0210N/O%.21?/C3คN2Nพ>N/ (&1&#?N `ag)
พ.0. `cab @NOORNพ>N/N!>/P 0พ101221?2ออ!2/ค/2/Q%'10//311121
/N2 O/0210N/O%.21?/C3คN2Nพ>N/ (&1&#?N `cb) พ.0. `cac
อ2010อํ2%2!2/ค/2/Q%/2!12 be (e) () OหN'10//311121 @NOORNพ>N/N!>/P 0
พ1012&11!>OORNพ>N/N!>/'10//311121 (&1&#?N _g) พ.0. `c^f O30/2!12 a (b) ()
OหNพ101221?2ออ!2/ค/2/Q%'10//311121 /N2 O/0210N/O%.21?/C3คN2Nพ>N/ (&1&#?N `ag)
พ.0. `cab @NOORNพ>N/N!>/P 0พ101221?2ออ!2/ค/2/Q%'10//311121 /N2 O/0210N/O%
.21?/C3คN2Nพ>N/ (&1&#?N `cb) พ.0. `cac 11/%!1?/N22110#1/21ค31 @'1020 1!NอR'%?O
Oอ _ QหONพ>N/ค/2/!NอR'%?ON'็% (_^ac) อOอ a OหN'102010#1/21ค3 1
/N2 O/0.21?N>%R OO30.21 ?/C3คN2Nพ>N/ ( &1&#?N `) N1ANอ ํ2ห% อค ์21 2"2%22$21 B03
2"2%พ02&23 O302"2%0@12 !2//2!12 be (e) () OหN'10//311121 O30/2!12 a (b) ()
OหNพ101221?2ออ!2/ค/2/Q%'10//311121 /N2 O/0210N/O%.21?/C3คN2Nพ>N/ (&1&#?N `ag)
พ.0. `cab @NOORNพ>N/N!>/P 0พ101221?2ออ!2/ค/2/Q%'10//311121 /N2 O/0210N/O%
.21?/C3คN2Nพ>N/ (&1&#?N `cb) พ.0. `cac 3/1%#?N _` !B32ค/ พ.0. `cac
(_^ac) /C3%>$>ค/2/11 N/!!2 '12?
Oอ ` '1020%?OQหON1>N/QO&1ค1&
(_) 2ํ2ห11&N>%R Oพ@'10N/>%'10ํ2'ี พ.0. `cde #?N0!Oอ0AN%12021Q% พ.0. `cdf
N'็%!O%R'
(`) 2ํ2ห11&/C3คN2อ2%.21?อ(CO'10อ&21Q%N Aอ%พ20>20% พ.0. `cde N'็%!O%R'
'1020 /1%#?N 14 พ20>20% พ.0. `cde
B3พ1%$์ อ/1/>/1%์
11/%!1?N/0/N221/ '>&1!>1221O#%
11/%!1?/N22110#1/21ค31
หนา ๑๑
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๓๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 463
|
1997.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1997.pdf
|
)#>@02ํ@'?@'!@##@'*ล># ?!์อB#2@ห##!
N#APอ O#N#?Q*CO##/2อ(@#%ํ@*ล># ?!์อB#2@ห##! ((?(%?P 13)
.0. 2567
P""%?PN)็'@#2!ค/#O#N#?Q*CO##/2อ(@#%ํ@*ล># ?!์อB#2@ห##! NAPอ"ํ@N'>'@###/2อ(
@#%ํ@*ล># ?!์อB#2@ห##!
อ@0?"อํ@'@#@!ค/@!Q'!@##@ ๕ OหN#>#@(?ญญ?#>!@##@'*ล># ?!์อB#2@ห##!
.0. `๕__ @POORN>P!N#>!P""#>#@(?ญญ?#>!@##@'*ล># ?!์อB#2@ห##! ((?(%?P 8) .0. `๕62
Nล@&>@#2ํ@'?@'!@##@'*ล># ?!์อB#2@ห##! P""ค/@!NหO'อ(อค!>##!@#!@##@'
*ล># ?!์อB#2@ห##! @ออ)#>@0R/O "?#NอR)'?Q
Oอ _ )#>@0'?QN#?"/N@ )#>@02ํ@'?@'!@##@'*ล># ?!์อB#2@ห##! N#APอ O#N#?Q
*CO##/2อ(@#%ํ@*ล># ?!์อB#2@ห##! ((?(%?P 13) .0. 2567
Oอ ` )#>@0'?QQหOQO(?ค?(#?QO#N/?'$?"@/?')#>@0Q'#@>@'BN(1@N)็'#O'R)
Oอ a QหOO#N#?Q อB#2@ห##!? '@!Cล'>&> 2$@(?'R้@Oล>อ>NลO%#อ'>2์ N)็'*CO##/2อ(
@#%ํ@*ล># ?!์อB#2@ห##! ํ@'/' 27 !@##@' "?#NอR)'?Q
ลํ@ ? #?P "ล>! ?์อB!ส@ห##! !@!#@Nล#?P
!อ.
1 ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (5) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? Nค#APอลO@@
60335
NลN! 2 (5)
2
ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (8) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? Nค#APอPห/ Nค#APอ!? "!
Oล>Nค#APอQOR้@#?PคลO@"?
60335
NลN! 2 (8)
3 ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (10) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? Nค#APอ? N@Oล>Nค#APอ? ลO@AQ
60335
NลN! 2 (10)
4 ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (14) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? Nค#APอค#?/
60335
NลN! 2 (14)
5 ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (21) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? Nค#APอ#ํ@Qํ@#Oอ!?"?NO
60335
NลN! 2 (21)
6 ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (27) Oอํ@ห N@>Nค#APอQOR้@สํ@ห#? อ@ ">/ O/"#?ส?Oส
60335
NลN! 2 (27)
หนา ๕๒
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๙๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗
ลํ@ ? #?P "ล>! ?์อB!ส@ห##! !@!#@Nล#?P
!อ.
7 ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (28) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? ?#N"O "O@
60335
NลN! 2 (28)
8 ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (32) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? Nค#APอ/ #N@@"
60335
NลN! 2 (32)
9
ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (37) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? Nค#APอ#อ P ?#N>@>"์
Oล>Nค#APอ#อ Qํ@!?#N/!N>@>"์
60335
NลN! 2 (37)
10
ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (39) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? #>#>R้@อN!#>สค์
N>@>"์
60335
NลN! 2 (39)
11
ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (42) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? N!@อ R้@ ?ค? @ค/@!#Oอ
ห!Oอ@PR้@ Oล>N!O@อ R้@@RอQํ@ N>@>"์
60335
NลN! 2 (42)
12
ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (43) Oอํ@ห N@>ส ํ@ห#? Nค#APอ!@Nส AQอ"O@
Oล>#@/O/"O@NO !?/
60335
NลN! 2 (43)
13 ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (44) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? Nค#APอ#? "O@
60335
NลN! 2 (44)
14
ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (45) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? Nค#APอ!AอQหOค/@!#Oอห"> "
R O
60335
NลN! 2 (45)
15 ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (47) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? #>#>หB!O!R้@N>@>"์
60335
NลN! 2 (47)
16 ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (52) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? Nค#APอสBอ@!?"Nอ!@R้@
60335
NลN! 2 (52)
17
ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (53) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? Nค#APอ#ํ@QหO#OอN@@
Oล>!COอ อ>#@N#
60335
NลN! 2 (53)
18 ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (59) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? Nค#APอN@O!ล
60335
NลN! 2 (59)
19 ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (74) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? !?/#ํ@QหO#Oอ O/"@#ON"ห>Q/R O
60335
NลN! 2 (74)
หนา ๕๓
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๙๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗
ลํ@ ? #?P "ล>! ?์อB!ส@ห##! !@!#@Nล#?P
!อ.
20 ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (76) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? Nค#APอN@"ล?@#?Q/R้@
60335
NลN! 2 (76)
21 ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (78) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? Nค#APอ @#์ ?ค>/ @"ออ@ค@#
60335
NลN! 2 (78)
22
ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (79) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? Nค#APอ#ํ@ค/@!ส>อ@ QOค/@! ?สC
Oล>Nค#APอ#ํ@ค/@!ส>อ@ QORอQํ@
60335
NลN! 2 (79)
23 ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (90) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? N!@อ R!Pค#N/N>@>"์
60335
NลN! 2 (90)
24 ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (98) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? Nค#APอ#ํ@ค/@!AQ
60335
NลN! 2 (98)
25 ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (109) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? Nค#APอ ํ@ ? Qํ@ O/"#?ส?"C/?
60335
NลN! 2 (109)
26
ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (113) Oอํ@ห N@>ส ํ@ห#? Nค#APอ COลค/@!@!
#?P!?NลNอ#์Oล>OหลNํ@N> OสNO!#/!อ"CN
60335
NลN! 2 (113)
27 ค/@!!ลอ ?"อNค#APอQOR้@สํ@ห#? QOQ#?Pอ"CNอ@0?"Oล>Nค#APอQOR้@อAP
#?PคลO@"? NลN! 2 (115) Oอํ@ห N@>สํ@ห#? Nค#APอ COลค/@!@!">/
60335
NลN! 2 (115)
)#>@0 ! /?'%?P 18 !>$B'@"' .0. `๕67
/?'?" '!?"
Nล@&>@#2ํ@'?@'!@##@'*ล># ?!์อB#2@ห##!
หนา ๕๔
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๙๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 464
|
1743.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1743.pdf
|
1>N&?0&1/$B1>พ3?@%
/N@ O/0ห3?Nฑ์@1N@0N>%2>%&% N>%1@/?3O3>คN@QON@0Q%@1 ํ@N%>%@% (&?&#?N `)
พ.0. `cdd
P 0#?NN'็%@12/ค/1OOR'1?&'1B1>N&?0&1/$B1>พ3?@%N?N0/?&ห3?Nฑ์@1N@0N>%
2>%&%1@/?3O3>/>$?'>&?!>Q%@1อ1?&N>%2>%&% N>%1@/?3O3>คN@QON@0Q%@1 ํ@N%>%@%QหO/?'1>2>#$>.@พ
O3>Nห/@>2/0>N@O%
อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ a` OหNพ1>1@&??!>1>N&?0&&1>ห@11@@1O( N% >%
พ.0. `cab @NOORNพ>N/N!>/P 0พ1>1@&??!>1>N&?0&&1>ห@11@@1O(N% >% (&?&#?N c) พ.0. `cbc
O3>Oอ c._ อ1>N&?0&1>#1/@1ค3?/N@ O/0@1N@0N>%2>%&%1@/?3O3>คN@QON@0Q%@1 ํ@N%>%@%
พ.0. `cbd อ$>& ?1/$B1>พ3?@% @/@1>N&?0&R/O ?!NอR'%?O
Oอ 1 1>N&?0&%?ON1?0/N@ 1>N&?0&1/$B1>พ3?@% /N@ O/0ห3?Nฑ์@1N@0N>%2>%&%
N>%1@/?3O3>คN@QON@0Q%@1 ํ@N%>%@% (&?&#?N `) พ.0. `cdd
Oอ 2 1>N&?0&%?OQหOQO&?ค?&!?OO!N/?%"? @/?%#?N'1>@0Q%1@>@%BN&1@N'็%!O%R'
Oอ 3 QหO0N3>ค/@/Q%Oอ b &#%>0@/คํ@/N@ (COOOค/@/%ํ@?& OหN1>N&?0&1/$B1>พ3?@%
/N@ O/0ห3?Nฑ์@1N@0N>%2>%&% N>%1@/?3O3>คN@QON@0Q%@1 ํ@N%>%@% พ.0. `cd` O3>QหOQOค/@/
?!NอR'%?OO#%
(COOOค/@/%ํ@?& ห/@0ค/@//N@ &Bคค3N ?0/ห1Aอห3@0ค% @N%ํ@N&@>O2ห1AอNคO@N1ANอ
OหN@11>#ํ@(> /@OO(CO1?&OOค/@/%ํ@?& %2@/@1"3P#1(CO1>#ํ@ค/@/(> R O O!N!Oอ/>QNNO@ห%O@#?N
(CO?&ห1AอO@1@@1ห1 Aอพ%?@%N O@ห%O@#?N1/$B1>พ3?@% ห1Aอ2ํ@%?@%พ3 ?@%?ห/?
ห1Aอพ%?@%NO@ห%O@#?N(CO/?ห%O@#?N ํ@N%>%@1!@/ห/@0Q%N1ANอ%?O%
'1>@0 /?%#?N 29 พ20>@0% พ.0. `cd6
%?%$>@ #?2Bพ@%>
อ$>& ?1/$B1>พ3?@%
หนา ๑
เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๓๐๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๘ ธันวาคม ๒๕๖๖
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 465
|
841.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/841.pdf
|
ระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี
ว่ำด้วยกำรพัฒนำแรงงำนและประสำนงำนกำรฝึกอำชีพแห่งชำติ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๖๔
โดยที่เป็นกำรสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรพัฒนำแรงงำน
และประสำนงำนกำรฝึกอำชีพแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๕๒ ให้มีควำมเหมำะสมกับสภำวกำรณ์ในปัจจุบัน
อำศัยอ ำนำจตำมควำมในมำตรำ ๑๑ (๘) แห่งพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำรแผ่นดิน
พ.ศ. ๒๕๓๔ นำยกรัฐมนตรีโดยควำมเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจึงวำงระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่ำ “ระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรพัฒนำแรงงำน
และประสำนงำนกำรฝึกอำชีพแห่งชำติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๔”
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจำกวันประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกควำมใน (๒) และ (๓) ของข้อ ๔ แห่งระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี
ว่ำด้วยกำรพัฒนำแรงงำนและประสำนงำนกำรฝึกอำชีพแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๕๒ และให้ใช้ควำมต่อไปนี้แทน
“(๒) รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงแรงงำน เป็นรองประธำนกรรมกำรคนที่หนึ่ง และรัฐมนตรีช่วยว่ำกำร
กระทรวงแรงงำนตำมที่รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงแรงงำนมอบหมำย เป็นรองประธำนกรรมกำรคนที่สอง
(๓) กรรมกำรโดยต ำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงกำรคลัง ปลัดกระทรวงกำรท่องเที่ยวและกีฬำ
ปลัดกระทรวงกำรพัฒนำสังคมและควำมมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงกำรอุดมศึกษำ วิทยำศำสตร์
วิจัยและนวัตกรรม ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ปลัดกระทรวงมหำดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงแรงงำน ปลัดกระทรวงศึกษำธิกำร
ปลัดกระทรวงสำธำรณสุข ปลัดกระทรวงอุตสำหกรรม ผู้อ ำนวยกำรส ำนักงบประมำณ เลขำธิกำร
สภำพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ เลขำธิกำรคณะกรรมกำรส่งเสริมกำรลงทุน เลขำธิกำร
คณะกรรมกำรกำรอำชีวศึกษำ อธิบดีกรมกำรจัดหำงำน อธิบดีกรมสวัสดิกำรและคุ้มครองแรงงำน
เลขำธิกำรส ำนักงำนประกันสังคม ผู้อ ำนวยกำรสถำบันคุณวุฒิวิชำชีพ ผู้อ ำนวยกำรส ำนักงำนส่งเสริ ม
วิสำหกิจขนำดกลำงและขนำดย่อม เลขำธิกำรคณะกรรมกำรนโยบำยเขตพัฒนำพิเศษภำคตะวันออก
ปลัดกรุงเทพมหำนคร ประธำนสภำหอกำรค้ำแห่งประเทศไทย ประธำนสภำอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย
นำยกสมำคมกำรจัดกำรงำนบุคคลแห่งประเทศไทย ประธำนสมำพันธ์เอสเอ็มอีไทย และประธำนสถำบันวิจัย
เพื่อกำรพัฒนำประเทศไทย”
้หนา ๒
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๙๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๔
ข้อ ๔ ให้ยกเลิกควำมใน (๑) และ (๒) ของข้อ ๘ แห่งระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี
ว่ำด้วยกำรพัฒนำแรงงำนและประสำนงำนกำรฝึกอำชีพแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๕๒ และให้ใช้ควำมต่อไปนี้แทน
“(๑) ก ำหนดนโยบำยและแนวทำงในกำรพัฒนำแรงงำนและประสำนงำนกำรฝึกอำชีพของ
ผู้อยู่ในก ำลังแรงงำนให้สอดคล้องกับยุทธศำสตร์ชำติ แผนแม่บทภำยใต้ยุทธศำสตร์ชำติ แผนกำรปฏิรูปประเทศ
แผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ นโยบำยของรัฐบำล และสภำวกำรณ์ทำงเศรษฐกิจและสังคม
(๒) ประสำน แผนกำรพัฒนำทรัพยำกรมนุษย์ระหว่ำงระบบกำรศึกษำกับระบบกำรพัฒนำ
ก ำลังแรงงำน ให้สอดคล้องกับนโยบำยและแนวทำงที่ก ำหนดใน (๑)”
ประกำศ ณ วันที่ 23 สิงหำคม พ.ศ. ๒๕64
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชำ
นำยกรัฐมนตรี
้หนา ๓
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๙๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๔
|
test
| 466
|
1322.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1322.pdf
|
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
เกี่ยวกับภาษีเงินได (ฉบับที่ ๔๒๖)
เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการลดอัตราและยกเวนภาษีเงินได
ของบริษัทซึ่งประกอบกิจการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๖ (๑) และ (๖) และมาตรา ๘ วรรคส องและวรรคสาม
แหงพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร วาดวยการลดอัตราและยกเวนรัษฎากร (ฉบับที่ ๗๓๑)
พ.ศ. ๒๕๖๔ อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขเพื่อการลดอัตรา
และยกเวนภาษีเงินไดของบริษัทซึ่งประกอบกิจการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ดังตอไปนี้
ขอ ๑ ผูมีเงินไดที่เปนแรงงานฝมือหรือผูเชี่ยวชาญที่จะไดรับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได
ตามมาตรา ๔ และมาตรา ๕ แหงพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร วาดวยการลดอัตรา
และยกเวนรัษฎากร (ฉบับที่ ๗๓๑) พ.ศ. ๒๕๖๔ ตองมีคุณสมบัติ ดังตอไปนี้
(๑) กรณีเปนแรงงานฝมือ
(ก) ตองสําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) หรือเทียบเทาขึ้นไป
(ข) ตองผานการทดสอบมาตรฐานฝมือแรงงานแหงชาติระดับ ๒ ในแตละสาขา
ทั้งนี้ ตามกฎหมายวาดวยการสงเสริมการพัฒนาฝมือแรงงาน และ
(ค) ตองมีประสบการณทํางานที่เกี่ยวของหรือเปนประโยชนแกการทํางาน
ในตําแหนงที่ถูกวาจางไมนอยกวา ๕ ป โดยตองมีหนังสือรับรองการทํางานจากนายจางรายหนึ่งรายใด
หรือหลายรายที่แสดงถึงระยะเวลาการทํางานรวมกันตามประสบการณการทํางานดังกลาว
(๒) กรณีเปนผูเชี่ยวชาญ
(ก) ตองสําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเทาขึ้นไป
(ข) ตองมีประสบการณทํางานที่เกี่ยวของหรือเปนประโยชนแกการทํางาน
ในตําแหนงที่ถูกวาจางไมนอยกวา ๘ ป โดยตองมีหนังสือรับรองการทํางานจากนายจางรายหนึ่งรายใด
หรือหลายรายที่แสดงถึงระยะเวลาการทํางานรวมกันตามประสบการณการทํางานดังกลาว
้หนา ๗๙
่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๗๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ กันยายน ๒๕๖๕
ขอ ๒ ใหบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลซึ่งเปนนายจางของผูมีเงินไดตามขอ ๑ แจงชื่อผูมีเงินได
ที่เปนลูกจางซึ่งจะใชสิทธิลดอัตราภาษีเงินไดตอสํานักงานสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบกิจการตั้งอยู
ซึ่งมีขอความอยางนอยตามแบบที่แนบทายประกาศนี้ กอนที่จะมีการจายเงินไดใหแกลูกจางครั้งแรก
และใหเก็บรักษาเอกสารหลักฐานประกอบนั้นไว ณ สถานประกอบกิ จการ พรอมที่จะใหเจาพนักงาน
ประเมินตรวจสอบได
ขอ ๓ บริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลที่จะไดรับยกเวนภาษีเงินไดนิติบุคคลเปนจํานวนสองเทา
ของรายจายที่ไดจายจริงสําหรับเงินลงทุนในหุนหรือการเปนหุนสวนของบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคล
ที่มีสถานประก อบกิจการตั้งอยูในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจตามมาตรา ๘ แหงพระราชกฤษฎีกา
ออกตามความในประมวลรัษฎากร วาดวยการลดอัตราและยกเวนรัษฎากร (ฉบับที่ ๗๓๑) พ.ศ. ๒๕๖๔ นั้น
ตองเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข ดังตอไปนี้
(๑) ตองไมมีสถานประกอบกิจการแหงใดตั้งอยูในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจเปนเวลา
ไมนอยกวา ๑ ปกอนการลงทุนนั้น
(๒) ตองไมขายหรือโอนหุนหรือการเปนหุนสวนของบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคล
ที่มีสถานประกอบกิจการตั้งอยูในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ เวนแตกรณีที่มีเหตุอันสมควรซึ่งเปนกรณีที่ไดขาย
หรือโอนหุนหรือความเปนหุนสวนนั้น เนื่องจากบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลที่มีสถานประกอบกิจการ
ตั้งอยูในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจมีความประสงคที่จะเพิ่มทุน จึงจําตองขายหรือโอนหุนหรือการเปนหุนสวน
ของบริษัทที่มีสถานประกอบกิจการตั้งอยูในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจนั้นบางสวน ใหแกบริษัท
หรือหางหุนสวนนิติบุคคลอื่นที่ไมมีสถานประกอบกิจการอยูในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ เพื่อบริษัท
หรือหางหุนสวนนิติบุคคลอื่นจะเขาซื้อหุนหรือเขาเปนหุนสวนในบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคล
ที่ประกอบกิจการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจในสวนที่มีการเพิ่มทุนดังกลาวได
ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕
ลวรณ แสงสนิท
อธิบดีกรมสรรพากร
้หนา ๘๐
่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๗๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ กันยายน ๒๕๖๕
แบบแจงรายชื่อลูกจางและคุณสมบัติเกี่ยวกับลูกจางตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 731) พ.ศ. ๒๕๖4
วันที่.................................................................
เรียน สรรพากรพื้นที่...........................
1. บริษัท/หางหุนสวนนิติบุคคล........................................................................................................................................
2. เลขประจําตัวผูเสียภาษีอากร (13 หลัก)
ขอแจงรายชื่อลูกจางและคุณสมบัติเกี่ยวกับลูกจางที่อยูในหลักเกณฑที่จะไดรับสิทธิลดอัตราภาษีเงินไดตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 731) พ.ศ. 2564
ลําดับ
ที่ ชื่อ-นามสกุล ตําแหนง วุฒิการศึกษา
(สาขาวิชา)
ระยะเวลา
การจาง
ตามสัญญา
(ป)
มาตรฐานฝมือแรงงาน
แหงชาติ
(ถามี)
ภูมิลําเนากอน
เขาทํางาน
ประสบการณการทํางาน
การทํางานในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ
ทํางานในเขตฯ ครั้งแรก
เคยทํางานในเขตฯ แตพนมาเกิน 1 ป
เคยทํางานในเขตฯ แตพนมาไมเกิน 1 ป
และไมเคยไดรับสิทธิตามพรฎ. 628 โดยออกจากที่เดิม
และเขาที่ใหมซึ่งมีระยะเวลาตอเนื่องกัน
เคยไดรับสิทธิตามพรฎ. 628 และยังคงทํางานในเขตฯ
ที่เดิมในวันกอนวันที่พรฎ. 731 ใชบังคับ
เคยทํางานในเขตฯ แตพนมาไมเกิน 1 ป
และเคยไดรับสิทธิตามพรฎ. 628 โดยออกจากที่เดิม
และตอมาไดเขาทํางานที่เดิมหรือที่ใหม
ระดับ หนังสือรับรอง
ลงวันที่ เดือน ป
ตําแหนง/
สายงาน
ที่ทํา
จํานวนป
ขอรับรองวาขอมูลขางตนถูกตองและเปนความจริง
ลงชื่อ (..........................................................)
ตําแหนง .......................................................
(กรรมการหรือผูเปนหุนสวนหรือผูจัดการ)
ประทับตรา
นิติบุคคล
(ถามี)
|
test
| 467
|
241.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/241.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา
เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. ๒๕๖๒
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๓๕ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ ประกอบกับมาตรา ๓
มาตรา ๔ และมาตรา ๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาก าหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการก าหนดธุรกิจ
ที่ควบคุมสัญญาและลักษณะของสัญญา พ.ศ. ๒๕๔๒ คณะกรรมการว่าด้วยสั ญญาออกประกาศไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคาร
เพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. ๒๕๖๑
ข้อ ๒ ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา
ข้อ ๓ ในประกาศนี้
“ธุรกิจการใ ห้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย ” หมายความว่า การประกอบธุรกิจที่ผู้ประกอบธุรกิจ
ตกลงให้ผู้เช่าซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาได้ใช้อาคารเพื่ออยู่อาศัย และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น
โดยมีสถานที่ให้เช่าตั้งแต่ ๕ หน่วยขึ้นไป ไม่ว่าจะอยู่ในอาคารเดียวกันหรือหลายอาคารรวมกัน
“อาคาร ” หมายความว่า ห้องพัก บ้าน อาคารชุด อพาร์ตเม้นท์ หรือสถานที่พักอาศัย
ที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่จัดขึ้นส าหรับการให้เช่าเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย แต่ไม่รวมถึงหอพักตามกฎหมาย
ว่าด้วยหอพัก และโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
“ผู้ประกอบธุรกิจ ” หมายความว่า ผู้ให้บริการเช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย โดยเรียกเก็บค่าเช่า
จากผู้เช่า
“ผู้เช่า” หมายความรวมถึงผู้เช่าช่วงซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ท าสัญญาเช่าอาคารโดยมีวัตถุประสงค์
เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย
“เงินประกัน” หมายความว่า เงินที่ผู้เช่ าวางเป็นประกันไว้กับผู้ประกอบธุรกิจเป็นค่าประกัน
ความเสียหาย หรือเงินอื่นใดที่ผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บจากผู้เช่าในลักษณะท านองเดียวกัน เพื่อประกัน
ความเสียหายที่ผู้เช่าก่อให้เกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินที่ผู้ประกอบธุรกิจจัดไว้ให้ผู้เช่าใช้สอยและค่าใช้จ่าย
ที่ค้างช าระซึ่งมิใช่ค่าเช่าอาคาร
“ค่าใช้จ่ายในการให้บริการ ” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบธุรกิจที่เกิดขึ้นจาก
การให้บริการเพื่ออ านวยความสะดวกหรือความปลอดภัยในการใช้บริการเช่าอาคารของผู้เช่า ซึ่งมิใช่
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับต้นทุนในการประกอบกิจการให้เช่าอาคารของผู้ประกอบธุรกิจ
“ค่าเช่าล่วงหน้า” หมายความว่า ค่าเช่าอาคารที่ผู้เช่าช าระให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเก็บรักษาไว้
เพื่อเป็นประกันค่าเช่าอาคาร และจะช าระคืนให้แก่ผู้เช่าเมื่อสัญญาเช่าอาคารสิ้นสุดหรือน ามาช าระ
เป็นค่าเช่าอาคารเดือนสุดท้ายตามสัญญาเช่า
้หนา ๔๙
่เลม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๗๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๒
ข้อ ๔ สัญญาเช่าอาคารที่ผู้ประกอบธุรกิจท ากับผู้เช่า ต้องมีข้อความภาษาไทยที่สามารถ
เห็นและอ่านได้อย่างชัดเจน มีขนาดตัวอักษรไม่เล็กกว่าสองมิลลิเมตร โดยมีจ านวนตัวอักษรไม่เกิน
สิบเอ็ดตัวอักษรในหนึ่งนิ้ว และต้องใช้ข้อสัญญาที่มีสาระส าคัญและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจ ผู้เช่า และทรัพย์สินที่ให้เช่า
(๑.๑) ชื่อและที่อยู่ของผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้มีอ านาจกระท าการแทน
(๑.๒) ชื่อและที่อยู่ของผู้เช่า ซึ่งที่สามารถติดต่อได้
(๑.๓) ชื่อและสถานที่ตั้งของอาคาร
(๑.๔) รายละเอียดเกี่ยวกับสภาพของอาคาร รวมถึงทรัพย์สินและอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ
ของอาคาร
(๑.๕) ก าหนดระยะเวลาเช่าอาคาร โดยระบุวัน เดือน ปี ที่เริ่มต้น และวัน เดือน ปี
ที่สิ้นสุดการเช่า
(๑.๖) อัตราค่าเช่าอาคาร และก าหนดระยะเวลาช าระค่าเช่าอาคาร
(๑.๗) อัตราค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าน้ าประปา ค่าโทรศัพท์
โดยแสดงวิธีการค านวณและก าหนดระยะเวลาช าระค่าสาธารณูปโภค
(๑.๘) อัตราค่าใช้จ่ายในการให้บริการ ให้ก าหนดเพียงเท่าที่ได้จ่ายไปจริงและมีเหตุผล
อันสมควร โดยแสดงวิธีการค านวณและก าหนดระยะเวลาช าระค่าใช้จ่ายในการให้บริการ
(๑.๙) จ านวนเงินประกันและจ านวนเงินค่าเช่าล่วงหน้า
(๒) ผู้ประกอบธุรกิจต้องส่งใบแจ้งหนี้ตาม (๑) ในรายการ (๑.๖) ถึง (๑.๘) ให้ผู้เช่าทราบ
ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวันก่อนถึงก าหนดวันช าระค่าเช่าอาคาร โดยผู้เช่ามีสิทธิตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับ
ค่าใช้จ่ายที่ผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บ
(๓) ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดท าหลักฐานการตรวจรับสภาพอาคาร รวมถึงสิ่งอ านวย
ความสะดวกอื่น ๆ (ถ้ามี) แนบท้ายสัญญาเช่าอาคาร พร้อมทั้งส่งมอบให้ผู้เช่าเก็บไว้เป็นหลักฐานหนึ่งฉบับ
(๔) เมื่อสัญญาเช่าอาคารสิ้นสุด ผู้ป ระกอบธุรกิจต้องคืนเงินประกันที่ได้รับจากผู้เช่าทันที
เว้นแต่ผู้ประกอบธุรกิจประสงค์จะตรวจสอบความเสียหายที่ผู้เช่าต้องรับผิดชอบ หากผู้เช่ามิได้ท า
ความเสียหาย ให้ผู้ประกอบธุรกิจคืนเงินประกันภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่สัญญาเช่าอาคารสิ้นสุด และได้กลับ
เข้าครอบครองอาคารแล้ว โดยต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการน าส่งคืนเงินประกันตามวิธีการที่ผู้เช่า
แจ้งให้ทราบ
(๕) กรณีสัญญาเช่าอาคารที่มีก าหนดระยะเวลา ผู้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าอาคาร
ก่อนสิ้นสุดสัญญาเช่าอาคารได้ ทั้งนี้ ผู้เช่าต้องพักอาศัยมาแล้วไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งของระยะเวลา
ตามสัญญาเช่าอาคาร โดยต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือให้ผู้ประกอบธุรกิจทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
และผู้เช่าต้องไม่ผิดนัดค้างช าระค่าเช่า หรือค่าใช้จ่ายอื่น
้หนา ๕๐
่เลม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๗๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๒
(๖) เงื่อนไขการผิดสัญญาที่ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิบอกเลิกสัญญา จะต้องเป็นข้อคว าม
ที่ผู้ประกอบธุรกิจระบุไว้เป็นการเฉพาะด้วยตัวอักษรสีแดง หรือตัวสีด าหนาหรือตัวเอนและขีดเส้นใต้
หรือโดยประการอื่นที่เห็นเด่นชัดกว่าข้อความทั่วไป
(๗) การบอกเลิกสัญญาของผู้ประกอบธุรกิจตาม (๖) ให้ท าเป็นหนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญา
ไปยังผู้เช่าให้ทราบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
ในกรณีเป็นการบอกเลิกสัญญาอันเกิดจากการกระท าของผู้เช่าที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการ
พักอาศัยร่วมกันโดยปกติสุขกับผู้เช่ารายอื่นให้ท าเป็นหนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญาไปยังผู้เช่าให้ทราบล่วงหน้า
เป็นเวลาไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
ในกรณีผู้เช่าไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี
ของประชาชน ผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญานั้นโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า
ข้อ ๕ ข้อสัญญาที่ผู้ประกอบธุรกิจท ากับผู้เช่าต้องไม่ใช้ข้อสัญญาที่มีลักษณะหรือความหมาย
ในลักษณะท านองเดียวกัน ดังต่อไปนี้
(๑) ข้อสัญญาที่เป็นการยกเว้นหรือจ ากัดความรับผิดจากการผิดสัญญาหรือการกระท าละเมิด
ของผู้ประกอบธุรกิจในส่วนที่เป็นสาระส าคัญ โดยไม่มีเหตุผลที่สมควรเพียงพอ
(๒) ข้อสัญญาที่ก าหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันเมื่อรวมกันแล้ว
มีจ านวนเกินกว่าสามเดือนของอัตราค่าเช่าที่คิดเป็นรายเดือน
(๓) ข้อสัญญาที่ก าหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิเปลี่ยนแปลงอัตราค่าเช่าอาคาร
อัตราค่าสาธารณูปโภค และอัตราค่าใช้จ่ายในการให้บริการ ก่อนสัญญาเช่าอาคารสิ้นสุดลง
(๔) ข้อสัญญาที่ก าหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิริบเงินประกันหรือค่าเช่าล่วงหน้า
โดยมิใช่ความผิดของผู้เช่า
(๕) ข้อสัญญาที่ก าหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจหรือตัวแทนเข้าตรวจสอบอาคารโดยมิต้องแจ้งให้
ผู้เช่าทราบก่อนล่วงหน้า เว้นแต่มีเหตุฉุกเฉินหากไม่ด าเนินการจะเกิดความเสี ยหายหรือมีผลกระทบต่อ
ผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้เช่ารายอื่น
(๖) ข้อสัญญาที่ก าหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจก าหนดอัตราค่าบริการกระแสไฟฟ้าและน้ าประปา
ซึ่งเกินกว่าอัตราที่ผู้ให้บริการกระแสไฟฟ้าและน้ าประปาเรียกเก็บจากผู้ประกอบธุรกิจ
(๗) ข้อสัญญาที่ก าหนดให้ผู้ประกอบธุรกิ จมีสิทธิกระท าการปิดกั้นไม่ให้ผู้ให้เช่าเข้าใช้
ประโยชน์อาคาร หรือมีสิทธิเข้าไปในอาคารเพื่อยึดทรัพย์สินหรือขนย้ายทรัพย์สินของผู้เช่า
โดยผู้ประกอบธุรกิจยังไม่ได้ใช้สิทธิในการบอกเลิกสัญญาโดยชอบด้วยกฎหมาย
(๘) ข้อสัญญาที่ก าหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิเรียกค่าต่อสัญญาเช่าอาคารจากผู้เช่ารายเดิม
(๙) ข้อสัญญาที่ก าหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าอาคารกับผู้เช่า โดยผู้เช่า
มิได้ผิดสัญญาอันเป็นสาระส าคัญข้อหนึ่งข้อใดในสัญญา
้หนา ๕๑
่เลม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๗๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๒
(๑๐) ข้อสัญญาที่ก าหนดให้ผู้เช่าต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้งานตาม ปกติ
ต่อทรัพย์สินและอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ของอาคาร
(๑๑) ข้อสัญญาที่ก าหนดให้ผู้เช่าต้องรับผิดในความเสียหายต่ออาคาร ทรัพย์สิน และอุปกรณ์
เครื่องใช้ต่าง ๆ ในเหตุใดอันมิใช่ความผิดของผู้เช่า และในเหตุสุดวิสัย
(๑๒) ข้อสัญญาที่ก าหนดให้ผู้เช่าต้องรับผิดในความช ารุดบกพร่องต่ออาคาร ทรัพย์สิน และ
อุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้งานหรือเกิดการเสื่อมสภาพจากการใช้งานตามปกติ
ข้อ ๖ สัญญาเช่าอาคารต้องจัดท าขึ้นสองฉบับซึ่งมีข้อความตรงกัน และให้ผู้ประกอบธุรกิจ
ส่งมอบสัญญาเช่าอาคารหนึ่งฉบับให้แก่ผู้เช่าทันทีที่ได้ลงนามในสัญญาเช่า
ข้อ ๗ บรรดาสัญญาเช่าอาคารที่ผู้ประกอบธุรกิจได้ท ากับผู้บริโภคตามประกาศ
คณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา
พ.ศ. ๒๕๖๑ ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้คงใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดสัญญา
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นก าหนดเก้าสิบวันนับถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖2
พลต ารวจตรี ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์
ประธานกรรมการว่าด้วยสัญญา
้หนา ๕๒
่เลม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๗๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๒
|
test
| 468
|
840.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/840.pdf
|
ระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี
ว่ำด้วยกำรพัฒนำระบบกำรบริหำรจัดกำรขนส่งสินค้ำและบริกำรของประเทศ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๖๔
โดยที่เป็นกำรสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรพัฒนำระบบ
กำรบริหำรจัดกำรขนส่งสินค้ำและบริกำรของประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๒ เพื่อให้กำรด ำเนินกำรเกี่ยวกับ
กำรเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ส ำหรับกำรน ำเข้ำ กำรส่งออก กำรน ำผ่ำน และโลจิสติกส์ สอดคล้อง
กับนโยบำย ยุทธศำสตร์ และแนวทำงกำรด ำเนินกำรเกี่ยวกับกำรพัฒนำระบบกำรบริหำรจัดกำรขนส่ง
สินค้ำและบริกำรของประเทศ โดยมีกำรบูรณำกำรอย่ำงเป็นระบบ ที่จะท ำให้มีประสิทธิภำพในกำรด ำเนินกำร
อย่ำงต่อเนื่อง
อำศัยอ ำนำจตำมควำมในมำตรำ ๑๑ (๘) แห่งพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำรแผ่นดิน
พ.ศ. ๒๕๓๔ นำยกรัฐมนตรีโดยควำมเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงวำงระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่ำ “ระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรพัฒนำระบบ
กำรบริหำรจัดกำรขนส่งสินค้ำและบริกำรของประเทศ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๔”
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจำกวันประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกควำมในบทนิยำมค ำว่ำ “ส ำนักงำน ” ในข้อ ๓ แห่งระเบียบส ำนัก
นำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรพัฒนำระบบกำรบริหำรจัดกำรขนส่งสินค้ำและบริกำรของประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๒
และให้ใช้ควำมต่อไปนี้แทน
““ส ำนักงำน” หมำยควำมว่ำ ส ำนักงำนสภำพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ”
ข้อ ๔ ให้ยกเลิกควำมในข้อ ๔ แห่งระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรพัฒนำระบบ
กำรบริหำรจัดกำรขนส่งสินค้ำและบริกำรของประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๒ และให้ใช้ควำมต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๔ เพื่อให้กำรพัฒนำระบบกำรบริหำร จัดกำรขนส่งสินค้ำและบริกำรของประเทศ
ด ำเนินกำรอย่ำงมีเอกภำพ ให้มีคณะกรรมกำรคณะหนึ่งเรียกว่ำ “คณะกรรมกำรพัฒนำระบบ
กำรบริหำรจัดกำรขนส่งสินค้ำและบริกำรของประเทศ” เรียกโดยย่อว่ำ “กบส.” ประกอบด้วย
(๑) นำยกรัฐมนตรี เป็นประธำนกรรมกำร
(๒) รองนำยกรัฐมนตรีซึ่งนำยกรัฐมนตรีมอบหมำย เป็นรองประธำนกรรมกำร
(๓) รัฐมนตรีประจ ำส ำนักนำยกรัฐมนตรีซึ่งนำยกรัฐมนตรีมอบหมำย รัฐมนตรีว่ำกำร
กระทรวงกำรคลัง รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงกำรต่ำงประเทศ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงคมนำคม รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงพลังงำน
รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงพำณิชย์ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงแรงงำน รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำร
และรัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงอุตสำหกรรม เป็นกรรมกำร
้หนา ๗
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๔
(๔) ปลัดกระทรวงกำรคลัง ปลัดกระทรวงคมนำคม ปลัดกระทรวงอุตสำหกรรม เลขำธิกำร
คณะกรรมกำรกฤษฎีกำ เลขำธิกำรสภำพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ และผู้อ ำนวยกำร
ส ำนักงบประมำณ เป็นกรรมกำร
(๕) ประธำนกรรมกำรสภำหอกำรค้ำแห่งประเทศไทย ประธำนสภำอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย
ประธำนสมำคมธนำคำรไทย และประธำนสภำผู้ส่งสินค้ำทำงเรือแห่งประเทศไทย เป็นกรรมกำร
ให้เลขำธิกำรสภำพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติแต่งตั้งข้ำรำชกำรในสังกัดหนึ่งคน
เป็นกรรมกำรและเลขำนุกำร”
ข้อ ๕ ให้เพิ่มควำมต่อไปนี้เป็น (๕/๑) ของข้อ ๕ แห่งระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี
ว่ำด้วยกำรพัฒนำระบบกำรบริหำรจัดกำรขนส่งสินค้ำและบริกำรของประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๒
“(๕/๑) ก ำกับ ดูแล ตรวจสอบ ติดตำมและประเมินผล กำรด ำเนินกำรของหน่วยงำนของรัฐ
เพื่อกำรเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว ( National Single Window) ตำมระเบียบ
ส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ส ำหรับกำรน ำเข้ำ กำรส่งออก กำรน ำผ่ำน
และโลจิสติกส์ พ.ศ. ๒๕๕๗”
ข้อ ๖ ให้เพิ่มควำมต่อไปนี้เป็นวรรคสองและวรรคสำมของข้อ ๕ แห่งระเบียบ
ส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรพัฒนำ ระบบกำรบริหำรจัดกำรขนส่งสินค้ำและบริกำรของประเทศ
พ.ศ. ๒๕๕๒
“ให้ กบส. ตั้งคณะอนุกรรมกำรขึ้นคณะหนึ่งเพื่อปฏิบัติหน้ำที่ตำม (๕/๑) ที่จะท ำให้
กำรด ำเนินกำรเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว ( National Single Window) เป็นไป
ตำมวัตถุประสงค์แห่งระ เบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ส ำหรับ
กำรน ำเข้ำ กำรส่งออก กำรน ำผ่ำน และโลจิสติกส์ พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยให้รำยงำนกำรด ำเนินกำรต่อ
กบส. ให้ทรำบทุกหกเดือนหรือตำมระยะเวลำที่ กบส. ก ำหนด เว้นแต่ในกรณีที่มีควำมจ ำเป็นเร่งด่วน
ให้เร่งรำยงำนกำรด ำเนินกำรต่อ กบส. โดยเร็ว และในรำยงำนนั้น อำจเสนอแนวทำงหรือข้อเสนอ
ในกำรด ำเนินกำรเพื่อให้กำรเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว ( National Single Window)
เป็นไปอย่ำงมีประสิทธิภำพ ซึ่งรวมถึงข้อเสนอในกำรแก้ไขหรือปรับปรุงกฎหมำยและก ฎระเบียบ
ที่เกี่ยวข้อง
ในกำรด ำเนินกำรตำมวรรคสอง คณะอนุกรรมกำรอำจเชิญหน่วยงำนของรัฐ เจ้ำหน้ำที่ของรัฐ
หรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องมำชี้แจง หรือให้ข้อมูลและเอกสำรหรือรำยละเอียดต่ำง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
เพื่อประโยชน์ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ได้”
ข้อ ๗ กำรใดที่ กบส. ตำมระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรพัฒนำระบบ
กำรบริหำรจัดกำรขนส่งสินค้ำและบริกำรของประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้ด ำเนินกำรไว้และยังมีผลใช้บังคับ
อยู่ในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ใช้บังคับได้ต่อไปเท่ำที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี
้หนา ๘
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๔
ว่ำด้วยกำรพัฒนำระบบกำรบริหำรจัดกำรขนส่งสินค้ำและบริกำรของประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
โดยระเบียบนี้
ในวำระเริ่มแรก ให้คณะอนุกรรมกำรพัฒนำนโยบำยและก ำกับดูแลระบบ National Single
Window (NSW) หรือที่เรียกชื่ออย่ำงอื่น ที่ กบส. แต่งตั้งขึ้น เพื่อ ท ำหน้ำที่เกี่ยวกับกำรด ำเนินกำร
เชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว (National Single Window) ตำมระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี
ว่ำด้วยกำรเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ส ำหรับกำรน ำเข้ำ กำรส่งออก กำรน ำผ่ำน และโลจิสติกส์
พ.ศ. ๒๕๕๗ และยังปฏิบัติหน้ำที่อยู่ในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ เป็นคณะอนุกรรมกำรตำมข้อ ๕ วรรคสอง
แห่งระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรพัฒนำระบบกำรบริหำรจัดกำรขนส่งสินค้ำและบริกำรของประเทศ
พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบนี้
กำรใดที่คณะอนุกรรมกำรตำมวรร คสองได้ด ำเนินกำรและยังมีผลใช้บังคับอยู่ในวันที่ระเบียบนี้
ใช้บังคับ ให้ใช้บังคับได้ต่อไปเท่ำที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรพัฒนำ
ระบบกำรบริหำรจัดกำรขนส่งสินค้ำและบริกำรของประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบนี้
และระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ส ำหรับกำรน ำเข้ำ กำรส่งออก
กำรน ำผ่ำน และโลจิสติกส์ พ.ศ. ๒๕๕๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ประกำศ ณ วันที่ 13 สิงหำคม พ.ศ. ๒๕64
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชำ
นำยกรัฐมนตรี
้หนา ๙
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๔
|
test
| 469
|
1798.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1798.pdf
|
#>##/
ํ@ห% ล?1>@#QO%Qํ@O!Nล>'#>N #
.0. `cde
อ@0?"อํ@%@!@!ค/@!Q%!@!#@ c /##คห%@P Oล>!@!#@ b_ /##ค2อ OหN#>#@&??!>
##?"@#%Qํ@ .0. `cd_ %@"#?!%!#?P "ค/@!NหO%อ&อค>##!@###?"@#%Qํ@OหN@!>
ออ#>##/R/O ?!NอR'%?Q
Oอ _ @#QO##?"@#%Qํ@2@$@#> ?!NอR'%?Q N'็%@#QO%Qํ@'#>N ##?Pห%@P
(_) @#QONAPอ@# ํ@#? @#อB'P ค&#>P คQ%ค#?/N#Aอ% R OON @#QO##?"@#%Qํ@2@$@#>
NAPอ@# AP!>%อ&Bคคลห#Aอ2?!/์Nล?Q" Oล>@##ํ@ค/@!2>อ@ #N@@"อ&Bคคล #?P?อ@0?" 2?!/์Nล?Q"
ห#Aอ2>Pอ!N@ N #?PQOQ%@# ํ@#?ห#AอNAPอ2B%##?" @Q%@# ํ@#?/>! !ลอ %@## %Qํ@!O%R!O
Oล>A!N@ N Oล>>##!NAPอ@# ํ@#?อAP%
(`) @#QONAPอ@#N1!#ห#Aอ@#Nล?Q"2?!/์NAPอ"?? R OON @#QO##?"@#%Qํ@2@$@#>
NAPอ@#N@>'ลCห#Aอ@#Nล?Q"2?!/์ Oล>>##!อAP%#?PN?P"/Oอ NAPอ"??
(a) @#QONAPอ@#อB!2@ห##!Q%ค#?/N#Aอ% R OON @#QO##?"@#%Qํ@2@$@#>NAPอ@#(ล>!
ห#Aอ@#&#>@# @"Q%ค#?/N#Aอ% Oล>QหOห!@"ค/@!#/!" @>##!อ/>2@ห>B!%!@!ห!@"
/N@ O/"@#2NN2#>!/>2@ห>B!% Oล>>@# @"Q%B!%@P2!@>B!%N'็%หBO%2N/%#N/!?%
(b) @#QONAPอ@##?1@#>&&%>N/0 R OON @#QO##?"@#%Qํ@2@$@#>NAPอ@#(ล? ?%
%Qํ@NคO!!>QหO#BลQํ@R'"?#>&&%Qํ@'#>'@ ห#AอNAPอ@##?1@2 @ค/@!อB !2!&C#์อOหลN%Qํ@ AQ%#?PBN!%Qํ@
ห#Aอ@##?1@OหลNอ@ห@#อ2?!/์%Qํ@
(c) @#QONAPอ@##?1@@#?!'#>N? R OON @#QO##?"@#%Qํ@2@$@#>NAPอ>##!
#?P'>&?!>2A&#อ ?%!@%N'็%%&$##!N%?"!อ@!>ห#Aอ#Oอ">P%
หนา ๑
เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ มกราคม ๒๕๖๗
(d) @#QONAPอ@#&##N#@2@$@# ?" R OON @#QO##?"@#%Qํ@2@$@#>NAPอ#>?&ห#Aอ
&##N#@2@$@# ?"!@!ห!@"/N@ O/"@#'้อ?%Oล>&##N#@2@$@# ?" !ลอ %'้อ?% "?%!#@"
@ ?"%?Q%!Nอ?/>! #N@@" Oล>##?"์2>%อ&Bคคล
(e) @#QONAPอ@#ค!%@ค! R OON @#QO##?"@#%Qํ@2@$@#>NAPอ@#%2NOล>@#2?#
(f) @#QO%Qํ@Q%'#>!@NลO%Oอ" R OON @#QO##?"@#%Qํ@2@$@#>N APอ@#'#>อ&
>@#@#คO@ @#&#>@# ห#Aอ>@#อAP% #?P!?@#QO%Qํ@Q%'#>!@R!NN>%ห%@PลC&@0์N!!#!Nอ/?%
@#QO%Qํ@&@ @ลQ%อ ?!#@R!NN>%2อ?%ลC&@0์N!!#!Nอ/?%!Nอ&Nอ QหO"Aอ/N@N'็%@#QO%Qํ@
'#>N ##?Pห%@P
Oอ ` @#QO##?"@#%Qํ@2@$@#>Q%ล?1>ห%@Pล?1>Q ห#Aอหล@"ล?1>#/!?%
@P!?อ?!#@@#QO%Qํ@&@ @ลN>%2อ?%ลC&@0์N!!#!Nอ/?%!Nอ&Nอ O!NR!NN>%2@!?%2อ#Oอ"ลC&@0์N!!#
!Nอ/?%!Nอ&Nอ ห#Aอ!?อ?!#@@#QO##?"@#%Qํ@2@$@#>#?PR!NQN%Qํ@&@ @ลR!NN>%2@!ห!AP%ลC&@0์N!!#!Nอ/?%
?!NอR'%?Q N'็%@#QO%Qํ@'#>N ##?P2อ
(_) @#QONAPอ@#อB!2@ห##! R OON @#QO##?"@#%Qํ@2@$@#>Q%>@#P#@%ํ@/#?P2อ
Oล>P#@%ํ@/#?P2@!!@!ห!@"/ N@ O/"P#@% @#2ํ@#/O#NOล>@##ํ@Nห!Aอ!@!ห!@"
/N@ O/"O#N @#B N@>'ิP!#Nล?"! >&Oล>P@$##!@!>!@!ห!@"/N@ O/"'ิP!#Nล?"!
(`) @#QONAPอ@#อB!2@ห##!#NอN#?P"/ R OON @#QO##?"@#%Qํ@2@$@#>Q%>@#P#O#!
!@!ห!@"/N@ O/"P#O#! 2/%%Qํ@ 2%@!อล์ ห#Aอ>@#!NอN%APออAP% !ลอ %@#Q O%Qํ@NAPอ
@#&#>ห@#? @#ห#Aอ'#?& C!>#?0%์อOหลN#NอN#?P"/
(a) @#QONAPอ@#(ล>!R้@ R OON @#QO##?"@#%Qํ@2@$@#>Q%#>&/%@#(ล>!R้@
NAPอN'ล?P"%ล?@%#C'O&&ห%@P#C'O&&Q @OหลNล?@%QหON'็%ล?@%R้@!@!ห!@"/N@ O/"
@#'#>อ&>@#ล?@% R!N/N@>#ํ@QหO%Qํ@!?'#>!@N'ล?P"%R'ห#AอR!NO!@! Oล>R!N/N@> ํ@N%>%@#
P "ห%N/"@%อ#?ห#AอNอ%
(b) @#QONAPอ@#'#>'@ R OON @#%ํ@##?"@#%Qํ@2@$@#>!@QON'็%%Qํ@ >&Q%#>&/%@#(ล>!
%Qํ@'#>'@ P "@##ํ@%Qํ@QหO2>อ@ ห#Aอ'#?&'#BคB @%Qํ@ >&P "/>$?@#2N(N@% O/"N2O%#NอR!N/N@
>N'็%@# ํ@N%>%@#P "ห%N/"@%อ#?ห#AอNอ%
(c) @#QO%Qํ@NAPอ>@#อAP% R OON @#QO%Qํ@อ%>ค!อB!2@ห##! N!N0#1>>N01
ห#AอAQ%#?PอAP%Q%ล?1>N ?"/?% ห#Aอ@#QO%Qํ@&@ @ลQ%อ?!#@N>%2อ?%ลC&@0์N!!#!Nอ/?%!Nอ&Nอ
O!NR!NN>%2@!?%2อ#Oอ"ลC&@0์N!!#!Nอ/?%!Nอ&Nอ NAPอ@#อAP%#?PR!N!?ล?1>!@! (_) (`) (a)
ห#Aอ (b)
หนา ๒
เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ มกราคม ๒๕๖๗
Oอ a @#QO##?"@#%Qํ@2@$@#> ?!NอR'%?Q N'็%@#QO%Qํ@'#>N ##?P2@!
(_) @#QO%Qํ@Q%'#>!@!@ ?%?Q
( ) @#QO##?"@#%Qํ@2@$@#>#?PR!NQN%Qํ@&@ @ลN>%2@!ห!AP%ลC&@0์N!!#!Nอ/?%
( ) @#QO%Qํ@&@ @ลN>%2@!?%2อ#Oอ"ลC&@0์N!!#!Nอ/?%!Nอ&Nอ
(`) @#QO%Qํ@#?Pอ@2N(ลQหO2! Bลอ##?"@#%Qํ@2@$@#>N'ล?P"%O'ลR'%2N(ล#>#&
!Nอ@#&#>ห@#? @#%Qํ@ คB @อ##?"@#%Qํ@2@$@#>%?Q% #>&&%>N/0 ห#AอลBN!%Qํ@อAP%#?PN?P"/Oอ
ห#Aอค#อ&คลB!AQ%#?Pอ"N@/O@/@
QหOR/O /?%#?P 24 !#@ค! .0. `cd7
N0#1@ #/?2>%
%@"#?!%!#?
หนา ๓
เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ มกราคม ๒๕๖๗
ห!@"Nห!B :- Nห!B(ลQ%@#'#>@0QO#>##/&?&%?Q คAอ P "#?P!@!#@ b_ /##ค2อ OหN#>#@&??!>
##?"@#%Qํ@ .0. `cd_ ํ@ห% QหOล?1>ห#Aอ#@"ล>Nอ?" @#QO%Qํ@'#>N ##?Pห%@P '#>N ##?P2อ
Oล>'#>N ## ?P2@! N'็%R'!@!# ?Pํ@ห% Q%#>##/# ?PออP "%@"# ?!%!#?P "ค/@!Nห O%อ&
อค>##!@###?"@#%Qํ@OหN@!> @ํ@N'็%!Oอออ#>##/%?Q
หนา ๔
เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ มกราคม ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 470
|
71.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/71.pdf
|
ประกาศกระทรวงการคลัง
ว่าด้วยภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 717)
เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาประกาศกําหนดองค์การ สถานสาธารณกุศล
สถานพยาบาล และสถานศึกษา ตามมาตรา ๔๗ (๗) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร
และมาตรา ๓ (๔) (ข) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๒๓๙) พ.ศ. ๒๕๓๔
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๒๕๔) พ.ศ. ๒๕๓๕
ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอํานาจที่จะประกาศกําหนดองค์การ สถานสาธารณกุศล
สถานพยาบาล และสถานศึกษา ตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2508 และมาตรา 3 (4) ( ข)
แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 239)
พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้น
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 254) พ.ศ. 2535 เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรมในการพิจารณา
กําหนดดังกล่าว จึงปรับปรุงประกาศกําหนดหลักเกณฑ์ และคุณสมบัติขององค์การหรือสถานสาธารณกุศล
ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิกความในวรรคสองของ (4) ของข้อ 7 ของประกาศกระทรวงการคล ัง
ว่าด้วยภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 704) เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาประกาศกําหนด
องค์การสถานสาธารณกุศล สถานพยาบาลและสถานศึกษา ตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร
และมาตรา ๓ (๔) (ข) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้น
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๒๓๙) พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความใน
ประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๒๕๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ ลงวันที่ ๑ พฤษภาคม
พ.ศ. ๒๕61 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะต ้องกระจายเป ็นการทั่วไปตามวรรคหน ึ่ง หมายความว่า
มูลนิธิต้องไม่มีรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะเพื่อประโยชน์แก่บุคคล คณะบุคคล หรือหน่วยงานใด
หน่วยงานหนึ่งเกินกว่าร้อยละ 35 ของรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะทั้งสิ้นในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี
เว้นแต่เป็นรายจ่ายให้แก่สถานพยาบาลของทางราชการหรือองค์การของรัฐบาล”
ข้อ 2 ให้ยกเลิกความในข้อ 9 ข้อ 10 ข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 13 ข้อ 14 และข้อ 15
ของประกาศกระทรวงการคลัง ว่าด้วยภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 704) เรื่อง หลักเกณฑ์
การพิจารณาประกาศกําหนดองค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาลและสถานศึกษา ตามมาตรา
47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา ๓ (๔) (ข) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความใน
้หนา ๗
่เลม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๗๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
ประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๒๓๙) พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๒๕๔)
พ.ศ. ๒๕๓๕ ลงวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕61 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๙ องค์การ สถานสาธารณก ุศล สถานพยาบาล หรือสถานศึกษาใดที่มิได้มีฐานะ
เป็นนิติบุคคลจะไม่พิจารณาประกาศให้ เว้นแต่จะมีวัตถุประสงค์และการดําเนินงานเช่นเดียวกับมูลนิธิ
ที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล จะพิจารณาประกาศให้เป็นราย ๆ ไป ในหลักเกณฑ์เดียวกัน
ข้อ ๑๐ มูลนิธิ องค์การ สถานสาธารณก ุศล สถานพยาบาล หรือสถานศ ึกษาใด
ที่มีวัตถุประสงค์และการดําเนินงานไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ข้อ ๓ ถึงข้อ ๙ จะไม่ประกาศให้ เว้นแต่
(๑) เป็นมูลนิธิ องค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล หรือสถานศึกษาในพระบรมราชูปถัมภ์
พระบรมราชินูปถัมภ์ พระอุปถัมภ์ของพระบรมวงศานุวงศ์หรือพระสังฆราชูปถัมภ์ หรือมีบุคคลซึ่งได้รับ
เงินค่าใช้จ่ายในพระองค์จากงบประมาณรายจ่ายประจําปี พระบรมวงศานุวงศ์ตั้งแต่ชั้นพระองค์เจ้าขึ้นไป
หรือสมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประธานกิตติมศักดิ์
(2) เป็นมูลนิธิ องค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล หรือสถานศึกษาที่ทางราชการ
จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากภัยธรรมชาติ การก่อการร้าย หรือเพื่อการศึกษาเป็นการทั่วไป
ข้อ ๑๑ มูลนิธิ องค์การ สถานสาธารณก ุศล สถานพยาบาล หรือสถานศึกษาที่ได้รับ
การประกาศให ้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณก ุศล เว้นแต่สภากาชาดไทย วัดวาอาราม และ
สถานพยาบาลหรือสถานศึกษาขององค์การของรัฐบาล จะต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
(๑) ใบรับที่ออกให้แก่บุคคล คณะบุคคล หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งซึ่งบริจาคเงิน
หรือทรัพย์สิน ให้ระบุลําดับที่ได้รับการประกาศด้วย
(๒) ส่งรายงานการประช ุมใหญ่ งบดุลและบัญชีรายได้รายจ่าย พร้อมทั้งรายงาน
การดําเนินงานของกิจการ สําหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมาให้กรมสรรพากร ทราบภายใน ๑๕๐ วัน
นับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี โดยยื่นผ่านสํานักงานสรรพากรพื้นที่ที่มูลนิธิ องค์การ สถานสาธารณกุศล
สถานพยาบาล หรือสถานศึกษานั้นตั้งอยู่
ข้อ ๑๒ มูลนิธิ องค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล หรือสถานศึกษาใดที่มีฐานะ
เป็นนิติบุคคลและได ้รับการประกาศให ้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณก ุศลแล้ว ต่อมาได้มี
การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงแก้ไขชื่อหรือวัตถุประสงค์ต่อนายทะเบียน ให้แจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
ต่อกรมสรรพากรภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงแก้ไขนั้น เว้นแต่กรณีมูลนิธิ
องค์การ สถานสาธารณก ุศล สถานพยาบาล หรือสถานศึกษาซึ่งไม่ได้มีฐานะเป็นนิติบุคคลและ
ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงแก้ไขชื่อหรือวัตถุประสงค์ ให้แจ้งการเปลี่ยนแปลง
แก้ไขชื่อหรือวัตถุประสงค์ต่อกรมสรรพากรภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่คณะกรรมการของมูลนิธิ องค์การ
สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล หรือสถานศึกษานั้นได้มีมติให้เปลี่ยนแปลงแก้ไข
้หนา ๘
่เลม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๗๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
ข้อ ๑๓ มูลนิธิ องค์การ สถานสาธารณก ุศล สถานพยาบาล หรือสถานศึกษาที่ได้รับ
การประกาศให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศลแล้ว ให้สํานักงานสรรพากรภาคที่องค์การหรือสถาน
สาธารณกุศลนั้นตั้งอยู่ ดําเนินการตรวจสอบเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับผลการดําเนินงาน หากปรากฏว่า
การดําเนินงานเข้าลักษณะข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ โดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้แจ้งผลการตรวจสอบ
ให้กรมสรรพากรทราบเพื่อพิจารณาเสนอกระทรวงการคล ังเพิกถอนการประกาศต่อไป ทั้งนี้ ให้มีผล
ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีถัดจากรอบระยะเวลาบัญชีที่ประกาศเพิกถอนในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
(๑) การดําเนินงานขององค ์การหรือสถานสาธารณก ุศลไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ หรือมี
วัตถุประสงค์ หรือมีการใช้ชื่อองค์การหรือสถานสาธารณกุศลหรือการดําเนินงานของคณะกรรมการ
ขององค์การหรือสถานสาธารณกุศลเป็นไปเพื่อประโยชน์เฉพาะแก่บุคคล คณะบุคคล หรือหน่วยงานใด
หน่วยงานหนึ่ง
(๒) รายได้ขององค์การหรือสถานสาธารณกุศลได้นําไปเป็นรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ
น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของรายได้ทั้งสิ้นใน 3 รอบระยะเวลาบัญชีที่แล้วมา เว้นแต่รายได้เฉพาะดอกผล
ขององค์การหรือสถานสาธารณกุศลได้นําไปเป็นรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะน้อยกว่าร้อยละ ๖๐
ของรายได้ดอกผลของใน 3 รอบระยะเวลาบ ัญชีที่แล้วมา ทั้งนี้ เฉพาะกรณีตราสารจัดตั้งระบุว่า
ให้นําดอกผลมาเป ็นรายจ่ายเท่านั้น หรือกรณีมีเหตุจําเป็นต้องเก็บสะสมรายได ้เพื่อดําเนินการ
ตามโครงการตามวัตถุประสงค์ขององค์การหรือสถานสาธารณกุศลนั้น
(3) รายได้ได้มาจากการซื้อขายหรือการให้บริการโดยมีค่าตอบแทนเป็นปกติธุระ เว้นแต่
การซื้อขายหรือการให้บริการนั้นเกี่ยวข้องกับการศาสนา การศึกษา การสถานพยาบาล หรือการสังคม
สงเคราะห์ และไม่นํารายได้ดังกล่าวไปจ่ายในทางอื่น
(4) รายจ่ายขององค์การหรือสถานสาธารณกุศลเป็นรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะน้อยกว่า
ร้อยละ ๖๕ ของรายจ่ายทั้งสิ้นในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี และรายจ่ายดังกล่าวได้นําไปเป็นรายจ่าย
เพื่อการกุศลสาธารณะน้อยกว่าร้อยละ ๗๕ ของรายจ่ายทั้งสิ้นใน 3 รอบระยะเวลาบัญชีที่แล้วมา
เว้นแต่กรณีมีเหตุอันสมควร
(5) รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะขององค ์การหรือสถานสาธารณก ุศลไม่กระจาย
เป็นการทั่วไป
(6) องค์การหรือสถานสาธารณกุศลไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๑ หรือข้อ 12
ข้อ ๑๔ องค์การหรือสถานสาธารณก ุศลที่ถูกเพิกถอนการประกาศแล ้ว หากประสงค ์
จะขอให้พิจารณาประกาศเป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศลใหม่ สามารถยื่นคําขอได้เมื่อพ้น 3 รอบ
ระยะเวลาบ ัญชีนับแต่รอบระยะเวลาบ ัญชีถัดจากรอบระยะเวลาบ ัญชีที่ประกาศเพ ิกถอน
ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
้หนา ๙
่เลม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๗๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
ข้อ 15 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป ทั้งนี้
ประกาศกระทรวงการคล ัง ว่าด้วยภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๕๓๑) เรื่อง หลักเกณฑ์
การพิจารณาประกาศกําหนดองค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล และสถานศึกษา ตามมาตรา
47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา ๓ (๔) (ข) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความใน
ประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๒๓๙) พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๒๕๔)
พ.ศ. ๒๕๓๕ ลงวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเฉพาะในกรณี ดังต่อไปนี้
(1) การพิจารณาค ําขอของม ูลนิธิ องค์การ สถานสาธารณก ุศล สถานพยาบาล
หรือสถานศึกษาที่ได้ยื่นไว้ต่อกรมสรรพากรเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๑
เพื่อขอให้เสนอกระทรวงการคล ังพิจารณาประกาศก ําหนดให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณก ุศล
และยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ
(2) การดําเนินการตรวจสอบผลการด ําเนินงานของมูลนิธิ องค์การ สถานสาธารณก ุศล
สถานพยาบาล หรือสถานศึกษาที่ได้รับการประกาศให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศลที่ค้างอยู่ก่อน
ประกาศนี้ใช้บังคับ”
ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
้หนา ๑๐
่เลม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๗๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
|
test
| 471
|
708.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/708.pdf
|
ระเบียบกรมการขนส่งทางบก
ว่าด้วยการด าเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถและบัตรประจ าตัวคนขับรถ
ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๖๔
ตามที่ได้มีระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการด าเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถและ
บัตรประจ าตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๖๔ ไว้แล้ว นั้น
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบดังกล่าวให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น อาศัยอ านาจ
ตามความในมาตรา ๕5 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก
จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการด าเนินการเกี่ยวกับ
ใบอนุญาตขับรถและบัตรประจ าตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๔”
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความใน ๒) (ก) ของ (๑) ของข้อ ๙ ของระเบียบกรมการขนส่งทางบก
ว่าด้วยการด าเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถและบัตรประจ าตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
พ.ศ. 256๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“๒) ใบส าคัญถิ่นที่อยู่ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง หรือใบอนุญาตท างานตามกฎหมาย
ว่าด้วยการบริหารจัดการการท างานของคนต่างด้าว (WORK PERMIT) หรือใบอนุญาตท างาน
อิเล็กทรอนิกส์ (Digital Work Permit) ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ หรือหลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้ได้รับการตรวจ
ลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวกรณีพิเศษ (SMART VISA) จากส านักงานตรวจคนเข้าเมือง
ณ ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตท างาน สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ
ศูนย์บริหารแรงงานเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือสถานที่อื่นที่ส านักงานตรวจคนเข้าเมือง
ก าหนด พร้อมด้วยภาพถ่าย โดยมีรายละเอียดชื่อและที่อยู่ของสถานที่ที่คนต่างด้าวนั้นท างานอยู่
หรือหลักฐานแสดงที่พักอาศัยในราชอาณาจักรที่ทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศ
หรือองค์การระหว่างประเทศออกให้ แต่ต้องออกก่อนวันยื่นค าขอไม่เกินหนึ่งปี”
ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความใน (๒) ของข้อ ๙ ของระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วย
การด าเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถและบัตรประจ าตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
พ.ศ. 256๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(๒) การขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล
หรือใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
(ก) หลักฐานตามข้อ ๙ (๑) (ก) และ (ข)
้หนา ๑
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๙๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ เมษายน ๒๕๖๔
กรณีผู้ขอเป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองต้องมิใช่เป็นผู้ได้รับอนุญาต
ให้เข้ามาเพื่อการท่องเที่ ยว การเล่นกีฬา การเดินทางผ่านราชอาณาจักร หรือแรงงานต่างด้าว
ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยได้ชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ
(ข) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล
ชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราวที่ได้รับมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ใบอนุญาต
ขับรถยนต์สาธารณะ ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ
หรือใบแทนใบอนุญาตขับรถดังกล่าว แล้วแต่กรณี
ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความใน (ค) ของ (๓) ของข้อ ๙ ของระเบียบกรมการขนส่งทางบก
ว่าด้วยการด าเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถและบัตรประจ าตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
พ.ศ. 256๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(ค) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว
ใบอนุญาตขับรถจักร ยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราวที่ได้รับมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ใบอนุญาตขับรถยนต์
ส่วนบุคคล ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ใบอนุญาต
ขับรถยนต์ส่วนบุคคลตลอดชีพ ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลตลอดชีพ ใบอนุญาต
ขับรถจักรยานยนต์ตลอดชีพ หรือใบแทนใบอนุญาตขับรถดังกล่าว แล้วแต่กรณี”
ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความใน (๔) ของข้อ ๙ ของระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วย
การด าเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถและบัตรประจ าตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
พ.ศ. 256๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(๔) การขอรับใบอนุญาตขับรถบดถนน ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์ หรือใบอนุญาตขับรถชนิดอื่น
นอกจากใบอนุญาตขับรถตามข้อ 8 (1) ถึง (9)
(ก) หลักฐานตามข้อ ๙ (๑) (ก) และ (ข)
กรณีผู้ขอเป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองต้องมิใช่เป็นผู้ได้รับอนุญาต
ให้เข้ามาเพื่อการท่องเที่ยว การเล่นกีฬา การเดินทางผ่านราชอาณาจักร หรือแรงงานต่างด้าว
ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยได้ชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ
(ข) หลักฐานการรับรองซึ่งแสดงว่าได้ผ่านการอบรมและจบหลักสูตรการอบรมจาก
กรมการขนส่งทางบก หน่วยงานที่กรมการขนส่งทางบกมอบหมาย หรือโรงเรียนสอนขับรถที่
กรมการขนส่งทางบกรับรองตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (ถ้ามี)”
ข้อ ๗ ให้ยกเลิกความใน (๒) ของข้อ ๑๒ ของระเบียบกร มการขนส่งทางบกว่าด้วย
การด าเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถและบัตรประจ าตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
พ.ศ. 256๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(๒) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใบอนุญาตขับรถยนต์
สามล้อส่วนบุคคล ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อ สาธารณะ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
้หนา ๒
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๙๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ เมษายน ๒๕๖๔
ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะซึ่งยังไม่สิ้นอายุ ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลตลอดชีพ
ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลตลอดชีพ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ตลอดชีพ ใบอนุญาต
เป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกซึ่งยังไม่สิ้นอายุ หรือใบแทนใบอนุญาตขับรถดังกล่าว
แล้วแต่กรณี”
ข้อ ๘ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๖ ของระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการด าเนินการ
เกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถและบัตรประจ าตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๖๔
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๑๖ การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถในกรณีดังต่อไปนี้ ให้ยื่นค าขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ
ไม่เกินหกเดือน พร้อมด้วยหลักฐานประกอบค าขอ ดังนี้
(๑) การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล
ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ใบอนุญาตขับรถบดถนน ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์
หรือใบอนุญาตขับรถชนิดอื่น นอกจากใบอนุญาตขับรถตามข้อ ๘ (๑) ถึง (๙)
(ก) หลักฐานตามข้อ ๙ (๑) (ก) และ (ข)
ในกรณีผู้ขอเป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองต้องมิใช่เป็นผู้ได้รับอนุญาต
ให้เข้ามาเพื่อการท่องเที่ยว การเล่นกีฬา การเดินทางผ่านราชอาณาจักร หรือแรงงานต่างด้าว
ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยได้ชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ
(ข) ใบอนุญาตขับรถเดิมหรือใบแทน
(๒) การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ
หรือใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ
(ก) หลักฐานตามข้อ ๙ (๓) (ก) และ (ข)
(ข) ใบอนุญาตขับรถเดิมหรือใบแทน”
ข้อ ๙ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๖ ของระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการด าเนินการ
เกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถและบัตรประจ าตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๖๔ และ
ให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๒6 การขอรับใบแทนใบอนุญาตขับรถ ให้ยื่นค าขอพร้อมด้วยหลักฐานประกอบค าขอ
ดังนี้
(๑) กรณีใบอนุญาตขับรถช ารุดหรือลบเลือนในสาระส าคัญ
(ก) ใบอนุญาตขับรถเดิม
(ข) บัตรประจ าตัวประชาชน
้หนา ๓
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๙๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ เมษายน ๒๕๖๔
(๒) กรณีใบอนุญาตขับรถสูญหาย
(ก) ให้บันทึกถ้อยค าผู้ขอรับใบแทนใบอนุญาตขับรถ กรณีใบอนุญาตขับรถสูญหาย
แนบไว้กับเรื่อง เว้นแต่มีหลักฐานการรับแจ้งความหรือรายงานประจ าวันเกี่ยวกับคดีจากสถานีต ารวจ
ยื่นประกอบค าขอ
(ข) บัตรประจ าตัวประชาชน”
ประกาศ ณ วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. ๒๕64
จิรุตม์ วิศาลจิตร
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก
้หนา ๔
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๙๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ เมษายน ๒๕๖๔
|
test
| 472
|
2228.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/2228.pdf
|
1>N&?0&1>#1/พ@>0์
/N@ O/0@1ออห%?2Aอ1?&1อO2 @1R O1?&2>#$>ํ@1>.@1?
!@/พ?%$1?!@/ค/@/!3@1N1!1.@0Q!Oอค์@1@1คO@P3 (WTO)
2ํ@ห1?&2>%คO@@"?P/Nห3AอNพAPอQOQ%อB!2@ห11/(3>!N'็%/?!"B >&อ@ห@12?!/์ 'ี 2568
พ.0. 2567
P 0#?PN'็%@12/ค/1 ํ@ห% ห3?N์ />$?@1 O3>NAPอ%RQ%@1ออห% ?2Aอ1?&1อ
O2 @1R O1?&2>#$>ํ@1>.@1?!@/พ?%$1?!@/ค/@/!3@1N1!1.@0Q!Oอค์@1@1คO@P3 (WTO)
2ํ@ห1?&@1%ํ@NO@2>%คO@@"?P/Nห3AอNพAPอQOQ%อB!2@ห11/(3 >!N'็%/?!"B >&อ@ห@12?!/์ 'ี 2568
QหON'็%R'!@//! >ค>1?/%!1?N/APอ/?%#?P 30 พ20>@0% 2547 O3>/!>ค>1?/%!1?N/APอ/?%#?P
17 $?%/@ค/ 2567 #?PNหO%อ&@1 ํ@ห% %P0&@0O3>/@!1@1% ํ@NO@@"?P/Nห3AอNพAPอQO
Q%อB!2@ห11/(3 >!N'็%/?!"B >&อ@ห@12?!/์ !@//!>ค>11/@1%P0&@0อ@ห@1 Q%@1'1> B/
ค1?Q#?P 1/2567 N/APอ/?%#?P 8 พ20>@0% 2567 Nพ@>'ี 2568 N#N@%?Q% O3>NพAPอQหON'็%R'
!@/ฎห/@0/N@ O/0พ>? อ?!1@0B3@1
NพAPอQหON'็%R'!@/ค/@/Q%Oอ b /11ค2@/ อ'1>@01>#1/พ@>0์ /N@ O/0@1%ํ@2>%คO@
NO@/@Q%1@อ@@?1 (&?&#?P ___) พ.0. `ca๙ @POORNพ>P/N!>/P 0'1>@01>#1/พ@>0์
/N@ O/0@1%ํ@2>%คO@NO@/@Q%1@อ@@?1 (&?&#?P __c) พ.0. `ca๙ 1?/%!1?/N@@11>#1/พ@>0์
ออ1>N&?0&R/O ?!NอR'%?Q
Oอ _ 1>N&?0&%?QN1?0/N@ 1>N&?0&1>#1/พ@ >0์/N@ O/0@1ออห% ?2Aอ1?&1อ
O2 @1R O1?&2>#$>ํ@1>.@1?!@/พ?%$1?!@/ค/@/!3@1N1!1.@0Q!Oอค์@1@1คO@P3 (WTO)
2ํ@ห1?&2>%คO@@"?P/Nห3AอNพAPอQOQ%อB!2@ห11/(3>!N'็%/?!"B >&อ@ห@12?!/์ 'ี 2568 พ.0. 2567
Oอ ` 1>N&?0&%?QQหOQO&?ค?&!?QO!N/?%#?P 1 /1@ค/ พ.0. 2568 "@/?%#?P 31 $?%/@ค/
พ.0. 2568
Oอ a Q%1>N&?0&%?Q
ห%?2Aอ1?&1อ ห/@0ค/@//N@ ห%?2Aอ1?&1อO2 @1R O1?&2>#$>ํ@1>.@1?!@/พ?%$1?
!@/ค/@/!3@1N1!1.@0Q!Oอค์@1@1คO@P3 (WTO) 2ํ@ห1?&@1%ํ@NO@2>%คO@@"?P/Nห3Aอ
@"?P/Nห3Aอ ห/@0ค/@//N@ @%Qํ@/?%O3>@OOอAP% N #?PR O@@12? %Qํ@/?%"?P/Nห3Aอ
>& ห1Aอ#ํ@N'็%Nพ3N3!ห1AอR/NO!@/ NพAPอQOQ%อB!2@ห11/(3>!N'็%/?!"B >&อ@ห@12?!/์ !@/พ>?
อ?!1@0B3@1 '1>N.#0Nอ0 2304.00.29.001
หนา ๑
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
Oอ b @"?P/Nห3Aอ#?P>ออห%?2Aอ1?&1อ!@/1>N&?0&%?Q !Oอ/?">P%ํ@N%> O3>2N/@@
'1>N#02/@>อค์@1@1คO@P3 (WTO)
Oอ c (CO/?2>#$>อห%?2Aอ1?&1อ!Oอ/?คB2/&?!> ?%?Q
(_) ห%?2Aอ1?&1อ2ํ@ห1?&.@1?Q%Pค/!@
( ) N'็%%>!>&Bคค3 ?!NอR'%?Q
1) 2/@ค/(CO(3>!อ@ห@12?!/์R#0
2) 2/@ค/(CO(3>!RNNพAPอ2NออR#0
3) 2/@ค/(CON3?Q0RNN%AQอNพAPอ@12Nออ
4) 2/@ค/(CON3?Q0N'็ NพAPอ@1คO@O3>@12Nออ
5) 2/@ค/'0B2?!/์R#0
6) 2/@ค/2NN21>/@1N3?Q0RNOหN'1>N#0R#0 Q%พ1>&1/1@C'"?/.์
7) 2/@ค/2NN21>/(COQO/?!"B >&อ@ห@12?!/์
8) 2/@ค/(CON3?Q02B1OหN@!>
9) B/%B/2ห1์Pค%/OหN'1>N#0R#0 ํ@?
10) 2/@ค/พNอคO@พA(3R#0
11) 2/@ค/@1คO@2>%คO@N1!1O3>อB!2@ห11/O'11C'
( ) N'็%2/@>อ%>!>&Bคค3!@/ () #?PR O1?&Pอ%2>#$>@1อห%?2Aอ1?&1อ!@/Oอ 8
(2) ห%?2Aอ1?&1อ2ํ@ห1?&.@1?%อPค/!@ !OอN'็%&Bคค3$11/ @ห1Aอ%>!>&Bคค3
(COอห%?2Aอ1?&1อ!@/ (1) O3> (2) !OอR/NN'็%(CO#?Pอ0CN1>ห/N@"C1>?&@1ออห%?2Aอ1?&1อ
2ํ@ห1?&@1%ํ@NO@!@/Oอ 10 /11ค2อ
Oอ 6 QหO(CO/?2>#$>อห%?2Aอ1?&1อ!@/Oอ 5 0AP%คํ@1Oออห%?2Aอ1?&1อ!Nอ1/@1คO@
!N@'1>N#0 P 0/>$?@1#@อ>N3O#1อ%>2์(N@%1>&&อ1/@1คO@!N@'1>N#0 พ1Oอ/Nอ2@1ห3?@%
?!NอR'%?Q
(_) 2ํ@N%@Q&ํ@?&2>%คO@ (Invoice)
(`) 2ํ@N%@Q&!1@2 N2>%คO@#@N1Aอ (Bill of Lading: B/L) ห1Aอ2ํ@N%@Q&!1@2 N2>%คO@
#@อ@@0 (Air Waybill) ห1AอNอ2@1ห3?@%อAP%#?PO2 @1%2N2>%คO@
หนา ๒
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
(a) 2ํ@N%@ห%?2Aอ1?&1อ">P%ํ@N%> 2>%คO@ (Certificate of Origin: C/O) ห1AอNอ2@1
ห3?@%อAP%#?PO2 /N@@"?P/Nห3Aอ#?P%ํ@NO@/?">P%ํ@N%> @'1>N#02/@>อค์@1@1คO@P3 (WTO)
Oอ 7 QหO1/@1คO@!N@'1>N#0ออห% ?2Aอ1?&1อQหOON(CO0AP%คํ@1Oออห%?2Aอ1?&1อ
#?P ํ@N%>%@1"C!Oอค1&"O/%!@/Oอ 6 !@/'1>/@#?P0AP%อ P 0R/Nํ@? '1>/@
Oอ 8 (CO/?2>#$>อห%?2Aอ1?&1อ!@/Oอ 5 (1) () 2@/@1"Pอ%2>#$>@1อห%?2Aอ1?&1อ
QหOON2/@>อ!%R O P 0!OอOO@1Pอ%2>#$>!Nอ1/@1คO@!N@'1>N#0N'็%ห%?2Aอ ห1AอP 0/>$?@1
#@อ>N3O#1อ%>2์(N@%1>&&อ1/@1คO@!N@'1>N#0
Oอ 9 อ@0Bอห%?2Aอ1?&1อ
(1) ห%?2Aอ1?&1อ2ํ@ห1?&.@1?Q%Pค/!@/?อ@0B 30 /?% %?&!?QO!N/?%#?Pออ O!NR/NN>%/?%#?P
a_ $?%/@ค/ พ.0. 2568
(2) ห%?2Aอ1?&1อ2ํ@ห1?&.@1?%อPค/!@/?อ@0B 30 /?% %?&!?QO!N/?%#?Pออ
Oอ 10 (COR O1?&ห%?2Aอ1?&1อ!Oอ1@0@%@1%ํ@NO@!Nอ1/@1คO@!N@'1>N#0 P 0/>$?@1
#@อ>N3O#1อ%>2์(N@%1>&&#?Pอ1/@1คO@!N@'1>N#0 .@0Q% 30 /?% %?&!?QO!N/?%#?P%ํ@NO@2>%คO@
Q%O!N3>ค1?Q
1?(COR O1?&ห%?2Aอ1?&1อR/N1@0@%@1% ํ@NO@!@//11คห% @P QหO1/@1คO@!N@'1>N#0
1>?&@1ออห%?2Aอ1?&1อ2ํ@ห1?&@1%ํ@NO@Q%ค1?Q"? R' %/N@>1@0@%@1%ํ@NO@ค1&"O/%"C!Oอ
Oอ _1 QหOอ$>& ?1/@1คO@!N@'1>N#01?1@@1!@/1>N&?0&%?Q
'1>@0 /?%#?P 26 $?%/@ค/ พ.0. `cde
พ>ช?0 !1>พ>พ?! ุ์
1?ฐ/!ต1?ว่@ก@1ก1>1วงพ@ณ>ช0์
หนา ๓
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 473
|
2365.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/2365.pdf
|
101/
1?N 398 (พ.0. 2568)
ออ2/ค/2/Q10//ล11121
/N2O/0210N/O11121
อ2010อํ222/ค/2/Q/212 b OหN10//ล11121 @NOORNพ>N/N>/P0พ101211>
OORNพ>N/N>/10//ล11121 (1?N `^) พ.0. `c_a Oล0/212 b` (_e) OหN10//ล11121
@NOORNพ>N/N>/P0พ1012 11>OORNพ>N/N>/10//ล1 1121 ( 1?N _^) พ.0. `bgd
11/1?/N221101/21คล1ออ101/R/O 1NอR?O
Oอ _ QหO0Nล>ค/2/Q/11ค22/อ (_^c) อOอ ` OหN101/ 1?N _`d
(พ.0. `c^g) ออ2/ค/2/Q10//ล1 1121 /N2O/0210N/ O11121 @NOORNพ>N/N>/P0
101/ 1?N agc (พ.0. `cde) ออ2/ค/2/Q10//ล11121 /N2O/0210N/O11121
Oล0QหOQOค/2/NอR?OO
Q1??NCO/? N>ROAOอหN/0ล BQอ B1//R0Nพ ANอค/2/0 1N0A2/ห/20/ N2O/0
หล111พ0์Oล0ล2หล 111พ0์ .20QOPค121 121อ B1//R0Nพ ANอค/2/0 1N0AOพ>N01
QหON>RONN2?NN20N็คN2AOอหN/0ลBQอB1//R0NพANอค/2/01N0A1ORO110N/OR/NOอํ2/21//
คํ2/Nพ ANอN2?0.21?N>RO Qอ112R/NN>1Oอ0ล022/2 >อN >ROพ@10N/ >Nพ202 N/?NR/NN>
22/O222 ํ2ห11?.21?1O P0N>RO1ลN2/OอN็N>ROอCO/?N>RO@NN็Bคคล11/2
ONR/N1//@หO2หBO2N/22/1ห1Aอค0Bคคล?N/>QN>>BคคลOล0อ/1?N01R/NROON Oล0CO/?N>RO
OอAอหN/0ล BQอ B1//R0Nพ ANอค/2/0 1N0AR/NOอ0/N2หO2?11OON/1?NAOอหN/0ล B
ONR/N1//@1?Bพพล.2พห1Aอ20 1O?O 2ํ2ห1121AOอหN/0ลB.20Q2อN Aอ11OON/1?N
N>20หN/0ลBQอB1//R0Nพ ANอค/2/01N0A1ลN2/ค11OO1ONR/NN>/1?N a^ />B20
พ.0. `cdf Oล0QหON็R2/หล1N์ />?21 Oล0NANอR?Nอ>?1020ํ2ห
หนา ๘
เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๘
Oอ ` QหONพ>N/ค/2/NอR?ON็/11ค2?Nอ (_^c) อOอ ` OหN101/ 1?N _`d
(พ.0. `c^g) ออ2/ค/2/Q10//ล1 1121 /N2O/0210N/ O11121 @NOORNพ>N/N>/P0
101/ 1?N agc (พ.0. `cde) ออ2/ค/2/Q10//ล11121 /N2O/0210N/O11121
Q1 ??NCO/? N>ROR/N>1>2/หล 1N ์ />?21 Oล0N ANอR ?Nํ2หQ/11คห @N
/11ค2อ ห1Aอ/11ค22/ OลO/ON1? QหOCO/?N>RO1Oห/2>>RO110N/OOล0OอN2?0.21?N>RO
2ํ2ห11N>RO?NRO110N/O1ลN2//2OลO/O/0
Oอ a QหO0Nล>ค/2/Q (_^d) อOอ ` OหN101/ 1?N _`d (พ.0. `c^g)
ออ2/ค/2/Q10//ล11121 /N2O/0210N/O11121 @NOORNพ>N/N>/P0101/ 1?N agc
(พ.0. `cde) ออ2/ค/2/Q10//ล11121 /N2O/0210N/O11121 Oล0QหOQOค/2/NอR?OO
(_^d) N>ห1Aอล10P0์Q ๆ ?NRO11NANอ22120หN/0ลBคAQหOONอB1//R0
NพANอค/2/0 1N0A2/ห/20/ N2O/0หล111พ0์Oล0ล2หล 111พ0์ 1O?O Nพ201 ??NN>ห1Aอ
ล10P0์1ลN2/คํ2//22N>ROพ@10N/>?NRO110N/OR/NOอ1//คํ2/NพANอN2?0.21?N>RO
2/ ( _^c ) Oล0 CO/?N>ROOอAอหN/0ล B1ลN2//2Oล O/R/NOอ0/ N21000N/ล2 1NอR ?O
ONR/N1//@1?Bพพล.2พห1Aอ20
() O?11OON/1?NAOอหN/0ลB2/ (_^c) /11คห@N
() หO2?11OON/1?NAOอหN/0ลB2/ (_^c) /11ค2อห1Aอ/11ค22/
Oอ b QหONพ>N/ค/2/NอR?ON็ (_^e) Oล0 (_^f) อOอ ` OหN101/ 1?N _`d
(พ.0. `c^g) ออ2/ค/2/Q10//ล11121 /N2O/0210N/O11121
(_^e) N>RONN2/CลคN2อหN/0ลB1Oห/?NCO/?N>RO@NR/N1//@หO2หBO2N/22/1
ห1Aอค0Bคคล?NR/NQN>>BคคลOล0อ/1?N01R/NROON ROAอหN/0ลBQอB1//หBO100002/
2/ห/20/N2O/0หล111พ0์Oล0ล2หล111พ0์ @NหN/0ลB1ลN2/ROC21Nล?N0N็หN/0ลB
QอB1//R0NพANอค/2/01N0A2/ห/20/N2O/0หล111พ0์Oล0ล2หล111พ0์ .20QOPค121
121อ B1//R0Nพ ANอค/2/01N0AOพ>N01 P0QหOCO/?N>RORO112>>0N/O.21?N>RONN21
ํ2//CลคN2หN/0ลB?N21Nล?N01ลN2/ONR/NN>หO2O22 N็1000N/ล21?O
() ?.21? `cdf QหORO110N/O.21?N>RONพ202N/?NR/NN>22/O22
() ?.21? `cdg @?.21? `ce` QหORO110N/O.21?N>RONพ202N/?NN>22/O22
ONR/NN>หO2O22 P0QหORO110N/ON็ํ2/NN2 ๆ 1QONล0?.21?
หนา ๙
เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๘
21RO110N/O.21?N>RO2//11คห@N CO/?N>ROOอOOค/2/102ค์2121Nล?N0หN/0ลB
Qอ B1//ห BO100002/2/ห/20/ N2O/0หล 111พ0์Oล0ล2หล 111พ0์N็หN/0ล B
QอB1//R0NพANอค/2/01N0A2/ห/20/N2O/0หล111พ0์Oล0ล2หล111พ0์ .20QOPค121
121อB1//R0NพANอค/2/01N0AOพ>N01 Nอ1>11หล111พ0์121อB.20Q2อN Aอ
11OON/1?NN>20ห N/0ลBQอ B1//R0Nพ ANอค/2/0 1N0A1ลN2/ค11OO1O NR/NN>/1?N
a^ />B20 พ.0. `cdf Oล0OอAอหN/0ลB1Oห/2//11คห @NN็1000N/ล2R/ NOอ0/N2
หO2?11OON/1?NCO/?N>ROOOค/2/102ค ์ ONR/N1//@1?Bพพล.2พห1Aอ20 1O?O QหON็R
2/หล1N์ />?21 Oล0NANอR?Nอ>?1020ํ2ห
Q21คํ2/N>RO?NRO110N/O2//11คห@N QหOQOํ2/หN/0ลB /1?N __ /?2ค/
พ.0. `cdf 2ํ2ห1112ค2อห N/0ล B QหOAอ12ค2 /1?NCO/?N>ROROOOค/2/102ค ์
2//11ค2อ
(_^f) N>ห1Aอล10P0์Q ๆ ?NRO11NANอ22120หN/0ลBคAQหOONอB1//R0
NพANอค/2/01N0A2/ห/20/ N2O/0หล111พ0์Oล0ล2หล 111พ0์ 2ํ2ห11หN/0ลBQอ B
1//หBO100002/2/ห/20/N2O/0หล111พ0์Oล0ล2หล111พ0์@NROC21Nล?N0N็หN/0ลB
QอB1//R0NพANอค/2/01N0A2/ห/20/N2O/0หล111พ0์Oล0ล2หล111พ0์ .20QOPค121
121อ B1//R0Nพ ANอค/2/01N0AOพ>N01 2/ (_^e) 1O?O CO/?N>ROOอAอหN/0ลB
1ลN2//2OลO/R/NOอ0/N2หO2?11OON/1?NROOOค/2/102ค์21Nล?N0หN/0ลBNอ1>11หล111พ0์
121อB ONR/N1//@1?Bพพล.2พห1Aอ20
QหOR/O /1?N 24 /?2ค/ พ.0. `cd8
Bลพ1์ อ/1/>/1์
11/1?N/0/N221/ >1>1221O
11/1?/N221101/21คล1
หนา ๑๐
เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๘
ห/20NหB :- NหBลQ211020Q O101/1?O คAอ P0?N112ล/?P0202NN21>/QหO102
/?21ออ/Oล021ล B100002/ N2อ B1//R0Nพ ANอค/2/01N0A2/ห/20/ N2O/0หล111พ0์Oล0
ล2หล111พ0์ Oล0NพANอ1112N2?01.2พอล2หล111พ0์OหN10N0R02/P020อ101/21คล1
อ10N ็10P0 ์ON2110/ Bอ1 >11?Nอ0CNQ10N0 2/ค/1 ํ2หQห ON>RONN2?NN20N ็
คN2AOอหN/0ล BQอ B1//R0Nพ ANอค/2/0 1N0A2/ห/20/ N2O/0หล111พ0์Oล0ล2หล 111พ0์
.20Q OPค121 121อ B1//R0Nพ ANอค/2/0 1N0AOพ >N01 N>RONN2/CลคN2หN/0ล B1Oห/
?NCO/?N>ROROAอหN/0ลBQอB1//หBO100002/2/ห/20/ N2O/0หล111พ0์Oล0ล2หล 111พ0์
@NROC21Nล?N0N็หN/0ล BQอ B1//R0Nพ ANอค/2/0 1N0A2/ห/20/ N2O/0หล111พ0์Oล0
ล2หล111พ0์ .20QOPค121121อB1//R0NพANอค/2/01N0AOพ>N01 Oล0N>ห1Aอล10P0์Q ๆ
?NRO11NANอ22120หN/0ลBคAQหOONอB1//R0NพANอค/2/01N0A Q21? N็N>ROพ@10N/>
?NRO110N/OR/NOอ1//คํ2/NพANอN2?0.21?N>RO @ํ2N็Oอออ101/?O
หนา ๑๑
เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๘
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 474
|
74.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/74.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการพิจารณาการกระทําร่วมกันของผู้ประกอบธุรกิจ
อันเป็นการผูกขาด หรือลดการแข่งขัน หรือจํากัดการแข่งขันในตลาด
พ.ศ. 2561
โดยที่ มาตรา 54 และมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560
ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจใดร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจอื่นกระทําการอันเป็นการผูกขาด หรือลดการแข่งขัน
หรือจํากัดการแข่งขัน โดยกําหนดลักษณะของการกระท ําซึ่งเป็นความผิด นอกจากนี้ มาตรา 54
วรรคท้าย และมาตรา 56 ได้กําหนดข้อยกเว้นการกระทําความผิด
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 17 (3) แห่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560
และเพื่อให้การพิจารณาการกระทําที่เป็นความผิดตามมาตรา 54 และมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติ
การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 รวมทั้งข้อยกเว้นการกระทําความผิดดังกล่าวตามมาตรา 54
วรรคท้าย และมาตรา 56 มีความชัดเจนและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน คณะกรรมการการแข่งขัน
ทางการค้า จึงออกประกาศ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง แนวทางปฏิบัติ
ในการพิจารณาการกระทําร่วมกันของผู้ประกอบธุรกิจอันเป็นการผูกขาด หรือลดการแข่งขัน หรือจํากัด
การแข่งขันในตลาด พ.ศ. 2561”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในประกาศนี้
“การผูกขาด” หมายความว่า การที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่มีการแข่งขันในตลาดใดตลาดหนึ่งของ
สินค้าหรือบริการ ซึ่งมีอํานาจในการกําหนดราคาและปริมาณสินค้าหรือบริการของตนได้อย่างเป็นอิสระ
ข้อ ๔ ให้ประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้ารักษาการตามประกาศนี้
หมวด 1
บททั่วไป
ข้อ ๕ ในการพิจารณาการกระทําร่วมกันระหว่างผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติมาตรา 54
และ 55 ให้พิจารณาลักษณะของการกระทําอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
้หนา ๒๖
่เลม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๗๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
(1) ข้อตกลงที่มีผลบังคับและไม่มีผลบังคับในทางกฎหมาย โดยอาจจัดทําเป็นลายลักษณ์อักษร
หรือโดยวาจา ทั้งนี้ ข้อตกลงอาจมาจากการประช ุมหารือระหว่างผู้ประกอบธุรกิจ การส่งเอกสาร
การสื่อสารทางโทรศัพท์ หรือวิธีการอื่นใด
(2) การตัดสินใจของสมาคมหรือผู้ประกอบธุรกิจหลายรายที่รวมตัวกัน โดยเป็นการดําเนินการ
ที่เกิดเป็นข้อสรุปต่าง ๆ เช่น ข้อบังคับ ข้อเสนอแนะ มติของคณะกรรมการบริหาร มติของที่ประชุมสามัญ
ของสมาชิก เป็นต้น
(3) การกระทําร่วมกันที่ไม่ปรากฏข้อตกลงเฉพาะหร ือไม่ปรากฏการตัดสินใจที่มีหลักฐาน
ชัดเจน ซึ่งจะพิจารณาถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการตระหนักรู้ของผู้ประกอบธุรกิจว่าได้กระทําการร่วมกัน
ข้อ ๖ ในการพิจารณาการกระท ําอันเป็นการลดการแข ่งขัน ให้พิจารณาถึงการแข่งขัน
ที่ลดลงในตลาดใดตลาดหน ึ่ง เช่น จํานวนคู่แข่งขันในตลาดลดลง จํานวนสินค้าหรือบริการในตลาด
ที่แข่งขันกันลดลง ทั้งนี้ ให้พิจารณาเฉพาะกรณีผู้ประกอบธุรกิจมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันตั้งแต่ร้อยละสิบขึ้นไป
ข้อ ๗ ในการพิจารณาการกระทําอันเป็นการจํากัดการแข่งขัน ให้พิจารณาถึงการแข่งขัน
ที่ถูกจํากัดในตลาดใดตลาดหนึ่ง เช่น คู่แข่งขันในตลาดรายหนึ่งถูกจํากัดสิทธิหรือโอกาสในการจําหน่าย
สินค้าหรือบริการในตลาด หรือถูกจํากัดสิทธิหรือโอกาสในการดําเนินการเพื่อแข่งขันในตลาด ทั้งนี้
ให้พิจารณาเฉพาะกรณีผู้ประกอบธุรกิจมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันตั้งแต่ร้อยละสิบขึ้นไป
หมวด 2
การกระทําร่วมกันที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการแข่งขันอย่างร้ายแรง
ส่วนที่ 1
การกระทําที่เป็นความผิดตามมาตรา 54
ข้อ ๘ การกระทําร่วมกันระหว่างผู้ประกอบธุรกิจที่แข่งขันกันที่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 54
มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(1) กําหนดราคาซื้อหรือราคาขายหรือเงื่อนไขทางการค้าใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
ที่ส่งผลต่อราคาสินค้าหรือบริการ (Price Fixing) มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
( ก) การกําหนดราคาซื้อหรือราคาขายของสินค้าหรือบริการในตลาด เช่น การกําหนด
เป็นราคาเดียวกันหรืออยู่ในช่วงราคาที่ตกลงกันหรือเป็นไปในทิศทางเดียวกัน การกําหนดช่วงราคา
หรือสัดส่วนที่ผู้ประกอบธุรกิจแต่ละรายสามารถขึ้นหรือลดราคาได้ เป็นต้น
้หนา ๒๗
่เลม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๗๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
( ข) การกําหนดเงื่อนไขทางการค ้าไม่ว่าทางตรงหร ือทางอ้อมที่ส่งผลต่อราคาสินค้า
หรือบริการในตลาด เช่น ส่วนลด (Discount) ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เช่น ค่าขนส่ง บริการเสริม
เงื่อนไขการชําระเงิน เงื่อนไขการรับประกัน เป็นต้น
(2) จํากัดปริมาณของสินค้าหรือบริการที่ผู้ประกอบธุรกิจแต่ละรายจะผลิต ซื้อ จําหน่าย
หรือบริการตามที่ตกลงกันไว้ (Quantity Limitation) มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
( ก) การกําหนดปร ิมาณในการผล ิต ซื้อ หรือจําหน่ายสินค้า หรือให้การบริการ
ของผู้ประกอบธุรกิจแต่ละราย
( ข) การกําหนดสัดส่วนในการผล ิต ซื้อ หรือจําหน่ายสินค้า หรือให้การบริการ
ของผู้ประกอบธุรกิจแต่ละราย
( ค) การกําหนดโควตาในการผล ิต ซื้อ หรือจําหน่ายสินค้า หรือให้การบริการ
ของผู้ประกอบธุรกิจแต่ละราย
(3) กําหนดข้อตกลงหร ือเงื่อนไขในล ักษณะสมร ู้กัน เพื่อให้ฝ่ายหนึ่งได้รับการประม ูล
หรือประกวดราคาสินค้าหรือบริการ หรือเพื่อมิให้ฝ่ายหนึ่งเข้าแข่งขันราคาในการประมูลหรือประกวด
ราคาสินค้าหรือบริการ (Bid Rigging) มีลักษณะดังต่อไปนี้
( ก) การประมูลหรือประกวดราคาสินค้าหรือบริการ และ
( ข) การกําหนดข้อตกลงหรือเงื่อนไขใด ๆ ที่มีวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
1) เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งรายใดได้รับการประมูลหรือประกวดราคาสินค้า
หรือบริการนั้น
2) เพื่อมิให้ผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งรายใดเข้าแข่งขันราคาในการประมูลหรือประกวด
ราคาสินค้าหรือบริการนั้น
(4) กําหนดแบ่งท้องที่ที่ผู้ประกอบธุรกิจแต่ละรายจะจําหน่าย หรือลดการจําหน่าย หรือซื้อสินค้า
หรือบริการได้ในท้องที่นั้น หรือกําหนดผู้ซื้อหรือผู้ขายที่ผู้ประกอบธุรกิจแต่ละรายจะจัดจําหน่าย
หรือซื้อสินค้าหรือบริการได้ โดยผู้ประกอบธุรกิจอื่นจะไม่ซื้อหรือจําหน่ายหรือซื้อสินค้าหรือบริการนั้น
(Market Allocation) มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
( ก) การกําหนดแบ่งท้องที่ที่ผู้ประกอบธุรกิจแต่ละรายจะจําหน่าย หรือลดการจําหน่าย
หรือซื้อสินค้าหรือบริการได้ในท้องที่นั้น
( ข) การกําหนดคู่ค้า ได้แก่ ผู้ซื้อหรือผู้ขาย ที่ผู้ประกอบธุรกิจแต่ละรายจะจัดจําหน่าย
หรือซื้อสินค้าหรือบริการได้ โดยผู้ประกอบธุรกิจอื่นจะไม่ซื้อหรือจําหน่ายหรือซื้อสินค้าหรือบริการนั้น
้หนา ๒๘
่เลม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๗๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
ส่วนที่ 2
ข้อยกเว้นการกระทําความผิดตามมาตรา 54
ข้อ ๙ การกระทําระหว่างผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กันทางนโยบายหรืออํานาจสั่งการ
ตามประกาศคณะกรรมการการแข ่งขันทางการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ประกอบธุรกิจ
ที่มีความสัมพันธ์กันทางนโยบายหรืออํานาจสั่งการ พ.ศ. 2561 ไม่เป็นการกระทําความผิดตามมาตรา 54
หมวด 3
การกระทําร่วมกันที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการแข่งขัน
ส่วนที่ 1
การกระทําที่เป็นความผิดตามมาตรา 55
ข้อ ๑๐ การกระท ําร่วมกันระหว่างผู้ประกอบธ ุรกิจใด ๆ ที่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 55
มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(1) การกระทําร่วมกันตามข้อ 8 (1) (2) หรือ (4) ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่คู่แข่งขัน
ในตลาดเดียวกัน จะพิจารณาตามหลักเกณฑ์ในข้อ 8
(2) การลดคุณภาพของสินค้าหรือบริการให้ต่ําลงกว่าที่เคยผลิต จําหน่าย หรือให้บริการ
โดยจะพิจารณาถึงการลดคุณภาพสินค้าหรือบริการในตลาดของผ ู้ประกอบธุรกิจแต่ละราย ให้ต่ําลง
กว่าที่เคยผลิต จําหน่าย หรือให้บริการ โดยผู้ประกอบธุรกิจแต่ละรายอาจลดคุณภาพสินค้าหรือบริการ
ในรายละเอียดที่แตกต่างกัน
(3) การแต่งตั้งหรือมอบหมายให้บุคคลใดแต่ผู้เดียวเป็นผู้จําหน่ายสินค้าหรือให้บริการอย่างเดียวกัน
หรือประเภทเดียวกัน ซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้
( ก) มีการแต่งตั้งหรือมอบหมาย โดยอาจเป็นลายลักษณ์อักษรหรือรูปแบบอื่นก็ได้
( ข) บุคคลที่ได้รับแต่งตั้งหรือมอบหมายอาจเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้
( ค) บุคคลนั้นได้รับมอบหมายหรือแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนจําหน่ายสินค้าหรือผู้แทนให้บริการ
ในตลาดที่เป็นอย่างเดียวกันหรือประเภทเดียวกัน
(4) การกําหนดเงื่อนไขหรือวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการซื้อหรือการจําหน่ายสินค้าหรือการบริการ
เพื่อให้ปฏิบัติตามที่ตกลงกัน มีลักษณะดังต่อไปนี้
( ก) มีการกําหนดเงื่อนไขหรือวิธีปฏิบัติให้ผู้ประกอบธุรกิจแต่ละรายปฏิบัติตาม โดยอาจ
เป็นลายลักษณ์อักษรหรือรูปแบบอื่นก็ได้
( ข) เป็นเงื่อนไขหรือวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการซื้อหรือการจําหน่ายสินค้าหรือการบริการในตลาด
้หนา ๒๙
่เลม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๗๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
ส่วนที่ 2
ข้อยกเว้นการกระทําความผิดตามมาตรา 56
ข้อ ๑๑ การกระทําร่วมกันในลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ไม่เป็นการกระทําความผิด
ตามมาตรา 55
(1) การกระทําระหว่างผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กันทางนโยบายหร ืออํานาจสั่งการ
ตามประกาศคณะกรรมการการแข ่งขันทางการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ประกอบธุรกิจ
ที่มีความสัมพันธ์กันทางนโยบายหรืออํานาจสั่งการ พ.ศ. 2561
(2) การตกลงร่วมกันในธุรกิจที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาการผลิต การจัดจําหน่ายสินค้า
และการส่งเสริมให้เกิดความก้าวหน้าทางเทคนิคหรือเศรษฐกิจ
(3) การตกลงร ่วมกันในรูปแบบธุรกิจที่มีสัญญาระหว่างผู้ประกอบธุรกิจในต่างระดับกัน
โดยฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ให้ใช้สิทธิในสินค้าหรือบริการ เครื่องหมายการค้า วิธีการดําเนินธุรกิจ หรือสนับสนุน
การประกอบธุรกิจ และอีกฝ่ายเป็นผู้รับสิทธิซึ่งมีหน้าที่ชําระค่าสิทธิ ค่าธรรมเนียม หรือผลตอบแทนอื่นใด
ตามระบุในสัญญา เช่น สัญญาในการท ําธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส ์ (Franchise Agreement)
หรือรูปแบบตัวแทนจําหน่ายที่ได้รับอนุญาต (Authorized Dealer) เป็นต้น
ข้อ ๑๒ การตกลงร่วมกันตามข้อ 11 (2) และ (3) ต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(1) ไม่สร้างข้อจํากัดที่เกินกว่าความจําเป็นในการบรรลุประโยชน์ที่กําหนดไว้ตามข้อ 11 (2)
และ (3) โดยจะต้องพิจารณาว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นตามวัตถุประสงค์ของข้อยกเว้นจะต้องสมเหตุผล
ต่อการกระทําที่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบทางลบที่เป็นข้อจํากัดของการแข่งขันในตลาด
(2) ไม่ก่อให้เกิดอํานาจผูกขาด หรือจํากัดการแข่งขันในตลาดนั้นอย่างมีนัยสําคัญ กล่าวคือ
การกระทําร่วมกันที่เข้าข่ายข้อยกเว้นจะต้องไม่ก่อให้เกิดการผูกขาดในตลาด หรือผู้ประกอบธุรกิจ
ที่กระทําการร่วมกันจะต้องมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันน้อยกว่าร้อยละ 10
(3) คํานึงถึงผลกระทบต่อผู้บริโภคในด้านราคา คุณภาพ ปริมาณ หรือทางเลือกของการใช้สินค้า
หรือบริการ
ประกาศ ณ วันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่
ประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า
้หนา ๓๐
่เลม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๗๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
|
test
| 475
|
1191.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1191.pdf
|
ประกาศการท่าเรือแห่งประเทศไทย
เรื่อง ข้อก าหนดในการขอใช้เรือลากจูงที่ท่าเรือแหลมฉบัง
เพื่อให้การบริการเรือลากจูงของท่าเรือแหลมฉบัง ในการน าเรือเข้าเทียบท่า หรือออกจาก
ท่าเทียบเรือ หรือย้ายท่าเทียบเรือ เป็นไปด้วยความปลอดภัยและถูกต้องตามข้อ 16 ของข้อบังคับ
การท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยความปลอดภัย การใช้ท่าเรือ บริการและความสะดวกต่าง ๆ
ของท่าเรือแหลมฉบัง พ.ศ. 2562 อาศัยอ านาจตามข้อ 4 ของข้อบังคับการท่าเรือแห่งประเทศไทย
ว่าด้วยความปลอดภัย การใช้ท่าเรือ บริการ และความสะดวกต่าง ๆ ของท่าเรือแหลมฉบัง
พ.ศ. 2562 จึงให้ด าเนินการ ดังนี้
ข้อ 1 ยกเลิกประกาศการท่าเรือแห่งประเทศไทย เรื่อง ข้อก าหนดในการขอใช้เรือลากจูง
ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ลงวันที่ 6 มกราคม 2560
ข้อ 2 ให้ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับภายหลังจาก 90 วัน นับถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ 3 ก าหนด ข้อก าหนด (PORT REGULATION) ในการขอใช้เรือลากจูงที่ท่าเรือแหลมฉบัง
เพื่อบังคับใช้แก่การปฏิบัติงานน าเรือเข้าออกอาณาบริเวณของท่าเรือแหลมฉบัง โดยให้เจ้าของเรือ
หรือตัวแทนเจ้าของเรือ หรือผู้เช่าเรือ ขอใช้เรือลากจูงในการน าเรือสินค้าหรือเรือโดยสาร เข้าเทียบท่า
หรือออกจากท่าเรือ เลื่อนเรือทุกครั้ง ดังนี้
3.1 เรือขนาดความยาวตลอดล า (L.O.A.) ตั้งแต่ 250 ฟุตขึ้นไป (76.21 เมตรขึ้นไป)
ในสภาพอากาศปกติ ให้ขอใช้เรือลากจูงขนาดไม่น้อยกว่า 7๐๐ แรงม้า และมีขนาดก าลังฉุด
(BOLLARD PULL) ไม่น้อยกว่า 1๐ เมตริกตัน อย่างน้อย ๑ ล า ช่วยในการน าเรือเข้าเทียบท่า
หรือออกจากท่า
3.2 เรือขนาดความยาวตลอดล า (L.O.A.) ตั้งแต่ 400 - 820 ฟุต (๑๒1.92 -
249.94 เมตร) ในสภาพอากาศปกติ ให้ขอใช้เรือลากจูงขนาดไม่น้อยกว่า 3,๐๐๐ แรงม้า
และมีขนาดก าลังฉุด (BOLLARD PULL) ไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตริกตัน อย่างน้อย ๒ ล า ช่วยในการ
น าเรือเข้าเทียบท่า หรือออกจากท่า
3.3 เรือขนาดความยาวตลอดล า (L.O.A.) ตั้งแต่ 820 - 1,181 ฟุต (249.94 -
359.97 เมตร) ในสภาพอากาศปกติ ให้ขอใช้เรือลากจูงขนาดไม่น้อยกว่า 3,๐๐๐ แรงม้า
และมีขนาดก าลังฉุด (BOLLARD PULL) ไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตริกตัน อย่างน้อย ๓ ล า ช่วยในการ
น าเรือเขาเทียบท่า และอย่างน้อย ๒ ล า ช่วยในการน าเรือออกจากท่า
3.4 เรือขนาดความยาวตลอดล า (L.O.A.) ตั้งแต่ 1,181 ฟุตขึ้นไป (359.97
เมตรขึ้นไป) ในสภาพอากาศปกติ ให้ขอใช้เรือลากจูงขนาดไม่น้อยกว่า 3,๐๐๐ แรงม้า และมีขนาด
ก าลังฉุด (BOLLARD PULL) ไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตริกตัน อย่างน้อย 4 ล า ช่วยในการน าเรือ
เข้าเทียบท่า และอย่างน้อย 3 ล า ช่วยในการน าเรือออกจากท่า
้หนา ๕
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ มิถุนายน ๒๕๖๕
3.5 เรือขนาดความยาวเรือตลอดล า (L.O.A.) ไม่เกิน 250 ฟุต (76.21 เมตร)
ที่เป็นเรือสัญชาติไทย (เรือสินค้าชายฝั่งภายในประเทศ) ให้ ผู้น าเรือ/ผู้ควบคุมเรือ/นายเรือ สามารถใช้
ดุลพินิจในการขอใช้เรือลากจูงในการเข้าเทียบและออกจากท่าเทียบ
ทั้งนี้ การน าเรือเข้าเทียบและออกจากท่าเทียบเรือดังกล่าว ต้องไม่กีดขวางการเดินเรือ
ของเรือสินค้าล าอื่น และหากเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของการท่าเรือแห่งประเทศไทย หรือท่าเทียบเรือ
ของผู้ประกอบการท่าเทียบเรือของท่าเรือแหลมฉบัง บริษัทเจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือ หรือผู้เช่าเรือ
ต้องรับผิดชอบ และชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นแก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย หรือผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ
ทุกประการ
ข้อ 4 ในกรณีที่มีสภาพอากาศไม่ปกติ หรือเรือสินค้าอยู่ในสภาพไม่ปกติ หรือเจ้าพนักงาน
น าร่องเห็นว่าเรือลากจูงมีขนาดก าลังเครื่องยนต์และขนาดก าลังฉุด หรือจ านวน หรือลักษณะโครงสร้าง
ไม่เหมาะสมกับการปฏิบัติงาน ให้อยู่ในดุลพินิจของเจ้าพนักงานน าร่อง ที่จะขอเพิ่มเติมเรือลากจูง
ให้มีขนาดก าลังและจ านวนที่มากขึ้นตามความเหมาะสม เพื่อความปลอดภัยต่อการปฏิบัติงาน
ข้อ 5 ในกรณีเจ้าของเรือ หรือตัวแทนเจ้าของเรือ หรือผู้เช่าเรือ ไม่ด าเนินการให้เป็นไป
ตามข้อก าหนดในการขอใช้เรือลากจูงที่ท่าเรือแหลมฉบัง ในข้อ 3 ไม่ว่าการกระท าดังกล่าวจะน าไปสู่
การเกิดอุบัติเหตุและความเสียหายต่อทรัพย์สินของท่าเรือแหลมฉบัง และ/หรือ ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ
ของท่าเรือแหลมฉบังหรือไม่ก็ตาม ท่าเรือแหลมฉบังขอสงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาเรียกร้องค่าเสียหาย
และ/หรือ พิจารณาด าเนินการตามกฎหมายต่อไป
ประกาศ ณ วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖5
ร้อยต ารวจตรี มนตรี ฤกษ์จ าเนียร
ผู้อ านวยการท่าเรือแหลมฉบัง
้หนา ๖
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ มิถุนายน ๒๕๖๕
|
test
| 476
|
351.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/351.pdf
|
ประกาศการท่าเรือแห่งประเทศไทย
เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้น้้ามันเชื้อเพลิง
ของการให้บริการเรือลากจูง ณ ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง
ตามประกาศการท่าเรือแห่งประเทศไทย ก้าหนดให้มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษ
การใช้น้้ามันเชื้อเพลิงของการให้บริการเรือลากจูง นั้น เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
อาศัยอ้านาจตามความในข้อ ๔ และข้อ ๑๓ ของระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการใช้ท่าเรือ
บริการและความสะดวกต่าง ๆ พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติการท่าเรือ
แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ จึงให้ด้าเนินการ ดังนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศการท่าเรือแห่งประเทศไทย เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษ
การใช้น้้ามันเชื้อเพลิงของการให้บริการเรือลากจูง ณ ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง ลงวันที่
๑๑ กันยายน ๒๕๖๒
ข้อ ๒ ก้าหนดอัตราค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้น้้ามันเชื้อเพลิงของการให้บริการเรือลากจูง
ณ ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓
ดังนี้
๒.๑ ท่าเรือกรุงเทพ
- เรือลากจูงตั้งแต่ ๒,๐๐๐ แรงม้าขึ้นไป ๑,๓๒๑ บาท / ชั่วโมง
๒.๒ ท่าเรือแหลมฉบัง ๑,๓๓๒ บาท / ชั่วโมง
ข้อ ๓ อัตราค่าธรรมเนียมพิเศษตามข้อ ๒ กรณีเศษของชั่วโมงไม่ถึง ๓๐ นาที คิด ๓๐ นาที
และหากเกิน ๓๐ นาที แต่ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง คิดหนึ่งชั่วโมง
ข้อ ๔ การท่าเรือแห่งประเทศไทยจะทบทวนอัตราค่าธรรมเนียมตามข้อ ๒ ทุกวันที่
๑ มกราคม ๑ เมษายน ๑ กรกฎาคม และ ๑ ตุลาคมของทุกปี ซึ่งใช้ผลต่างของราคาน้้ามันดีเซล
ของบริษัท ปตท. จ้ากัด (มหาชน) ระหว่างราคาเฉลี่ยในระยะเวลา ๓ เดือนที่ผ่านมาเปรียบเทียบกับ
ราคาเฉลี่ยทั้งปีของปี พ.ศ. ๒๕๔๗ และจะปรับปรุงในกรณีที่ผลการค้านวณอัตราค่าธรรมเนียม
มีการเปลี่ยนแปลงเกินกว่าร้อยละ ๕
ประกาศ ณ วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖2
เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร
ผู้อ้านวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย
้หนา ๔๖
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๓๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
|
test
| 477
|
2304.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/2304.pdf
|
'1>@01/'0B2?!/์
N1APอ หล?N์ />$?@1 Oล>NAPอ%RQ%@1ํ@ห% คN@QON@0Q%@1NO&!?/อ0N@/?!"Bอ?%!1@0N#N@#?Pํ@N'็%
NพAPอN'็%พ0@%หล?@%Q%@1 ํ@N%>%ค ? Oล>@12?PQหO2N/?!"Bอ?%!1@0ออR'%อ1@อ@@?1P 0N1N N/%
พ.0. `cd๘
อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ c`/` /11ค2@/ OหNพ1>1@& ?ญญ?!>/?!"Bอ?%!1@0
พ.0. `cac @POORNพ>P/N!>/P 0พ1>1@&?ญญ?!>/?!"Bอ?%!1@0 (&?&#?P b) พ.0. `cd` อ$>& ?1/'0B2?!/์
@ออ'1>@0R/O ?!NอR'%?Q
Oอ _ Q%'1>@0%?Q
/?!"Bอ?%!1@0 ห/@0ค/@// N@ /?!"Bอ?%!1@0# ?P1/'0 B2?!/์1?&(> อ&!@/'1>@0
1>#1/อB!2@ห11/ N1APอ &?ญ?1@0APอ/?!"Bอ?%!1@0 ออ!@/ค/@/Q%/@!1@ _๘ /11ค2อ
OหNพ1>1@&?ญญ?!>/?!"Bอ?%!1@0 พ.0. `cac
Oอ ` คN@QON@0#?PN> @Q%@@12?P@1อ1/'0 B2?!/์ !@//@!1@ c`/` /11คห%@P
OหNพ1>1@&?ญญ?!>/?!"Bอ?%!1@0 พ.0. `cac @POORNพ>P/N >/P 0พ1>1@& ?ญญ?!>/?!"Bอ?%!1@0
(&?&#?P b) พ.0. `cd` QหON'็%R'!@/หล?N์ />$?@1 Oล>NAPอ%R ?%?Q
(_) QหOคN@QON@0 ?!NอR'%?Q N'็%ห%O@#?Pค/@/1?&(> อ&อ(CO%ํ@NO@ห1Aอ(CO%ํ@(N@%/?!"Bอ?%!1@0
( _._) คN@QON@0Q%@1N O&1?1@!?/อ0N@/?!"Bอ?%!1@0 NพAPอQON'็%พ0@%หล ?@%
Q%@1 ํ@N%>%ค ?%/N@ค ?>"@#?P2B Oล>คN@QON@0Q%@1? @1?&!?/อ0N@/?!"Bอ?%!1@0 ?ลN@/
N/APอค ?"@#?P2B OลO/
( _.`) คN@QON@0#?PN> @@12 N/?!"Bอ?%!1@0# ?PNหลAอ@@1N O&!?/อ0N@ออR'
%อ1@อ@@?1
( _.a) คN@QON@0อAP%Q #?PN> @Q%@@1#?P1/'0B2?!/์/?คํ@2?PQหO2N/?!"Bอ?%!1@0ออR'
%อ1@อ@@?1%อNห%Aอ@ (_._) Oล> (_.`)
#?Q%?Q 1/'0B2?!/์R/N/?ห%O@#?P1?&(> อ&!NอคN@QON@0Q N #?Q2>Q% #?PN> @Q%@1? ?ลN@/%?Q
(`) />$?@1ํ@1>คN@QON@0QหON'็%R'!@/Oอ!ล1>ห/N@(CO%ํ@NO@ห1Aอ(CO%ํ@(N@%/?!"Bอ?%!1@0
?&(CO#?P/?2N/%N?P0/Oอ
Oอ a '1>@0%?QQหOQO&?ค?&!?QO!N/?%"? @/?%'1>@0Q%1@>@%BN&1@N'็%!O%R'
'1>@0 /?%#?P _a B/.@พ?%$์ พ.0. `cd๘
2//% 1?!%/?คล@%%#์
อ$>& ?1/'0B2?!/์
หนา ๔๓
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
test
| 478
|
1289.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1289.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
เรื่อง คุณสมบัติของผู้เข้ารับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๒๒ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนา
ฝีมือแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๕ และมาตรา ๓๙ (๓) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๗ คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานก าหนดคุณสมบัติของผู้เข้ารับการทดสอบ
มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า ไว้ดังนี้
ข้อ ๑ ผู้เข้ารับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ
สาขาพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า ระดับ ๑ ต้องมีอายุไม่ต่ ากว่า 18 ปีบริบูรณ์นับถึงวันสมัคร
เข้ารับการทดสอบ โดยมีใบอนุญาตขับรถถูกต้องตามประเภทที่กฎหมายก าหนด และต้องมีคุณสมบัติ
อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) มีประสบการณ์การท างาน การปฏิบัติงาน หรือการประกอบอาชีพเกี่ยวกับสาขาพนักงาน
ขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า ไม่น้อยกว่า ๑ ปี
(2) ผ่านการฝึกอบรมฝีมือแรงงานในสาขาพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า ไม่น้อยกว่า
30 ชั่วโมง และมีประสบการณ์การฝึกงานหรือการปฏิบัติงานในสาขาพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า
ไม่น้อยกว่า 600 ชั่วโมง
(3) จบการศึกษาไม่ต่ ากว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือเทียบเท่าในสาขาที่เกี่ยวกับ
สาขาพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า
ข้อ ๒ ผู้เข้ารับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ
สาขาพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า ระดับ ๒ ต้องมีอายุไม่ต่ ากว่า 22 ปีบริบูรณ์นับถึงวันสมัคร
เข้ารับการทดสอบ โดยมีใบอนุญาตขับรถถูกต้องตามประเภทที่กฎหมายก าหนด และต้องมีคุณสมบัติ
อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) มีประสบการณ์การท างาน การปฏิบัติงาน หรือการประกอบอาชีพเกี่ยวกับสาขาพนักงาน
ขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า ไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือรับรองว่าเป็นผู้ผ่านการทดสอบ
มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า ระดับ ๑
(2) ได้คะแนนรวมในการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริกา ร
สาขาพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า ระดับ ๑ ไม่ต่ ากว่าร้อยละแปดสิบ
้หนา ๔๕
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๙๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๕
ข้อ ๓ ผู้เข้ารับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงาน
ขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า ระดับ ๓ ต้องมีอายุไม่ต่ ากว่า 25 ปีบริบูรณ์นับถึงวันสมัครเข้ารับการทดสอบ
โดยมีใบอนุญาตขับรถถูกต้องตามประเภทที่กฎหมายก าหนด และต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง
ดังต่อไปนี้
(1) มีประสบการณ์การท างาน การปฏิบัติงาน หรือการประกอบอาชีพเกี่ยวกับสาขาพนักงาน
ขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือรั บรองว่าเป็นผู้ผ่านการทดสอบ
มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า ระดับ 2
(2) ได้คะแนนรวมในการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ
สาขาพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า ระดับ 2 ไม่ต่ ากว่าร้อยละแปดสิบ
ข้อ ๔ ผู้เข้ารับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ
สาขาพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า ระดับ 4 ต้องมีอายุไม่ต่ ากว่า 28 ปีบริบูรณ์นับถึงวันสมัคร
เข้ารับการทดสอบ โดยมีใบอนุญาตขับรถถูกต้องตามประเภทที่กฎหมายก าหน ด และต้องมีคุณสมบัติ
อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) มีประสบการณ์การท างาน การปฏิบัติงาน หรือการประกอบอาชีพเกี่ยวกับสาขาพนักงาน
ขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือรับรองว่าเป็นผู้ผ่านการทดสอบ
มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า ระดับ 3
(2) ได้คะแนนรวมในการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ
สาขาพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า ระดับ 3 ไม่ต่ ากว่าร้อยละแปดสิบ
ข้อ ๕ ภายในระยะเวลา ๓ ปีนับแต่วันที่ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนา
ฝีมือแรงงาน เรื่อง วิธีการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และการออกหนังสือรับรองว่าเป็น
ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานขับรถบรรทุก
ขนส่งสินค้า ระดับ ๒ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้ที่ปฏิบัติงานในระดับหรือต าแหน่งที่เทียบได้
ไม่ต่ ากว่าข้อก าหนดของมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานขับรถบรรทุก
ขนส่งสินค้า ระดับ ๒ โดยมีใบรับรองการท างานที่ปฏิบัติงานอยู่ในขณะนั้น สามารถขอรับการทดสอบ
มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า ระดับ ๒ ได้
ข้อ ๖ ภายในระยะเวลา ๓ ปีนับแต่วันที่ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนา
ฝีมือแรงงาน เรื่อง วิธีการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และการออกหนังสือรับรองว่าเป็นผู้ผ่าน
การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า
ระดับ ๓ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้ที่ปฏิบัติงานในระดับหรือต าแหน่งที่เทียบได้ไม่ต่ ากว่า
ข้อก าหนดของมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า
ระดับ ๓ โดยมีใบรับรองการท างานที่ปฏิบัติงานอยู่ในขณะนั้น สามารถขอรับการทดสอบมาตรฐาน
ฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า ระดับ ๓ ได้
้หนา ๔๖
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๙๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๕
ข้อ ๗ ภายในระยะเวลา ๓ ปีนับแต่วันที่ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนา
ฝีมือแรงงาน เรื่อง วิธีการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และการออกหนังสือรับรองว่าเป็นผู้ผ่าน
การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า
ระดับ ๔ ประกาศในรา ชกิจจานุเบกษา ให้ผู้ที่ปฏิบัติงานในระดับหรือต าแหน่งที่เทียบได้ไม่ต่ ากว่า
ข้อก าหนดของมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานขับรถบรรทุก
ขนส่งสินค้า ระดับ ๔ โดยมีใบรับรองการท างานที่ปฏิบัติงานอยู่ในขณะนั้น สามารถขอรับการทดสอบ
มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า ระดับ ๔ ได้
ประกาศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖5
บุญชอบ สุทธมนัสวงษ์
ปลัดกระทรวงแรงงาน
ประธานกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
้หนา ๔๗
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๙๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๕
|
test
| 479
|
1628.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1628.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
ฉบับที่ 51 พ.ศ. 2566
เรื่อง การแจ้งปริมาณ ราคา และรายละเอียดเกี่ยวกับยาป้องกัน
หรือก าจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชที่น าเข้ามาในราชอาณาจักร
โดยที่ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2565
เรื่อง การก าหนดสินค้าและบริการควบคุม ลงวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕65 สิ้นผลใช้บังคับ
จึงท าให้ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 55 พ.ศ. 2565 เรื่อง
การแจ้งปริมาณ ราคา และรายละเอียดเกี่ยวกับยาป้องกันหรือก าจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชที่น าเข้ามาใน
ราชอาณาจักร ลงวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕65 สิ้นผลใช้บังคับ ประกอบกับคณะกรรมการกลาง
ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้พิจารณาทบทวนการใช้อ านาจก าหนดมาตรการ ดังกล่าวแล้ว เห็นควร
คงมาตรการให้ผู้น าเข้า แจ้งปริมาณ ราคา และรายละเอียดเกี่ยวกับยาป้องกันหรือก าจัดศัตรูพืชหรือ
โรคพืชที่น าเข้ามาในราชอาณาจักรต่อไป เพื่อให้การก ากับดูแลยาป้องกันหรือก าจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช
มีปริมาณเพียงพอกับความต้องการในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายโดยเฉพาะแก่เกษตรกร
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๙ (๒) (๓) มาตรา ๒๕ (๔) (๕) และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. ๒๕๔๒ คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้า
และบริการ จึงออกประกาศ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเป็นระยะเวลาหนึ่งปี
ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป เว้นแต่จะมีการออกประกาศใหม่
ข้อ ๒ ให้ผู้น าเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจ าหน่ายยาป้องกันหรือก าจัดศัตรู พืชหรือโรคพืช
แจ้งชื่อ ชื่อทางการค้า ชื่อสามัญ ชื่อวัตถุอันตราย ชื่อและปริมาณวัตถุอันเป็นส่วนประกอบส าคัญ
ปริมาณการน าเข้า ราคาซื้อ (ราคาน าเข้า) ทุกครั้งที่มีการน าเข้ามาในราชอาณาจักร โดยให้แจ้งภายใน
สามสิบวันตั้งแต่วันที่น าเข้ามาในราชอาณาจักร
ข้อ ๓ การแจ้งตามข้อ ๒ ให้ยื่นต่อเลขาธิการตามแบบที่เลขาธิการก าหนด ณ ส านักงาน
คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
การแจ้งตามวรรคหนึ่ง จะแจ้งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ทางโทรสาร ทางจดหมาย
อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) หรือทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ โดยให้ถือวันที่ได้ประทับตราประจ าวัน
ณ ที่ท าการไปรษณีย์ต้นทางเป็นวันแจ้ง ในกรณีที่แจ้งทางโทรสารให้ถือวันที่ได้รับโทรสารเป็นวันแสดง
เจตนาในการแจ้ง ในกรณีที่แจ้งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) ให้ถือวันที่ได้รับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
(อีเมล) เป็นวันแสดงเจตนาในการแจ้ง และในกรณีการแจ้งทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้ถือวันที่ข้อมูล
อิเล็กทรอนิกส์ได้เข้าสู่ระบบข้อมูลของส านักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เป็นวันแจ้ง
้หนา ๒๘๓
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖
การแจ้งทางโทรสารหรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) ตามวรรคสองจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อ
ผู้น าเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจ าหน่าย ส่งต้นฉบับให้เลขาธิการแล้ว
ให้ผู้น าเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจ าหน่าย ที่ประสงค์จะแจ้งทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ลงนาม
ในบันทึกแสดงความตกลงในการแจ้งทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เลขาธิการก าหนด
ข้อ ๔ เมื่อผู้น าเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจ าหน่าย ร้องขอต่อเลขาธิการเพื่อขยายระยะเวลา
ตามที่ก าหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ หรือเมื่อเลขาธิการเห็นสมควร เลขาธิการอาจมีค าสั่งขยายระยะเวลา
ตามที่ก าหนดไว้ก่อนสิ้นระยะเวลานั้นได้ แต่การขยายระยะเวลาเช่นว่านี้ให้พึงท าได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์
พิเศษหรือมีเหตุจ าเป็น และผู้น าเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจ าหน่าย ได้มีค าร้องขอหรือเลขาธิการ
ได้มีค าสั่งก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย
ประกาศ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖6
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ประธานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
้หนา ๒๘๔
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖
|
test
| 480
|
573.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/573.pdf
|
ระเบียบกรมการขนส่งทางบก
ว่าด้วยการด าเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถ
ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (ฉบับที่ 7)
พ.ศ. 2563
ตามที่ได้มีระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการด าเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถ
ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕54 ลงวันที่ 24 มีนาคม ๒๕54 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ไว้แล้ว นั้น
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมการด าเนินการเกี่ยวกับการแจ้งเลิกใช้รถ การยกเลิก
การจดทะเบียนรถเนื่องจากมีการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ สัญญาเช่า (แบบลิสซิ่ง) หรือสัญญาอย่างอื่น
ที่มีลักษณะเดียวกัน และการระงับทะเบียนรถที่ค้างช าระภาษีรถประจ าปีติดต่อกันครบสามปี ส าหรับ
การประกอบการขนส่งไม่ประจ าทางและการประกอบการขนส่งส่วนบุคคลให้สา มารถด าเนินการได้
พร้อมกับการถอนรถออกจากบัญชีรายละเอียดของรถที่ใช้ในการขนส่ง (ขส.บ.11) อันเป็นการอ านวย
ความสะดวกให้แก่ประชาชนมากยิ่งขึ้น อธิบดีกรมการขนส่งทางบกจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการด าเนิน การเกี่ยวกับ
ทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2563”
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกความในข้อ 27 ของระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการด าเนินการ
เกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2554 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ 27 เมื่อได้รับค าขอและตรวจสอบหลักฐานประกอบค าขอตามข้อ 26 ครบถ้วนถูกต้องแล้ว
ให้ด าเนินการ ดังนี้
(1) กรณีรถที่ใช้ในการประกอบการขนส่งประจ าทางและการขนส่งโดยรถ ขนาดเล็ก
ให้ตรวจสอบว่า ได้รับอนุญาตให้ถอนรถออกจากบัญชีรายละเอียดของรถที่ใช้ในการขนส่ง (ขส.บ.11)
แล้วหรือไม่ หากยังมิได้ถอนรถก็ให้ผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถด าเนินการขอถอนรถให้เรียบร้อยก่อน
(2) ตรวจรับแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถคืนให้ถูกต้อง
(3) ตรวจสอบรายการเสียภาษีรถประจ าปี หากมีภาษีค้างช าระให้จัดเก็บภาษีค้างช าระ
พร้อมเงินเพิ่มให้ครบถ้วนถูกต้อง
(4) บันทึกการแจ้งเลิกใช้รถในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ และส าเนาหนังสือแสดง
การจดทะเบียนรถ
(5) กรณีรถที่ใช้ในการประกอบการขนส่งไม่ประจ าทางและการขนส่งส่วนบุคคล ให้ด าเนินการ
ถอนรถออกจากบัญชีรายละเอียดของรถที่ใช้ในการขนส่ง (ขส.บ.11)”
้หนา ๑
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๒๖๙ งราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๓
ข้อ 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 37/1 ของระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วย
การด าเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2554
“ข้อ 37/1 รถที่ใช้ในการประกอบการขนส่งไม่ประจ าทางและการขนส่งส่วนบุคคลที่ได้
ด าเนินการยกเลิกการจดทะเบียนรถเนื่องจากมีการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ สัญญาเช่า (แบบลิสซิ่ง) หรือ
สัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกันตามข้อ 35 และข้อ 37 แล้ว ให้ด าเนินการถอนรถออกจากบัญชี
รายละเอียดของรถที่ใช้ในการขนส่ง (ขส.บ.11)”
ข้อ 5 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด 6/1 การระงับทะเบียนรถ ข้อ 39/1 ของระเบียบ
กรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการด าเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่ง
ทางบก พ.ศ. 2554
“หมวด 6/1
การระงับทะเบียนรถ
ข้อ 39/1 รถที่ค้างช าระภาษีรถประจ าปีติดต่อกันครบสามปี ซึ่งมีผลท าให้การจดทะเบียนรถ
เป็นอันระงับไป ให้ด าเนินการ ดังนี้
(1) ประกาศหมายเลขทะเบียนรถพร้อมทั้งจ านวนภาษีที่ค้างช าระไว้ ณ ที่ท าการนายทะเบียน
และในสถานที่ที่อธิบดีกรมการขนส่งทางบกประกาศก าหนด
(2) แจ้งเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถให้มาช าระภาษีรถประจ าปีที่ค้างช าระและส่งคืน
แผ่นป้ายเลขทะเบียนรถต่อนายทะเบียนและน าหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถมาแสดงต่อนายทะเบียน
เพื่อบันทึกการระงับทะเบียนรถภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
(3) เมื่อได้รับช าระภาษีรถประจ าปีค้างช าระครบถ้วนถูกต้องและได้รับคืนแผ่นป้าย
เลขทะเบียนรถแล้ว ให้บันทึกรายการเสียภาษีรถประจ าปีที่ค้างช าระและบันทึกการระงับทะเบียนรถ
ในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถให้ถูกต้องครบถ้วน
(4) กรณีรถที่ใช้ในการประกอบ การขนส่งไม่ประจ าทางและการขนส่งส่วนบุคคล
ให้ด าเนินการถอนรถออกจากบัญชีรายละเอียดของรถที่ใช้ในการขนส่ง (ขส.บ.11)”
ประกาศ ณ วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. ๒๕63
จิรุตม์ วิศาลจิตร
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก
้หนา ๒
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๒๖๙ งราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๓
|
test
| 481
|
875.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/875.pdf
|
ประกาศส านักทะเบียนกลาง
เรื่อง ให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎร
กรณีภัยที่เกิดจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ฉบับที่ ๒)
เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ยังคงทวีความรุนแรง
มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบในทางเศรษฐกิจ และการด ารงชีพของประชาชนโดยทั่วไป
อย่างกว้างขวาง ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน และลดภาระของประชาชน อาศัยอ านาจ
ตามความในข้อ ๔ แห่งกฎกระทรวงก าหนดค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎร
พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงก าหนดค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับ
การทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓ และข้อ ๑๒ แห่งกฎกระทรวงก าหนด ให้คนซึ่งไม่มี
สัญชาติไทยปฏิบัติเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง
ก าหนดให้คนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยปฏิบัติเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓
ผู้อ านวยการทะเบียนกลางประกาศพื้นที่ภัยที่เกิดจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน า 2019 และยกเว้น
ค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎร ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศส านักทะเบียนกลาง เรื่อง ให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับ
การทะเบียนราษฎร กรณีภัยที่เกิดจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ลงวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๔
ข้อ ๒ ให้เขตพื้นที่ภัยที่เกิดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ถูกก าหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด
และเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด และพื้นที่ควบคุม ตามค าสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ ๑๑/๒๕๖๔ หรือข้อก าหนดออกตามความในมาตรา ๙
แห่งพร ะราชก าหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นพื้นที่ประสบภัย
ที่จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎร ตามประกาศนี้
ข้อ ๓ ให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรในเรื่องต่อไปนี้ ในเขตพื้นที่
ตามข้อ ๒ นับตั้งแต่วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับจนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๔
(๑) การขอคัดส าเนา หรือคัดและรับรองส าเนารายการทะเบียน ตามมาตรา ๖
(๒) การขอคัดส าเนา หรือคัดและรับรองส าเนารายการข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร
ตามมาตรา ๑๔ (๑)
(๓) การแจ้งการเกิดต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่อื่น ตามมาตรา ๑๘ วรรคสาม
(๔) การแจ้งการตายต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่อื่น ตามมาตรา ๒๑ วรรคสี่
้หนา ๓๘
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กันยายน ๒๕๖๔
(๕) การแจ้งการย้ายที่อยู่ ตามมาตรา ๓๐/๒
(๖) การออกบัตรประจ าตัวให้กับคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ตามมาตรา ๓๘/๑
(๗) การขอรับส าเนาทะเบียนบ้านฉบั บเจ้าบ้านใหม่แทนฉบับเดิมที่ช ารุดหรือสูญหาย
ตามมาตรา ๓๙ วรรคสอง
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕64
ธนาคม จงจิระ
ผู้อ านวยการทะเบียนกลาง
้หนา ๓๙
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กันยายน ๒๕๖๔
|
test
| 482
|
1536.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1536.pdf
|
พระราชกฤษฎีกา
ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาก าหนดเขตส ารวจการกักตุนโภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๓
พ.ศ. ๒๕๖๖
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ให้ไว้ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖6
เป็นปีที่ 8 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรยกเลิกพระราชกฤษฎีกาก าหนดเขตส ารวจการกักตุนโภคภัณฑ์
พ.ศ. ๒๕๖๓
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๘
แห่งพระราชบัญญัติส ารวจการกักตุนโภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีก ายกเลิกพระราชกฤษฎีกา
ก าหนดเขตส ารวจการกักตุนโภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ พ.ศ. ๒๕๖๖”
้หนา ๒๗
่เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๓๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ มิถุนายน ๒๕๖๖
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาก าหนดเขตส ารวจการกักตุนโภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๓
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
้หนา ๒๘
่เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๓๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ มิถุนายน ๒๕๖๖
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรยกเลิกพระราชกฤษฎีกา
ก าหนดเขตส ารวจการกักตุนโภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ เนื่องจากสภาพการณ์อันเป็นเหตุผลในการออกพระราชกฤษฎีกา
ฉบับดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้ว จึงจ าเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
้หนา ๒๙
่เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๓๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ มิถุนายน ๒๕๖๖
|
test
| 483
|
77.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/77.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
เรื่อง กําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา ๑๐๒
พ.ศ. ๒๕๖๑
โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 234 (3) บัญญัติให้
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีหน้าที่และอํานาจกําหนดให้ผู้ดํารงตําแหน่ง
ทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
และเจ้าหน้าที่ของรัฐยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
รวมทั้งตรวจสอบและเป ิดเผยผลการตรวจสอบทร ัพย์สินและหน ี้สินของบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา 28 (3) ประกอบมาตรา 102 แห่งพระราชบัญญัติ
ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ คณะกรรมการป้องกัน
และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
เรื่อง กําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา ๑๐๒ พ.ศ. ๒๕๖๑”
ข้อ ๒ ประกาศน ี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดสามส ิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิก
(1) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กําหนดตําแหน่ง
ของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งจะต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
(2) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กําหนดตําแหน่ง
ของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งจะต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2550
(๓) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กําหนดตําแหน่ง
ของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งจะต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
(๔) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กําหนดตําแหน่ง
ของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งจะต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2552
(๕) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กําหนดตําแหน่ง
ของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งจะต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2552
(๖) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กําหนดตําแหน่ง
กรรมการและผู้บริหารหน่วยงานอื่นของรัฐ ให้เป็นผู้ดํารงตําแหน่งระดับสูง
้หนา ๓๗
่เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๘๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
(๗) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กําหนดตําแหน่ง
กรรมการและผู้บริหารหน่วยงานอื่นของรัฐ ให้เป็นผู้ดํารงตําแหน่งระดับสูง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560
ข้อ ๔ ให้ผู้ดํารงตําแหน่งดังต่อไปนี้ ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตร
ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.
(๑) ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง
๑.๑ นายกรัฐมนตรี
๑.๒ รัฐมนตรี
๑.๓ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
๑.๔ สมาชิกวุฒิสภา
๑.๕ ข้าราชการการเมืองอื่น ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง
๑.๕.1 ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
๑.๕.2 ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี
๑.๕.3 ที่ปรึกษารัฐมนตรี
๑.๕.4 ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี
๑.๕.5 เลขาธิการนายกรัฐมนตรี
๑.๕.6 รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง
๑.๕.7 โฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี
๑.๕.8 รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี
๑.๕.9 เลขานุการรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี
๑.๕.10 ประจําสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
1. ๕.๑1 เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
๑.๕.12 ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
๑.๖ ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา
๑.๖.1 ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา
๑.๖.2 ที่ปรึกษารองประธานรัฐสภา
๑.๖.3 ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร
๑.๖.4 ที่ปรึกษาประธานวุฒิสภา
๑.๖.5 ที่ปรึกษารองประธานสภาผู้แทนราษฎร
๑.๖.6 ที่ปรึกษารองประธานวุฒิสภา
๑.๖.7 ที่ปรึกษาผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
๑.๖.8 โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร
๑.๖.9 โฆษกประธานวุฒิสภา
้หนา ๓๘
่เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๘๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
๑.๖.10 โฆษกผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
๑.๖.11 เลขานุการประธานรัฐสภา
๑.๖.12 เลขานุการรองประธานรัฐสภา
๑.๖.13 เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร
๑.๖.14 เลขานุการประธานวุฒิสภา
๑.๖.15 เลขานุการรองประธานสภาผู้แทนราษฎร
๑.๖.16 เลขานุการรองประธานวุฒิสภา
๑.๖.17 เลขานุการผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
๑.๖.18 ผู้ช่วยเลขานุการประธานรัฐสภา
๑.๖.19 ผู้ช่วยเลขานุการรองประธานรัฐสภา
๑.๖.20 ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร
๑.๖.21 ผู้ช่วยเลขานุการประธานวุฒิสภา
๑.๖.22 ผู้ช่วยเลขานุการรองประธานสภาผู้แทนราษฎร
๑.๖.23 ผู้ช่วยเลขานุการรองประธานวุฒิสภา
๑.๖.24 ผู้ช่วยเลขานุการผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
(๒) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
(๓) ผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ
๓.๑ คณะกรรมการการเลือกตั้ง
๓.๒ ผู้ตรวจการแผ่นดิน
๓.๓ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
๓.๔ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
๓.๕ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
(๔) ข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว ่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม
ซึ่งดํารงตําแหน่งตั้งแต่อธิบดีผู้พิพากษาขึ้นไป รวมทั้งผู้ซึ่งดํารงตําแหน่งเทียบเท่าอธิบดีผู้พิพากษาขึ้นไป
ตามประกาศคณะกรรมการต ุลาการศาลย ุติธรรม เรื่อง การกําหนดตําแหน่งและเทียบตําแหน่ง
ข้าราชการตุลาการที่เรียกชื่ออย่างอื่น
(๕) ข้าราชการต ุลาการศาลปกครองตามกฎหมายว ่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและว ิธี
พิจารณาคดีปกครองซึ่งดํารงตําแหน่งตั้งแต่อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นขึ้นไป รวมทั้งผู้ซึ่งดํารงตําแหน่ง
เทียบเท่าอธิบดีศาลปกครองช ั้นต้นขึ้นไป ตามประกาศคณะกรรมการต ุลาการศาลปกครอง เรื่อง
การกําหนดตําแหน่งและเทียบตําแหน่งตุลาการศาลปกครองที่เรียกชื่ออย่างอื่น
(๖) ข้าราชการอัยการตามกฎหมายว ่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการซึ่งดํารงตําแหน่ง
ตั้งแต่อธิบดีอัยการขึ้นไป
้หนา ๓๙
่เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๘๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
(๗) ผู้ดํารงตําแหน่งระดับสูง
๗.๑ สําหรับข้าราชการพลเรือน
๗.๑.1 หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ทบวง กรม
๗.๑.2 หัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล
๗.๒ สําหรับข้าราชการทหาร
๗.๒.1 ปลัดกระทรวงกลาโหม
๗.๒.2 ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
๗.๒.3 ผู้บัญชาการเหล่าทัพ
๗.๓ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ
๗.๔ ผู้ว่าราชการจังหวัด
๗.๕ ปลัดกรุงเทพมหานคร
๗.๖ กรรมการและผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
๗.๗ หัวหน้าหน่วยงานขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
๗.๗.1 เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง
๗.๗.2 เลขาธิการสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน
๗.๗.3 เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
๗.๗.4 เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
๗.๘ กรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐ
๗.๘.๑ กองทุน
๗.๘.๑.๑ กองทุนการออมแห่งชาติ
ก. ประธานกรรมการและกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ
ข. เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ
๗.๘.๑.๒ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
ก. ประธานกรรมการและกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
ข. ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
๗.๘.๑.๓ กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ
ก. ประธานกรรมการและกรรมการกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ
ข. เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ
๗.๘.๑.๔ กองทุนประกันชีวิต
ก. ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการบริหาร
กองทุนประกันชีวิต
ข. ผู้จัดการกองทุนประกันชีวิต
้หนา ๔๐
่เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๘๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
๗.๘.๑.๕ กองทุนประกันวินาศภัย
ก. ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ
บริหารกองทุนประกันวินาศภัย
ข. ผู้จัดการกองทุนประกันวินาศภัย
๗.๘.๑.๖ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
ก. ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ
กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
ข. ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
๗.๘.๑.๗ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
ก. ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการบริหาร
กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
ข. เลขาธิการสํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
๗.๘.๑.๘ กองทุนยุติธรรม
ก. ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ
กองทุนยุติธรรม
๗.๘.๑.๙ กองทุนสงเคราะห์
ก. ประธานกรรมการและกรรมการกองทุนสงเคราะห์
ข. ผู้อํานวยการกองทุนสงเคราะห์
๗.๘.๑.๑๐ กองทุนอ้อยและน้ําตาลทราย
ก. ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ
บริหารกองทุนอ้อยและน้ําตาลทราย
ข. ผู้อํานวยการสํานักงานกองทุนอ้อยและน้ําตาลทราย
๗.๘.๒ ธนาคารแห่งประเทศไทย
๗.๘.๒.๑ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
๗.๘.๒.๒ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
๗.๘.๓ สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
๗.๘.๓.๑ ประธานกรรมการและกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
๗.๘.๓.๒ เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการก ํากับหลักทรัพย์และ
ตลาดหลักทรัพย์
้หนา ๔๑
่เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๘๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
๗.๘.๔ สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
๗.๘.๔.1 ประธานกรรมการและกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ
ประกันภัย
๗.๘.๔.๒ เลขาธิการคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ
ประกันภัย
๗.๘.๕ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก
๗.๘.๕.๑ ประธานกรรมการและกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
๗.๘.๕.๒ ผู้อํานวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
๗.๘.๖ สถาบันพระปกเกล้า
๗.๘.๖.๑ ประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการ
สภาสถาบันพระปกเกล้า
๗.๘.๖.๒ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า
๗.๘.๗ สถาบันอุดมศึกษาในกํากับของรัฐ
๗.๘.๗.๑ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
๗.๘.๗.๒ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
๗.๘.๗.๓ มหามกุฏราชวิทยาลัย
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
๗.๘.๗.๔ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
๗.๘.๗.๕ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
๗.๘.๗.๖ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
้หนา ๔๒
่เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๘๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
๗.๘.๗.๗ มหาวิทยาลัยทักษิณ
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
๗.๘.๗.๘ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
๗.๘.๗.๙ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
๗.๘.๗.๑๐ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
๗.๘.๗.๑๑ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
๗.๘.๗.๑๒ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
๗.๘.๗.๑๓ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
๗.๘.๗.๑๔ มหาวิทยาลัยบูรพา
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
๗.๘.๗.๑๕ มหาวิทยาลัยพะเยา
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
๗.๘.๗.๑๖ มหาวิทยาลัยมหิดล
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
๗.๘.๗.๑๗ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
้หนา ๔๓
่เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๘๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
๗.๘.๗.๑๘ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
๗.๘.๗.๑๙ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
๗.๘.๗.๒๐ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
๗.๘.๗.๒๑ มหาวิทยาลัยศิลปากร
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
๗.๘.๗.๒๒ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
๗.๘.๗.๒๓ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ก. นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ข. อธิการบดี
๗.๘.๗.๒๔ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
ก. นายกสภาราชวิทยาลัยและกรรมการสภาราชวิทยาลัย
ข. เลขาธิการราชวิทยาลัย
๗.๘.๗.๒๕ สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย
ก. นายกสภาสถาบันและกรรมการสภาสถาบัน
ข. อธิการบดี
๗.๘.๗.๒๖ สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา
ก. นายกสภาสถาบันและกรรมการสภาสถาบัน
ข. อธิการบดี
๗.๘.๘ องค์การมหาชน
๗.๘.๘.๑ กองทุนสนับสนุนการวิจัย
ก. ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ
นโยบายกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ข. ผู้อํานวยการสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
้หนา ๔๔
่เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๘๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
๗.๘.๘.๒ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
ก. ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ
กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
ข. ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
๗.๘.๘.๓ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ
ก. ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ
กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ
ข. ผู้อํานวยการสํานักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ
๗.๘.๘.๔ คุรุสภา
ก. ประธานกรรมการและกรรมการคุรุสภา
ข. เลขาธิการคุรุสภา
๗.๘.๘.๕ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
ก. ประธานกรรมการและกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน
ข. เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
๗.๘.๘.๖ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ
ก. ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ
มาตรวิทยาแห่งชาติ
ข. ผู้อํานวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ
๗.๘.๘.๗ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
ก. ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
ข. ผู้อํานวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
๗.๘.๘.๘ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ก. ประธานกรรมการและกรรมการสถาบ ันส่งเสริมการสอน
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ข. ผู้อํานวยการสถาบ ันส่งเสริมการสอนว ิทยาศาสตร ์และ
เทคโนโลยี
๗.๘.๘.๙ สถาบันอนุญาโตตุลาการ
ก. ประธานกรรมการและกรรมการสถาบันอนุญาโตตุลาการ
ข. ผู้อํานวยการสถาบันอนุญาโตตุลาการ
๗.๘.๘.๑๐ สํานักงานคณะกรรมการนโยบายว ิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและ
นวัตกรรมแห่งชาติ
้หนา ๔๕
่เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๘๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
ก. ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ
บริหารสํานักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
ข. เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการนโยบายว ิทยาศาสตร์
เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
๗.๘.๘.๑๑ สํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
ก. ประธานกรรมการ และกรรมการบริหารสํานักงานคณะกรรมการ
สุขภาพแห่งชาติ
ข. เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
๗.๘.๘.๑๒ สํานักงานคณะกรรมการส ่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู
และบุคลากรทางการศึกษา
ก. ประธานกรรมการและกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู
และบุคลากรทางการศึกษา
ข. เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู
และบุคลากรทางการศึกษา
๗.๘.๘.๑๓ สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ก. ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ
พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ข. ผู้อํานวยการสํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
๗.๘.๘.๑๔ สํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
ก. ประธานกรรมการ และกรรมการบริหารสํานักงานส่งเสริม
วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
ข. ผู้อํานวยการสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
๗.๘.๘.๑๕ สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
ก. ประธานกรรมการและกรรมการก ํากับสํานักงานส่งเสริม
เศรษฐกิจดิจิทัล
ข. ผู้อํานวยการสํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
๗.๘.๘.๑๖ สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ก. ประธานกรรมการและกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ข. เลขาธิการสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
๗.๘.๘.๑๗ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบริหารโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
ข. ผู้อํานวยการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
้หนา ๔๖
่เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๘๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
๗.๘.๘.๑๘ โรงพยาบาลบ้านแพ้ว
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบริหารโรงพยาบาลบ้านแพ้ว
ข. ผู้อํานวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว
๗.๘.๘.๑๙ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบร ิหารศูนย์ความเป็นเลิศ
ด้านชีววิทยาศาสตร์
ข. ผู้อํานวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์
๗.๘.๘.๒๐ ศูนย์คุณธรรม
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบริหารศูนย์คุณธรรม
ข. ผู้อํานวยการศูนย์คุณธรรม
๗.๘.๘.๒๑ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบริหารศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ข. ผู้อํานวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
๗.๘.๘.๒๒ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ
ก. ประธานกรรมการและกรรมการศ ูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพ
ระหว่างประเทศ
ข. ผู้อํานวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ
๗.๘.๘.๒๓ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบริหารสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ
ข. ผู้อํานวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ
๗.๘.๘.๒๔ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบร ิหารสถาบ ันทดสอบ
ทางการศึกษาแห่งชาติ
ข. ผู้อํานวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ
๗.๘.๘.๒๕ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบร ิหารสถาบันเทคโนโลยี
นิวเคลียร์แห่งชาติ
ข. ผู้อํานวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ
๗.๘.๘.๒๖ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบร ิหารสถาบันเทคโนโลยี
ป้องกันประเทศ
ข. ผู้อํานวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
้หนา ๔๗
่เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๘๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
๗.๘.๘.๒๗ สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน
ก. ประธานกรรมการและกรรมการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน
ข. ผู้อํานวยการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน
๗.๘.๘.๒๘ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน
ก. ประธานกรรมการและกรรมการสถาบ ันบริหารจัดการ
ธนาคารที่ดิน
ข. ผู้อํานวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน
๗.๘.๘.๒๙ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
ก. ประธานกรรมการและกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
ข. ผู้อํานวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
๗.๘.๘.๓๐ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบริหารสถาบันเพื่อการยุติธรรม
แห่งประเทศไทย
ข. ผู้อํานวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย
๗.๘.๘.๓๑ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา
ก. ประธานกรรมการและกรรมการสถาบ ันระหว่างประเทศ
เพื่อการค้าและการพัฒนา
ข. ผู้อํานวยการบร ิหารสถาบันระหว่างประเทศเพ ื่อการค้า
และการพัฒนา
๗.๘.๘.๓๒ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบร ิหารสถาบ ันรับรอง
คุณภาพสถานพยาบาล
ข. ผู้อํานวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล
๗.๘.๘.๓๓ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบริหารสถาบันวิจัยดาราศาสตร์
แห่งชาติ
ข. ผู้อํานวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ
๗.๘.๘.๓๔ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง
ก. ประธานกรรมการและกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง
ข. ผู้อํานวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง
้หนา ๔๘
่เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๘๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
๗.๘.๘.๓๕ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบร ิหารสถาบันวิจัยและ
พัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ
ข. ผู้อํานวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับ
แห่งชาติ
๗.๘.๘.๓๖ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน
ก. ประธานกรรมการและกรรมการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน
ข. ผู้อํานวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน
๗.๘.๘.๓๗ สถาบันวัคซีนแห่งชาติ
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ
ข. ผู้อํานวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ
๗.๘.๘.๓๘ สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อม
ในการทํางาน
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบร ิหารสถาบันส่งเสริม
ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน
ข. ผู้อํานวยการสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
๗.๘.๘.๓๙ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ําและการเกษตร
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบร ิหารสถาบันสารสนเทศ
ทรัพยากรน้ําและการเกษตร
ข. ผู้อํานวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ําและการเกษตร
๗.๘.๘.๔๐ สํานักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบริหารสํานักงานความร่วมมือ
พัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน
ข. ผู้อํานวยการส ํานักงานความร ่วมมือพัฒนาเศรษฐก ิจกับ
ประเทศเพื่อนบ้าน
๗.๘.๘.๔๑ สํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
ก. ประธานกรรมการและกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ
ข. ผู้อํานวยการสํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
๗.๘.๘.๔๒ สํานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบริหารสํานักงานบริหารและ
พัฒนาองค์ความรู้
้หนา ๔๙
่เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๘๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
ข. ผู้อํานวยการสํานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
๗.๘.๘.๔๓ สํานักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบริหารสํานักงานพัฒนาการวิจัย
การเกษตร
ข. ผู้อํานวยการสํานักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร
๗.๘.๘.๔๔ สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบร ิหารสํานักงานพัฒนา
เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ
ข. ผู้อํานวยการสํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ
๗.๘.๘.๔๕ สํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบริหารสํานักงานพัฒนาธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส์
ข. ผู้อํานวยการสํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
๗.๘.๘.๔๖ สํานักงานพัฒนาพิงคนคร
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบริหารการพัฒนาพิงคนคร
ข. ผู้อํานวยการสํานักงานพัฒนาพิงคนคร
๗.๘.๘.๔๗ สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล
ก. ประธานกรรมการและกรรมการสํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล
ข. ผู้อํานวยการสํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล
๗.๘.๘.๔๘ สํานักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบร ิหารสํานักงานพัฒนา
เศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ
ข. ผู้อํานวยการสํานักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ
๗.๘.๘.๔๙ สํานักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด ็จ
พระเจ้าอยู่หัว
ก. ประธานกรรมการและกรรมการสํานักงานพิพิธภัณฑ์เกษตร
เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ข. ผู้อํานวยการสํานักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
๗.๘.๘.๕๐ สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบริหารสํานักงานรับรองมาตรฐาน
และประเมินคุณภาพการศึกษา
้หนา ๕๐
่เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๘๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
ข. ผู้อํานวยการสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพ
การศึกษา
๗.๘.๘.๕๑ สํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ
ก. ประธานกรรมการและกรรมการส ่งเสริมการจัดประชุม
และนิทรรศการ
ข. ผู้อํานวยการสํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ
๗.๘.๘.๕๒ สํานักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบร ิหารสํานักงานส่งเสริม
อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ
ข. ผู้อํานวยการสํานักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ
๗.๘.๘.๕๓ หอภาพยนตร์
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบริหารหอภาพยนตร์
ข. ผู้อํานวยการหอภาพยนตร์
๗.๘.๘.๕๔ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ก. ประธานกรรมการและกรรมการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ
เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ข. ผู้อํานวยการองค ์การบริหารการพ ัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อ
การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
๗.๘.๘.๕๕ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
ก. ประธานกรรมการและกรรมการองค ์การบริหารจัดการ
ก๊าซเรือนกระจก
ข. ผู้อํานวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
๗.๙ ตําแหน่งอื่นตามที่กฎหมายกําหนดให้เป็นผู้ดํารงตําแหน่งระดับสูง
๗.๙.๑ ประธานกรรมการ กรรมการ และเลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการ
กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
๗.๙.๒ ประธานกรรมการนโยบาย กรรมการนโยบาย กรรมการบร ิหาร
ผู้อํานวยการและรองผู้อํานวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
๗.๙.๓ ประธานกรรมการ กรรมการ และเลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการ
กํากับกิจการพลังงาน
้หนา ๕๑
่เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๘๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
๗.๙.๔ ผู้ดํารงตําแหน่งอธิบดีหรือตําแหน่งที่มีชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็นอธิบดี
ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของส ่วนราชการท ี่ไม่มีฐานะเป็นกรม ตามกฎหมายว ่าด้วยระเบียบบริหาร
ราชการแผ่นดิน
๗.๑๐ ผู้ซึ่งดํารงตําแหน่งเทียบเท่าตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด
๗.๑๐.๑ เลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ
๗.๑๐.๒ เลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรม
๗.๑๐.๓ เลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง
๗.๑๐.๔ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
๗.๑๐.๕ เลขาธิการวุฒิสภา
๗.๑๐.๖ นายกสภาและกรรมการสภาในสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ
๗.๑๐.๖.๑ นายกสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
๗.๑๐.๖.๒ นายกสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัยนครพนม
๗.๑๐.๖.๓ นายกสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัยนเรศวร
๗.๑๐.๖.๔ นายกสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
๗.๑๐.๖.๕ นายกสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหาสารคาม
๗.๑๐.๖.๖ นายกสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัยรามคําแหง
๗.๑๐.๖.๗ นายกสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
๗.๑๐.๖.๘ นายกสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
๗.๑๐.๖.๙ นายกสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏตามกฎหมาย
ว่าด้วยมหาวิทยาลัยราชภัฏ
๗.๑๐.๖.๑๐ นายกสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
ตามกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
๗.๑๐.๖.๑๑ นายกสภาและกรรมการสภาสถาบันการพลศึกษา
๗.๑๐.๖.๑๒ นายกสภาและกรรมการสภาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
๗.๑๐.๖.๑๓ นายกสภาและกรรมการสภาสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
๗.๑๐.๖.๑๔ นายกสภาและกรรมการสภาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
้หนา ๕๒
่เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๘๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
๗.๑๐.๗ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการกองท ุนฟื้นฟู
และพัฒนาเกษตรกร
๗.๑๐.๘ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
๗.๑๐.๙ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
๗.๑๐.๑๐ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจ
ขนาดกลางและขนาดย่อม
๗.๑๐.๑๑ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ
และสังคมแห่งชาติ
(๘) ตําแหน่งอื่นตามที่กฎหมายอื่นกําหนดให้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน
๘.๑ ประธานกรรมการและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
ข้อ ๕ หน่วยงานอื่นของรัฐนอกจากที่กําหนดไว้ในข้อ ๔ (๗) ๗.๘ ให้ผู้ซึ่งดํารงตําแหน่ง
ดังต่อไปนี้ เป็นผู้ดํารงตําแหน่งระดับสูงและมีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตร
ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.
(๑) ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ กรรมการ หรือตําแหน่งที่มีชื่อเรียกอย่างอื่น
ในคณะกรรมการหร ือคณะบุคคลที่มีอํานาจสูงสุดในการควบค ุมดูแลโดยท ั่วไปซึ่งกิจการและ
การดําเนินการของหน่วยงานอื่นของรัฐ
(๒) เลขาธิการ ผู้อํานวยการ หรือตําแหน่งที่มีชื่อเรียกอย่างอื่น ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา
เจ้าหน้าที่และลูกจ้างของหน่วยงานอื่นของรัฐทุกตําแหน่ง หรือเป็นผู้แทนของหน่วยงานของรัฐดังกล่าว
ในกิจการที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก
ข้อ ๖ การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหน ี้สินที่ได้ยื่นไว้แล้วตามพระราชบ ัญญัติประกอบ
รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้ถือว่า
เป็นการยื่นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑
ข้อ ๗ ให้ประธานกรรมการป ้องกันและปราบปรามการท ุจริตแห่งชาติเป็นผู้รักษาการ
ตามประกาศนี้
ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการบังคับใช้หรือการปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.
มีอํานาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาด คําวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้เป็นที่สุด
ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑
พลตํารวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ
ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
้หนา ๕๓
่เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๘๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
|
test
| 484
|
433.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/433.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
เรื่อง หลักเกณฑ์ของผู้ประกอบกิจการที่ไม่ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน
ส าหรับปี พ.ศ. 2563
เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ
โรคโควิด 19 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของประเทศไทยในภาพรวม สถานประกอบกิจการไม่สามารถ
ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๕ ภายในเวลาที่กฎหมายก าหนด
ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือ อ านวยความสะดวก และบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบกิจการ
ไม่ให้เสียประโยชน์หรือละเมิดกฎหมายที่มีก าหนดเวลาให้ปฏิบัติ
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๒๙ วรรคสอง มาตรา ๓๙ (๓) แห่งพระราชบัญญัติ
ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนา
ฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานจึงก าหนดหลักเกณฑ์
ของผู้ประกอบกิจการที่ไม่ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ส าหรับปี พ.ศ. 2563 ไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ผู้ประกอบกิจการซึ่งจัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานให้แก่ลูกจ้างของตนหรือมีลูกจ้าง
เข้ารับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติและผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติหรือ
มีลูกจ้างผู้ผ่านการรับรองความรู้ความสามารถ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันในสัดส่วนไม่น้อยกว่า
ร้อยละสิบของจ านวนลูกจ้างทั้งหมด ในปี พ.ศ. 2563 ผู้ประกอบกิจการนั้นไม่ต้องส่งเงินสมทบ
เข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ส าหรับปี พ.ศ. 2563
ข้อ ๒ ผู้ประกอบกิจการซึ่งไม่ได้ด าเนินการตามข้อ ๑ หรือด าเนินการในสัดส่วนที่น้อยกว่า
ร้อยละสิบของจ านวนลูกจ้างทั้งหมด ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานตามจ านวน
ที่ไม่ได้ด าเนินการหรือด าเนินการไม่ครบตามข้อ ๑
ประกาศ ณ วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖3
สุทธิ สุโกศล
ปลัดกระทรวงแรงงาน
ประธานกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
้หนา ๒๘
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๐๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓
|
test
| 485
|
679.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/679.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2564
เรื่อง การแจ้งและการแสดงราคาผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ
เพื่อสุขอนามัยส าหรับมือ
โดยที่ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2563
เรื่อง การก าหนดสินค้าควบคุมเพิ่มเติม ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 สิ้นผลใช้บังคับ จึงท าให้
ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2563 เรื่อง การแจ้ง
และการแสดงราคาผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยส าหรับมือ ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์
พ.ศ. 2563 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 11
พ.ศ. 2563 เรื่อง การแจ้งและการแสดงราคาผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ
เพื่อสุขอนามัยส าหรับมือ เพิ่มเติม ลงวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2563 สิ้นผลใช้บังคับ ประกอบกับ
คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้พิจารณาทบทวนการใช้อ านาจก าหนดมาตรการ
ดังกล่าวแล้ว เห็นควรค งมาตรการให้ผู้ผลิต ผู้น าเข้า ผู้ส่งออก ตัวแทนจ าหน่าย แจ้งข้อมูลต้นทุน
ราคา และปริมาณ รวมทั้งแสดงราคาผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยส าหรับมือ
เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของราคาและปริมาณสินค้าให้เกิดความเป็นธรรมและป้องกัน
การฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๙ (๒) (๓) (๕) มาตรา ๒๕ (๓) (๔) (๕) มาตรา ๒๖
และมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. ๒๕๔๒ คณะกรรมการกลาง
ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ จึงออกประกาศ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเป็นระยะเวลาหนึ่งปี
ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป เว้นแต่จะมีการออกประกาศใหม่
ข้อ ๒ ให้ผู้ผลิต ผู้น าเข้า ผู้ส่งออก ตัวแทนจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์
เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยส าหรับมือ แจ้งต้นทุน ราคาซื้อ ราคาจ าหน่าย ปริมาณการผลิต
ปริมาณการน าเข้า ปริมาณการส่งออก ปริมาณการจ าหน่าย ปริมาณคงเหลือ ณ วันสิ้นเดือน
เป็นประจ าทุกเดือน ภายในวันที่สิบของเดือนถัดไป โดยให้เริ่มแจ้งข้อมูลของเดือนมกราคม 2564
เป็นต้นไป
ข้อ 3 ห้ามผู้ผลิต ผู้น าเข้า ผู้ส่งออก ตัวแทนจ าหน่าย จ าหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์
เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยส าหรับมือในราคาที่สูงกว่าราคาที่แจ้งไว้ตามข้อ ๒ เว้นแต่ได้รับอนุญาต
จากเลขาธิการ
้หนา ๓๐
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๔๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔
การขออนุญาตและการอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการกลางว่าด้วย
ราคาสินค้าและบริการว่าด้วยการก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการในการพิจารณาการตั้งราคา และการเปลี่ยนแปลง
รายการหรือราคาที่แจ้งไว้ พ.ศ. ๒๕๔๕ ลงวันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕
ข้อ 4 การแจ้งตามข้อ 2 หรือการขออนุญาตตามข้อ 3 ให้ยื่นต่อเลขาธิการตามแบบ
ที่เลขาธิการก าหนด ณ ส านักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน
กระทรวงพาณิชย์
การแจ้งตามวรรคหนึ่ง จะแจ้งโดยทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
(อีเมล) ทางโทรสาร หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับก็ได้ ในกรณีการแจ้งทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
ให้ถือวันที่ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้เข้าสู่ระบบข้อมูลของส านักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้า
และบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เป็นวันแจ้ง ในกรณีที่แจ้งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
(อีเมล) ให้ถือวันที่ได้รับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) เป็นวันแสดงเจตนาในการแจ้ง ในกรณีที่แจ้ง
ทางโทรสารให้ถือวันที่ได้รับโทรสารเป็นวันแสดงเจตนาในการแจ้ง ในกรณีที่แจ้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ
ให้ถือวันที่ได้ประทับตราประจ าวัน ณ ที่ท าการไปรษณีย์ต้นทาง เป็นวันแจ้ง
การแจ้งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) หรือทางโทรสารตามวรรคสอง จะสมบูรณ์
ก็ต่อเมื่อผู้ผลิต ผู้น าเข้า ผู้ส่งออก ตัวแทนจ าหน่าย ได้ส่งต้นฉบับให้เลขาธิการแล้ว
ให้ผู้ผลิต ผู้น าเข้า ผู้ส่งออก ตัวแทนจ าหน่าย ที่ประสงค์จะแจ้งทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
ลงนามในบันทึกแสดงความตกลงในการแจ้งทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ
ที่เลขาธิการก าหนด
ข้อ 5 ให้ผู้จ าหน่ายแสดงราคาจ าหน่ายปลีกผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ
เพื่อสุขอนามัยส าหรับมือ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ให้ชัดเจนและครบถ้วน โดยแสดงไว้ควบคู่กับการแสดง
ราคาผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยส าหรับมือในลักษณะที่เห็นได้ชัดเจน
และเปิดเผย สามารถอ่านได้โดยง่าย ส าหรับข้อความหรือรายการที่แสดงควบคู่กับราคาต้องเป็นภาษาไทย
แต่จะมีภาษาอื่นด้วยก็ได้
การแสดงราคาจ าหน่ายปลีกตามวรรคหนึ่ง ให้กระท าโดยการเขียน พิมพ์ หรือกระท าให้ปรากฏ
ด้วยวิธีอื่นใดบนแผ่นกระดาษ แผ่นไม้ แผ่นกระจก ผนังหรือวัตถุอื่น
การแสดงราคาจ าหน่ายปลีกให้แสดงราคาต่อหน่วย ราคานั้นต้องเป็นตัวเลขไทยหรืออารบิค
โดยแสดงไว้ที่สินค้าที่จ าหน่ายหรือบริเวณใกล้เคียงสินค้านั้น
ข้อ 6 ให้ผู้จ าหน่าย จ าหน่ายไม่สูงกว่าราคาที่แสดงไว้ตามข้อ 5
้หนา ๓๑
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๔๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔
ข้อ 7 เมื่อผู้ผลิต ผู้น าเข้า ผู้ส่งออก ตัวแทนจ าหน่าย ร้องขอต่อเลขาธิการเพื่อขยาย
ระยะเวลาตามที่ก าหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ หรือเมื่อเลข าธิการเห็นสมควร เลขาธิการอาจมีค าสั่ง
ขยายระยะเวลาตามที่ก าหนดไว้ก่อนสิ้นระยะเวลานั้นได้ แต่การขยายระยะเวลาเช่นว่านี้ให้พึงท าได้
ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษหรือมีเหตุจ าเป็น และผู้ผลิต ผู้น าเข้า ผู้ส่งออก ตัวแทนจ าหน่าย ได้มีค าร้องขอ
หรือเลขาธิการได้มีค าสั่งก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย
ประกาศ ณ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖4
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ประธานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
้หนา ๓๒
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๔๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔
|
test
| 486
|
1101.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1101.pdf
|
ประกาศส านักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
เรื่อง โครงสร้างและการจัดองค์กรในการด าเนินงาน สรุปหน้าที่และอ านาจที่ส าคัญ
และวิธีการด าเนินงาน และสถานที่ติดต่อเพื่อรับข้อมูลข่าวสารหรือค าแนะน าในการติดต่อกับ
ส านักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
พ.ศ. ๒๕๖๔
เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๗ (๑) (๒) และ (๓) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ
พ.ศ. ๒๕๔๐ ที่จะให้ประชาชนมีโอกาสได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการด าเนินงานต่าง ๆ
ของหน่วยงานของรัฐ จึงสมควรประกาศโครงสร้างและการจัดองค์กรในการด าเนินงาน สรุปหน้าที่และ
อ านาจที่ส าคัญและวิธีการด าเนินงาน และสถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารหรือค าแนะน า
ในการติดต่อกับส านักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้
ข้อ ๑ ตามพระราชบัญญัติส านักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๒
ก าหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมีอ านาจก ากับดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการ
ของส านักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ใ ห้เป็นไปตามหน้าที่และอ านาจ โดยมีคณะกรรมการ
ก ากับส านักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ อันประกอบด้วยประธานกรรมการซึ่งรัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแต่งตั้ง ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ผู้แทนส านักงบประมาณ ผู้อ านวยการส านักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ทรงคุณวุฒิ
ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแต่งตั้งอีกหกคน เป็นผู้ก ากับดูแลโดยทั่วไป
ซึ่งกิจการและการด าเนินการของส านักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีผู้อ านวยการส านักงาน
พัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นผู้บริหารงานของส านักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
ข้อ ๒ ตามพระราชบัญญัติส านักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๒
ก าหนดให้ส านักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการส่งเสริมและสนับสนุน
การพัฒนาธุ รกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ รวมทั้งส่งเสริมให้เกิด
การพัฒนามาตรฐานหรือกฎเกณฑ์ในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อให้ระบบงานเทคโนโลยีดิจิทัลต่าง ๆ
เชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความมั่นคงปลอดภัยและมีความน่าเชื่อถือ และก าหน ดหน้าที่
และอ านาจ ดังต่อไปนี้
(๑) จัดท าแผนยุทธศาสตร์เกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เสนอต่อคณะกรรมการธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
(๒) จัดท าแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านมาตรฐานที่สอดคล้องกับนโยบาย
และแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
้หนา ๒๕
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๕๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓ มีนาคม ๒๕๖๕
(๓) ส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ให้มีการด าเนินการ
ด้านธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และพาณิชย์อิ เล็กทรอนิกส์เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ
ทั้งทางการเงิน การค้า การลงทุน และการน าเข้าส่งออก รวมทั้งการให้บริการประชาชนของภาครัฐ
ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์เกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
(๔) ศึกษา วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อรองรับก ารท าธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งส่งเสริมการออกแบบ
สถาปัตยกรรมด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเสนอแนะต่อคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในการก าหนดมาตรฐานเรื่องดังกล่าว
(๕) จัดท าข้อเสนอแนะเกี่ยวกับมาตรฐาน และมาตรการหรือกลไกการก ากับดูแลที่เกี่ยวข้อง
กับการท าธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ
และภาคเอกชนสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่สอดคล้องและเชื่อมโยงกันอย่างมีความมั่นคงปลอ ดภัยและ
มีความน่าเชื่อถือ
(๖) ก ากับดูแลการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชกฤษฎีกา
ที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการให้การสนับสนุนการประกอบธุรกิจบริการ
เกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
(๗) วิเคราะห์และรับรองความสอดคล้องและความถูกต้องตามมาตรฐานหรือตามมาตรการ
หรือกลไกการก ากับดูแลที่เกี่ยวข้องกับการท าธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
(๘) เป็นศูนย์กลางในการให้บริการทางวิชาการหรือให้บริการที่เกี่ยวกับการพัฒนา ส่งเสริม
และสนับสนุนการ ท าธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แก่หน่วยงานภาครัฐ
หน่วยงานเอกชน และประชาชน รวมทั้งเผยแพร่และให้ความรู้ความเข้าใจในการท าธุรกรรมทาง
อิเล็กทรอนิกส์และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
(๙) ท าความตกลงและร่วมมือกับองค์การหรือหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างปร ะเทศ
ในกิจการที่เกี่ยวกับการด าเนินการตามหน้าที่และอ านาจของส านักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
(๑๐) ฝึกอบรมเพื่อยกระดับของบุคลากรของส านักงานและบุคคลภายนอกให้มีทักษะเกี่ยวกับ
มาตรฐาน ความมั่นคงปลอดภัย และการสร้างความน่าเชื่อถือในระบบและการให้บริการทางธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส์และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
(๑๑) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมาย
ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือคณะกรรมการก ากับส านักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอ นิกส์
มอบหมาย หรือตามที่กฎหมายก าหนด
ข้อ ๓ ส านักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มีโครงสร้างและการจัดองค์กร ดังต่อไปนี้
(๑) สายนโยบาย มาตรฐานและก ากับดูแล ประกอบด้วย
้หนา ๒๖
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๕๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓ มีนาคม ๒๕๖๕
(ก) ศูนย์นโยบาย พัฒนามาตรฐานและหลักเกณฑ์การก ากับดูแล ด าเนินงานด้าน
การก าหนดนโยบายและแผ น การก าหนดมาตรฐานและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการก ากับดูแลธุรกิจบริการ
เกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ การศึกษา วิจัยและส ารวจข้อมูลเกี่ยวกับมาตรฐานและหลักเกณฑ์
ที่เกี่ยวข้องกับการท าธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ จัดท าวิธีปฏิบัติการ คู่มือและการก าหนดมาตรการ
ทางกฎหมาย
(ข) ศูนย์ก ากับดูแลและตรวจสอบธุรกิจ ด าเนินงานด้านการก ากับและตรวจสอบธุรกิจ
บริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ การวิเคราะห์และรับรองความสอดคล้องและความถูกต้อง
ตามมาตรฐาน มาตรการ หรือกลไกการดูแลที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
(ค) ศูนย์พัฒนากฎหมาย ด าเนินการด้านการพัฒนากฎหมายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
กับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีดิจิทัล เป็นแหล่งข้อมูลความรู้ด้านกฎหมายดิจิทัล
ด าเนินงานด้านนิติกรรมสัญญา ข้อบังคับและระเบียบ งานสอบสวนคดีของส านักงานหรือที่เกี่ยวข้องกับ
การด าเนินงาน รวมทั้งการอุทธรณ์ค าสั่ง ค าวินิจฉัย
(๒) สายพัฒนาและส่งเสริมความเป็นเลิศด้านธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วย
(ก) ศูนย์ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านสารสนเทศและความมั่นคงปลอดภัย ด าเนินงาน
ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสารสนเทศและความมั่นคงปลอดภั ย พัฒนาและปรับปรุงระบบ
สารสนเทศเพื่อให้บริการภายในและบริการที่เกี่ยวข้องกับภายนอก จัดท าแผนและด าเนินงาน
ตามสถาปัตยกรรมระบบสารสนเทศของส านักงาน ดูแลระบบเครือข่ายและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
สารสนเทศ รวมทั้งสนับสนุนการดูแลรักษาความปลอดภัยให้สามารถรองรับบริการภายในและภายนอก
(ข) ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรม ด าเนินงานด้านการพัฒนาธุรกิจดิจิทัล
ศึกษานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล วิเคราะห์ และประเมินโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ ถ่ายทอด
และส่งเสริมการประยุกต์ใช้นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งการพัฒนาต่อยอดการท าธุ รกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส์ให้กับหน่วยงานรัฐและเอกชน
(ค) ฝ่ายให้ค าปรึกษาและพัฒนาทักษะ ด าเนินงานด้านการให้ค าปรึกษา ถ่ายทอดและ
ส่งเสริมความรู้ด้านการท าธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่หน่วยงานของรัฐ เอกชน และประชาชน
ทั้งด้านกฎหมายและมาตรฐาน ด้านการบริการโครงสร้างพื้นฐานและสารสนเทศ รวมทั้งการให้ค าปรึกษา
และอ านวยความสะดวกในการใช้งานระบบสารสนเทศ การดูแลรักษาความมั่นคงปลอดภัย การสร้าง
นวัตกรรมหรือบริการด้านดิจิทัล และการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล
(ง) ฝ่ายดูแลบริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ด าเนินงานด้านการบริการลูกค้า รับเรื่อง
ร้องเรียน และให้ค าปรึกษา เรื่องการใช้งานระบบที่มีการให้บริการโดยส านักงาน ภัยคุกคามไซเบอร์
หรือประสานส่งต่อเรื่องร้องเรียนที่มีความซับซ้อนให้ฝ่ายให้ค าปรึกษาและพัฒนาทักษะหรือผู้เชี่ยวชาญ
ทางเทคนิคเฉพาะด้านในศูนย์หรือฝ่ายอื่น
้หนา ๒๗
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๕๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓ มีนาคม ๒๕๖๕
(๓) สายยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย
(ก) ฝ่ายยุทธศาสตร์ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ด าเนินงานด้านการจัดท ายุทธศาสตร์
ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ วิจัยเชิงนโยบายและการคาดการณ์อนาคต (Policy and
Foresight Research) ส่งเสริมและสร้างความร่วมมือติดตามผลการด าเนินงาน และวิเคราะห์และ
ปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ให้มีความเหมาะสม สนับสนุน บริหารจัดการและอ านวยความสะดวก
ในการประชุมของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง
(ข) ฝ่ายนโยบายและแผน ด าเนินงานด้านการจัดท าแผนงานงบประมาณและแผนปฏิบัติ
การประจ าปี ติดตามและประเมินผลการด าเนินงานตามนโยบายและแผนที่เกี่ยวข้อง เป็นศูนย์กลาง
การติดต่อประสานงานและสนับสนุนการสร้างความร่วมมือที่สอดคล้องกับนโยบายและพันธกิจของ
ส านักงาน พัฒนาระบบประกันคุณภาพขององค์กร บริหารความเสี่ยงและควบคุมภายใน
(ค) ฝ่ายบริหารจัดการโครงการ ด าเนินงานด้านการบริหารจัดการโครงการของส านักงาน
ที่มีการท างานร่วมกันระหว่างสายงาน ตลอดจนจัดท าแผนการด าเนินงาน บริหาร ก ากับติดตามและ
ประเมินผลโครงการและกิจกรรมของส านักงาน
(ง) ศูนย์วิเคราะห์ข้อมูล ด าเนินงานด้านการพัฒนาและดูแลระบบวิเคราะห์ข้อมูล
(Data Analytics and Modelling) รวบรวมข้อมูลเชิงสถิติที่เกี่ยวข้องกับการท าธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ เสนอแนะแนวทางหรือช่องทางการสนับสนุนการใช้งานธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส์
(๔) สายบริหารองค์กร ประกอบด้วย
(ก) ฝ่ายบริหารกลาง ด าเนินงานด้านการเงิน การบัญชี การพัสดุ งานสารบรรณ
อาคารสถานที่ และยานพาหนะ งานประสานและอ านวยการ
(ข) ฝ่ายสื่อสารองค์กร ด าเนินงานด้านการสื่อสารทั้งในด้านความรู้ การรับรู้ ภาพลักษณ์
และสร้างความสัมพันธ์ทั้งภายในและภายนอก ออกแบบสื่อสร้างสรรค์ เผยแพร่และประชาสัมพันธ์สื่อ
และผลงานของส านักงานต่อสาธารณชน รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคม
ผ่านองค์ความรู้ของบุคลากรและเทคโนโลยีที่เหมาะสม
(ค) ฝ่ายอ านวยการและทรัพยากรบุคคล ด าเนินงานด้านการบริหารจัดการและ
พัฒนาทรัพยากรบุคคลของส านักงาน บริหารจัดการและรวบรวมองค์ความรู้ขององค์กร สนับสนุน
การด าเนินงานและบริหารจัดการการประชุมของคณะกรรมการและผู้บริหาร ก ากับการปฏิบัติง าน
ให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อก าหนด ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ ค าสั่ง หรือมติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
(๕) ฝ่ายตรวจสอบภายใน ซึ่งขึ้นตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ ด าเนินงานด้าน
การตรวจสอบภายใน ทั้งด้านการด าเนินงานและด้านระบบสารสนเทศ รวมทั้งด าเนินงานด้าน
การเสริมสร้างความมั่นใจต่อความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของระบบการบริหารความเสี่ยง
้หนา ๒๘
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๕๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓ มีนาคม ๒๕๖๕
ระบบควบคุมภายใน และความถูกต้องเชื่อถือได้ของข้อมูลด้านการเงิน ตลอดจนการปฏิบัติตาม
กฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ ค าสั่ง และนโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแนวทางก ากับ
ดูแลที่ดี
ข้อ ๔ สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารของส านักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
ติดต่อได้ที่ ส านักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เลขที่ ๓๓/๔ อาคารเดอะไนน์ ทาวเวอร์
แกรนด์ พระรามเก้า อาคารบี ชั้น ๒๐ - ๒๒ ถนนพระรามเก้า แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง
กรุงเทพฯ ๑๐๓๑๐ โทรศัพท์ ๐ ๒๑๒๓ ๑๒๓๔ โทรสาร ๐ ๒๑๒๓ ๑๒๐๐
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] เว็บไซต์ http://www.etda.or.th
ประกาศ ณ วันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖4
ชัยชนะ มิตรพันธ์
ผู้อ านวยการ
ส านักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
้หนา ๒๙
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๕๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓ มีนาคม ๒๕๖๕
|
test
| 487
|
158.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/158.pdf
|
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
(ฉบับที่ 397) พ.ศ. 2562
ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒
เรื่อง ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 221) พ.ศ. 2544
เรื่อง ก าหนดประเภทอาหารที่ต้องแสดงเลขสารบบอาหารที่ฉลาก
โดยที่เป็นการสมควรยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 221) พ.ศ. 2544
เรื่อง ก าหนดประเภทอาหารที่ต้องแสดงเลขสารบบอาหารที่ฉลาก เนื่องจากปัจจุบันมีการก าหนดให้อาหาร
ที่ต้องแสดงเลขสารบบอาหารที่ฉลากไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการแสดงฉลากของอาหาร
ในภาชนะบรรจุแล้ว
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖ (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติอาหาร
พ.ศ. ๒๕๒๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 221) พ.ศ. 2544 เรื่อง ก าหนด
ประเภทอาหารที่ต้องแสดงเลขสารบบอาหารที่ฉลาก ลงวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2544
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖2
ปิยะสกล สกลสัตยาทร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
้หนา ๑๗
่เลม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๑๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒
|
test
| 488
|
1284.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/1284.pdf
|
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นค าขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕
โดยที่เป็นการสมควรยกเลิกการก าหนดระยะเวลาการยกเว้นค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นค าขอ
ในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร
อาศัยอ านาจตามความในข้อ ๔ (๓) แห่งค าสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ที่ ๗๗/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๙ เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการพิจารณา
อนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยค าแนะน าของคณะกรรมการอาหาร
ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ในการประชุมครั้งที่ ๘-๓/๒๕๖๕ เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๕
จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของข้อ ๒ แห่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่าย
ที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นค าขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร พ.ศ. ๒๕๖๐ ลงวันที่
๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๒ ให้ผู้ยื่นค าขอในกระบวนการพิ จารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารในกรณีดังต่อไปนี้
ได้รับยกเว้นค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บ
(๑) กรณีที่ได้รับยกเว้นค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บทั้งหมด มีดังต่อไปนี้
(๑.๑) ไม่จัดเก็บค่าใช้จ่ายใด ๆ ตามบัญชีที่แนบท้ายประกาศนี้
(ก) เป็นโครงการพระราชด าริ หรือโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด าริ
(ข) เป็นสถานประกอบการที่มีเครื่องจักรไม่เกิน ๕ แรงม้า และคนงานไม่ถึง ๗ คน
ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน และกฎหมายว่าด้วยกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง
แห่งชาติ
(๑.๒) ไม่จัดเก็บค่าใช้จ่ายที่จะจั ดเก็บในรายการใดรายการหนึ่ง ของแต่ละบัญชี
ที่แนบท้ายประกาศนี้ มีดังต่อไปนี้
(ก) เป็นค าขออนุญาตผลิตอาหารหรือส่งออกซึ่งอาหารเพื่อเป็นตัวอย่าง
ส าหรับการขึ้นทะเบียนต ารับอาหารหรือเพื่อพิจารณาในการสั่งซื้อ ตามข้อ ๑.๑ (๘) ในบัญชี ๑
ที่แนบท้ายประกาศนี้
(ข) เป็นค าขออนุญาตน าเข้าซึ่งอาหารเพื่อเป็นตัวอย่างส าหรับการขึ้นทะเบียน
ต ารับอาหาร หรือเพื่อพิจารณาในการสั่งซื้อ ตามข้อ ๑.๒ (๖) ในบัญชี ๑ ที่แนบท้ายประกาศนี้
(ค) เป็นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อส่งออกจ าหน่าย
นอกราชอาณาจักร ตามข้อ ๑.๓ (๘) ในบัญชี ๑ ที่แนบท้ายประกาศนี้
้หนา ๑๙
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๘๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๕
(๒) กรณีที่ได้รับยกเว้นค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บบางส่วน โดยการจัดเก็บไม่เต็มอัตราค่าใช้จ่าย
ที่จะจัดเก็บในรายการหนึ่งรายการใดของแต่ละบัญชีที่แนบท้ายประกาศนี้ มีดังต่อไปนี้ และหากค่าใช้จ่าย
ที่จะจัดเก็บนั้น เมื่อได้ค านวณค่าใช้จ่ายสุทธิที่จะจัดเก็บดังกล่าวแล้วมีเศษสตางค์ให้ปัดเศษลงเป็นจ านวน
เต็มหลักสิบ
(ก) เป็นการพิจารณาค าขอและการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารค าขออนุญาต
ผลิตภัณฑ์อาหาร โดยมีการอ้างอิงสูตรและกรรมวิธีการผลิตที่ได้รับอนุญาตอยู่เดิมของผู้รับอนุญาต
ที่เป็นบุคคลหรือนิติบุคคลเดียวกัน ในกรณีนี้ให้จัดเก็บค่าใช้จ่ายต่อหนึ่งค าขอ ในอัตราหนึ่งในสาม
ของอัตราค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บ ตามข้อ ๑.๓ ในบัญชี ๑ ที่แนบท้ายประกาศนี้
(ข) เป็นการพิจารณาค าขอและการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารค าขออนุญาต
โฆษณาอาหาร โดยมีกา รอ้างอิงการโฆษณาอาหารที่ได้รับอนุญาตอยู่เดิมและไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติม
การโฆษณาอาหารที่น ามาอ้างอิงนั้น ในกรณีนี้ให้จัดเก็บค่าใช้จ่ายต่อหนึ่งค าขอ ในอัตราหนึ่งในสาม
ของอัตราค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บ ตามข้อ ๑.๔ ในบัญชี ๑ ที่แนบท้ายประกาศนี้
(ค) เป็นการยื่นค าขอ โดยน าค าขอเดิมซึ่งมีการยื่นข้อมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติม ตามที่ได้
มีการประเมินเอกสารทางวิชาการในคราวก่อน ในกรณีนี้ให้จัดเก็บค่าใช้จ่ายในอัตรากึ่งหนึ่งของอัตรา
ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บตามข้อ ๒.๑ ข้อ ๒.๒ ข้อ ๒.๓ หรือข้อ ๒.๔ ในบัญชี ๒ ที่แนบท้ายประกาศนี้
แล้วแต่กรณี
ทั้งนี้ ให้มีการจัดเก็บค่าใช้จ่ายตามข้อ ๒ (๒) (ค) ทุกครั้งจนกว่าจะผ่านการพิจารณาอนุญาต
(ง) เป็นการพิจารณาและตรวจสถานประกอบการอาหาร เพื่อติดตามการแก้ไขข้อบกพร่อง
ณ สถานประกอบการ (Follow-up Audit) ในกรณีนี้ให้จัดเก็บค่าใช้จ่ายในอัตรากึ่งหนึ่งของอัตราค่าใช้จ่าย
ที่จะจัดเก็บ ตามข้อ ๒.๕ ในบัญชี ๒ ที่แนบท้ายประกาศนี้”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับ ตั้งแต่วันถัดจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖5
สาธิต ปิตุเตชะ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
้หนา ๒๐
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๘๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๕
|
test
| 489
|
782.pdf
| null | null | null |
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/test_docs/782.pdf
|
กฎกระทรวง
ก ำหนดรำคำเบื้องต้นส ำหรับที่ดินที่เวนคืน
พ.ศ. ๒๕๖๔
อำศัยอ ำนำจตำมควำมในมำตรำ ๖ วรรคหนึ่ง และมำตรำ ๒๐ วรรคสอง
แห่งพระรำชบัญญัติว่ำด้วยกำรเวนคืนและกำรได้มำซึ่งอสังหำริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๖๒ นำยกรัฐมนตรี
ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
“ค่ำมัธยฐำน ” หมำยควำมว่ำ ค่ำของข้อมูลที่อยู่ต ำแหน่งกึ่งกลำงของข้อมูลทั้งหมด
เมื่อน ำข้อมูลมำเรียงล ำดับจำกมำกไปน้อยหรือจำกน้อยไปมำก
“คณะกรรมกำร” หมำยควำมว่ำ คณะกรรมกำรตำมมำตรำ ๑๙
ข้อ ๒ กำรก ำหนดรำคำเบื้องต้นส ำหรับที่ดินที่เวนคืน ให้คณะกรรมกำรค ำนึงถึงรำคำ
สภำพ เหตุ และวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ประกอบกัน
(๑) รำคำที่ซื้อขำยกันตำมปกติในท้องตลำดของที่ดินในวันใช้บังคับพระรำ ชกฤษฎีกำ
ตำมมำตรำ ๘
(๒) รำคำประเมินที่ดินของทำงรำชกำรที่ก ำหนดขึ้นเพื่อประโยชน์ในกำรจัดเก็บภำษีที่ดิน
และสิ่งปลูกสร้ำง
(๓) รำคำประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่ำธรรมเนียมในกำรจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
ตำมประมวลกฎหมำยที่ดิน
(๔) สภำพและที่ตั้งของที่ดินนั้น และ
(๕) เหตุและวัตถุประสงค์แห่งกำรเวนคืน
ข้อ ๓ รำคำที่ซื้อขำยกันตำมปกติในท้องตลำดของที่ดินตำมข้อ ๒ (๑) ให้คณะกรรมกำร
พิจำรณำจำกรำคำซื้อขำยที่ดินที่เวนคืนหรือที่ดินในบริเวณใกล้เคียงที่จดทะเบียนไว้กับส ำนักงำนที่ดิน
ในวันใช้บังคับพระรำชกฤษฎีกำตำมมำตรำ ๘ ในกรณีที่ไม่มีกำรซื้อขำยที่ดินในวันดังกล่ำว หรือมีแต่
คณะกรรมกำรเห็นว่ำ รำคำซื้อขำยที่ดินดังกล่ำวมิใช่รำคำที่ซื้อขำยกันตำมปกติในท้องตลำดของที่ดิน
ให้ใช้รำคำซื้อขำยที่ดินก่อนวันใช้บังคับพระรำชกฤษฎีกำได้ โดยย้อนหลังไม่เกินสองปี แล้วน ำรำคำ
้หนา ๑
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔
ซื้อขำยทั้งห มดดังกล่ำวมำหำค่ำมัธยฐำน เพื่อให้ได้รำคำใกล้เคียงกับรำคำที่ซื้อขำยกันตำมปกติ
ในท้องตลำดของที่ดินให้มำกที่สุดเท่ำที่จะท ำได้
ที่ดินในบริเวณใกล้เคียงตำมวรรคหนึ่ง หมำยถึง ที่ดินที่มีสภำพ ท ำเล ที่ตั้งและกำรใช้ประโยชน์
ในลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกับที่ดินที่เวนคืนที่อยู่ในรัศมีไม่เกินสองกิโลเมตรจำกที่ดินที่เวนคืน
ข้อ ๔ รำคำประเมินที่ดินตำมข้อ ๒ (๒) และรำคำประเมินทุนทรัพย์ตำมข้อ ๒ (๓)
ให้คณะกรรมกำรพิจำรณำจำกรำคำประเมินที่มีผลใช้บังคับอยู่ในวันที่คณะกรรมกำรมีมติก ำหนดรำคำ
ข้อ ๕ กำรพิจำรณำสภำพและที่ตั้งของที่ดินที่เวนคืนตำมข้อ ๒ (๔) ให้คณะกรรมกำร
พิจำรณำโดยค ำนึงถึงเรื่อง ดังต่อไปนี้
(๑) กำรเข้ำออกสู่ทำงสำธำรณะ
(๒) ข้อจ ำกัดกำรใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยชอบตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรผังเมือง กฎหมำย
ว่ำด้วยกำรควบคุมอำคำร หรือกฎหมำยอื่นใดที่จ ำกัดกำรใช้ประโยชน์ในที่ดิน
(๓) ควำมผิดปกติของสภำพของที่ดินไม่ว่ำจะเป็นกำรถม กำรขุด สระ หนองน้ ำ หลุม
หรือบ่อ หรือสภำพอื่นใดอันท ำให้ที่ดินนั้นด้อยค่ำ
(๔) จ ำนวนเนื้อที่ รูปแปลง และขนำดของที่ดิน
(๕) ภำระผูกพันเหนือที่ดิน
ในกำรพิจำรณำตำม (๑) หรือ (๔) ถ้ำเป็นที่ดินหลำยแปลงเป็นเจ้ำของเดียวกันหรือเป็นของ
สำมีหรือภริยำอยู่ชิดติดเป็นผืนเดียวกัน ให้ถือเสมือนเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน
ในกรณีที่สภำพและที่ตั้งของที่ดินเป็นผลท ำให้รำคำที่ดินที่เวนคืนสูงขึ้นหรือต่ ำลง
ให้คณะกรรมกำรน ำสภำพและที่ตั้งของที่ดินนั้นมำพิจำรณำประกอบกำรก ำหนดรำคำเบื้องต้นส ำหรับ
ที่ดินที่เวนคืนด้วย
ข้อ ๖ กำรพิจำรณำเหตุและวัตถุประสงค์แห่งกำรเวนคืนตำมข้อ ๒ (๕) นอกจำก
วัตถุประสงค์ตำมที่พระรำชกฤษฎีกำตำมมำตรำ ๘ ก ำหนดไว้แล้ว ให้พิจำรณำถึงเหตุที่ท ำให้ต้องเวนคืน
ประกอบด้วย ในกรณีที่เหตุและวัตถุประสงค์เป็นไปเพื่อประโยชน์สำธำรณะแต่ผู้ถูกเวนคืนจะไม่ได้รับ
ประโยชน์นั้นโดยตรงด้วย หรือเป็นกรณีที่กำรด ำเนินกำรตำมวัตถุประสงค์นั้นมีกำรเรียกเก็บค่ำบริกำร
จำกผู้ใช้ประโยชน์ ให้พิจำรณำเพิ่มรำคำเบื้องต้นส ำหรับที่ดินที่เวนคืนให้ตำมควรแก่กรณี
ข้อ ๗ ให้คณะกรรมกำรพิจำรณำก ำหนดรำคำเบื้องต้นส ำหรับที่ดินที่เวนคืนตำมหลักเกณฑ์
ดังต่อไปนี้
(๑) น ำรำคำที่ซื้อขำยกันตำมปกติในท้องตลำดของที่ดินตำมข้อ ๓ และรำคำประเมินที่ดิน
และรำคำประเมินทุนทรัพย์ตำมข้อ ๔ มำพิจำรณำหำรำคำโดยเฉลี่ยขอ งที่ดิน และให้ถือเอำรำคำ
โดยเฉลี่ยดังกล่ำวเป็นฐำนในกำรก ำหนดรำคำเบื้องต้นส ำหรับที่ดินที่เวนคืน เว้นแต่รำคำโดยเฉลี่ย
ดังกล่ำวต่ ำกว่ำรำคำที่ซื้อขำยกันตำมปกติ ให้ใช้รำคำที่ซื้อขำยกันตำมปกติในท้องตลำดของที่ดินเป็นฐำน
ในกำรก ำหนดรำคำเบื้องต้นส ำหรับที่ดินที่เวนคืน
้หนา ๒
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔
(๒) น ำสภำพและที่ตั้งของที่ดินที่เวนคืนตำมข้อ ๕ มำพิจำรณำก ำหนดรำคำที่เพิ่มขึ้น
หรือลดลงของที่ดิน
(๓) ในกรณีที่มีเหตุอันจะต้องเพิ่มรำคำเบื้องต้นส ำหรับที่ดินที่เวนคืนตำมข้อ ๖ ให้เพิ่มขึ้น
ได้อีกไม่เกินร้อยละสิบของรำคำตำม (๒)
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 มิถุนำยน พ.ศ. ๒๕๖4
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชำ
นำยกรัฐมนตรี
้หนา ๓
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔
หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มำตรำ ๒๐ วรรคสอง
แห่งพระรำชบัญญัติว่ำด้วยกำรเวนคืนและกำรได้มำซึ่งอสังหำริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้
กำรก ำหนดรำคำเบื้องต้นส ำหรับที่ดินที่เวนคืน ให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎกระทรวง
จึงจ ำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
้หนา ๔
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔
|
test
| 490
|
Subsets and Splits
No community queries yet
The top public SQL queries from the community will appear here once available.